<?xml version="1.0" encoding="utf-8" ?><rdf:RDF xmlns:rdf="http://www.w3.org/1999/02/22-rdf-syntax-ns#" xmlns="http://purl.org/rss/1.0/" 
			xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/" xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/" 
			xmlns:cc="http://web.resource.org/cc/" xml:lang="ja">
<channel rdf:about="http://shunfeng015.blog126.fc2.com/?xml">
<title>^^My World Need You^^</title>
<link>http://shunfeng015.blog126.fc2.com/</link>
<description></description>
<dc:language>ja</dc:language>
<items>
<rdf:Seq>
<rdf:li rdf:resource="http://shunfeng015.blog126.fc2.com/blog-entry-88.html" />
<rdf:li rdf:resource="http://shunfeng015.blog126.fc2.com/blog-entry-87.html" />
<rdf:li rdf:resource="http://shunfeng015.blog126.fc2.com/blog-entry-86.html" />
<rdf:li rdf:resource="http://shunfeng015.blog126.fc2.com/blog-entry-85.html" />
<rdf:li rdf:resource="http://shunfeng015.blog126.fc2.com/blog-entry-84.html" />
</rdf:Seq>
</items>
</channel>
<item rdf:about="http://shunfeng015.blog126.fc2.com/blog-entry-88.html">
<link>http://shunfeng015.blog126.fc2.com/blog-entry-88.html</link>
<title>[KR] Oshieru 12</title>
<description> หลังจากที่ตั้งกระทู้ว่าจะหายไปนานสักพักเพราะงานที่รุมเร้า  แต่ไม่รู้ทำไม พอตั้งเอนทรี่อย่างนี้ทีไร  ได้มีการลงทิ้งทวนทุกทีฮ่าๆๆๆ แบบว่ามันเครียดค่ะ  คิดงานไม่ออกก็เลยต้องหาทางระบายออกเผื่ออะไรๆจะดีขึ้นมาบ้าง เลยได้มาอีกหนึ่งตอนหวังว่าคงจะมีคนอ่านบ้าง(?) เพราะถ้าไม่มีคนอ่าน  ก็คงจะเก็บฟิคเรื่องนี้ลงกรุจนกว่าจะแต่งจบแล้วเอามาโพสต์ทีเดียว...ในเมื่อไม่มีใครรอคอยเราก็ไม่จำเป็นต้องเร่งรีบ(เลวเห็นๆ ๕๕๕๕)
 </description>
<content:encoded>
<![CDATA[ <strong><span style="color:#9900cc">หลังจากที่ตั้งกระทู้ว่าจะหายไปนานสักพักเพราะงานที่รุมเร้า  <br />แต่ไม่รู้ทำไม พอตั้งเอนทรี่อย่างนี้ทีไร  ได้มีการลงทิ้งทวนทุกที<br />ฮ่าๆๆๆ แบบว่ามันเครียดค่ะ  คิดงานไม่ออกก็เลยต้องหาทางระบายออก<br />เผื่ออะไรๆจะดีขึ้นมาบ้าง เลยได้มาอีกหนึ่งตอน<br />หวังว่าคงจะมีคนอ่านบ้าง(?) เพราะถ้าไม่มีคนอ่าน  ก็คงจะเก็บฟิคเรื่องนี้ลงกรุจนกว่าจะแต่งจบแล้วเอามาโพสต์ทีเดียว...ในเมื่อไม่มีใครรอคอยเราก็ไม่จำเป็นต้องเร่งรีบ(เลวเห็นๆ ๕๕๕๕)<br />ดึกแล้ว ราตรีสวัสดิ์ค่ะ ขอปั่นงานต่อ<br /><br /><br />おしえる...12...<br /><br />Teach 4 Part 12<br />::*::*::*::*::*::*::*::*::*::*::*::</span></strong><br /><br /><br /><br />การศึกที่เข้าประชิดทำให้ร่างบอบบางบนหลังม้าศึกรูปร่างงดงามควบบังเหียนและโจนตัวสุดความเร็วของฝีเท้าม้าที่จะพึงทำได้เพื่อเดินทางให้ถึงที่หมายเร็วที่สุด  เรียวเฮพักม้าเพียงแค่เวลาที่ความล้ามาเยือน  และกำลังวิ่งของม้าตกลงไป  เมื่อฟื้นคืนกำลังก็รีบเดินทางต่ออย่างรวดเร็ว  สามวันตลอดการเดินทางทำให้ที่หมายใกล้เข้ามามาก  แต่สิ่งที่ทำให้เรียวเฮต้องเร่งรีบยิ่งขึ้นคือเหยี่ยวสื่อสารที่มาเกาะบนหลังม้าศึกคู่ใจท่านชายจิบะ<br /><br /><br /><br /><br />มือเรียวหยิบขึ้นมาอ่านด้วยใจระทึก  ข้อความทำให้หัวใจดวงเล็กที่แข็งแกร่งเต้นระรัวเร็วยิ่งขึ้น  ข่าวการเสียชีวิตของแม่ทัพใต้ทำให้ร่างบางต้องออกเดินทางต่อทันที  และครานี้  แม้ว่ากำลังม้าจะตกมากเพียงใด  เรียวเฮก็มิอาจหยุดได้  เพราะหากช้ากว่านี้ไปแม้วินาทีเดียว นั่นหมายถึงประเทศแผ่นดินเกิดอาจตกอยู่ภายใต้อำนาจของอริราชทีเดียว  เหยี่ยวสื่อสารที่ถูกปล่อยออกไปพร้อมสารอีกฉบับโฉบบินไปทิศทางตรงข้ามกับที่ม้าศึกทะยาน<br /><br /><br /><br /><br />...หวังว่าพวกท่านจะยังจำสหายเก่าเมื่อครั้งก่อนได้นะ...<br /><br /><br /><br /><br />ก่อนออกเดินทางเรียวเฮไม่ลืมที่จะนึกหาหนทางในการแก้ปัญหาที่ดาหน้าเข้ามาในขณะนี้  ใจประหวัดถึงชนกลุ่มที่อยู่เลยนาราไปไม่ไกล  และครั้งนี้เรียวเฮกำลังต้องการความช่วยเหลือ  สารอีกฉบับส่งถึงท่านชายคิตามุระ  แม่ทัพกองใต้ที่อยู่ใกล้ที่สุดว่าให้ส่งริวอิจินำกำลังมาสมทบในทันที  เพราะขณะนี้  ขวัญของทหารคงแทบจะหมดไม่เหลืออยู่<br /><br /><br /><br /><br />การเดินทางที่แสนยาวนานสิ้นสุดลงในที่สุด  ประตูค่ายศึกเปิดรับผู้มาใหม่  ทหารในค่ายกู่ร้องอย่างดีใจเมื่อผู้มาใหม่เป็นท่านชายแห่งจิบะ  แล้วรีบวิ่งกรูเพื่อจัดแถวต้อนรับ  แม้จะรูปร่างบอบบาง  ใบหน้าอ่อนเยาว์เกินใครในกองทัพ  หากกิตติศัพท์ของเรียวเฮก็เป็นที่ยอมรับโดยดุษฎีว่าเป็น  มันสมองของกองทัพ  อย่างแท้จริง<br /><br /><br /><br /><br />บังเหียนม้าถูกดึงให้อาชาศึกหยุดลงหน้ากระโจมที่มีกองไฟแดงเพลิงก่ออยู่ด้านหน้า  ร่างสันทัดของท่านชายโองาตะที่เดินเร็วๆ ออกมาหาด้วยความยินดี สองแขนสอดเข้ารับร่างของสหายตัวน้อยเข้ามาเต็มอ้อมกอดไม่ต่างกับอีกคนที่เพิ่งมาเยือน<br /><br /><br /><br /><br />“ริวอิจิ!  ข้ายินดียิ่งที่เจ้ามาถึงก่อนข้า”  ร่างเล็กตรงเข้าสวมกอดสหายที่ส่งสารไปขอความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน  และทางท่านแม่ทัพคิตามุระก็ไม่ได้นิ่งนอนแม้ว่าทางทัพนั้นก็มีศึกดาหน้าเข้ามาไม่ต่างกัน  ร่างสองร่างผละออกจากการทักทายทั้งที่ร่างเล็กกว่ายังหอบเหนื่อยไม่หาย<br /><br /><br /><br /><br />“ข้าก็ยินดีที่เจ้ามาถึงโดยปลอดภัย  เข้าไปพักก่อนเถิด  ตอนนี้ข้ากำลังปรึกษากับท่านชายเคตะว่าจะเอาอย่างไรต่อไปดี  ในเมื่อทหารกำลังเสียขวัญอย่างถึงที่สุดในตอนนี้”  เท้าที่กำลังเร่งก้าวเข้าสู่กระโจมที่ประชุมเสียจังหวะไปก้าวจนคนเดินนำต้องหันกลับมามอง<br /><br /><br /><br /><br />“เป็นอะไรไปเจ้า?”<br /><br /><br /><br /><br />“เมื่อกี้เจ้าว่า...ท่านชายเคตะ?”  เรียวเฮรู้สึกเหมือนตัวเองขยับริมฝีปากได้ช้าและลำบากนักกับคำเรียกขานนี้  ท่านชายเคตะมาทำอะไร  มาทำไม  และมาได้อย่างไร  เป็นคำถามที่เรียวเฮต้องการคำตอบอย่างที่สุด<br /><br /><br /><br /><br />“ใช่  ท่านชายได้รับมติจากที่ปรึกษาส่วนพระองค์ให้เข้ารับการทดสอบเพื่อเข้ารับตำแหน่งหัวหน้าราชองครักษ์  เจ้าไม่รู้หรือ?”<br /><br /><br /><br /><br />“ที่นี่!?”  บ้า!!  บ้าไปแล้ว  มติบ้าบอของพวกผู้ใหญ่หัวแข็งอีกแล้วอย่างนั้นหรือ!!  ให้ว่าที่หัวหน้าราชองครักษ์ออกศึกสำคัญเช่นนี้  หากท่านชายเคตะเป็นอะไรไปจากการศึก  แล้วจะหาหัวหน้าราชองครักษ์คนใดมาแทนที่!!  ความเป็นห่วงแล่นขึ้นจับใจ  เพราะท่านชายลูกศิษย์ของเรียวเฮแม้จะจัดเจนเรื่องการต่อสู้  หากก็เป็นเพียงการต่อสู้ด้วยกำลังเพียงลำพัง  การต่อสู้แบบประชิดตัว  หาใช่การสู้รบจับศึกอย่างตอนนี้ไม่  และการจัดการกองทัพไม่ใช่เรื่องง่ายดายเหมือนในตำรา  หากต้องอาศัยความชำนาญและจิตวิทยาชั้นสูงเพื่อควบคุมจิตใจทหารให้ได้  แล้วนี่อะไร!!  ให้ท่านชายมาที่นี่เพื่อการทดสอบบ้าบออย่างนี้  หากท่านเป็นอะไรไปใครจะรับผิดชอบตำแหน่งราชองค์รักษ์  ใครจะรับผิดชอบ...  หัวคิ้วเรียวขมวดแน่นเมื่อนึกคำสุดท้ายของประโยคออก  แต่ก็เก็บมันไว้ในใจที่เดิม  <br /><br /><br /><br />...ใครจะรับผิดชอบหัวใจข้า...<br /><br /><br /><br /><br />“ใช่ที่นี่  ท่านชายได้รับมอบหมายให้เดินทางตามเจ้ามาในเวลาไม่ต่างกัน  เพียงแต่ท่านชายตรงไปหาทัพของข้ากับท่านพี่ยูเพื่อขอให้ข้านำกำลังเสริมมาที่กองทัพแห่งนี้ทันที  ตอนที่เจ้าส่งสารไปข้าจึงจัดกำลังพลเสร็จและเตรียมออกเดินทางมาได้ทันท่วงที  มิเช่นนั้นข้าอาจจะมาช้ากว่าเจ้าไปโข”  <br /><br /><br /><br /><br />คำอธิบายของริวอิจิทำให้เรียวเฮพรูลมหายใจออกมาจนหมดก่อนจะสูดลมหายใจลึกและมองลอดเข้าไปในกระโจมหลังเดิมซึ่งเป็นเป้าหมาย  ร่างสูงใหญ่ของชายหนุ่มรูปงาม  ใบหน้าคมคร้ามเครียดขมึง  และนั่นยิ่งทำให้เรียวเฮรีบรุดเข้าไปในกระโจมเร็วกว่าเดิมอีกหลายเท่า<br /><br /><br /><br /><br />“ท่านชาย!”  คนถูกเรียกผินหน้ามามองด้วยสีหน้าเรียบเฉย  ผิดกับผู้มาใหม่ที่ออกอาการประหวั่นในสีหน้าไปไม่น้อย  เมื่อท่านชายที่เรียวเฮเรียกนั่งอยู่บนแท่นด้านข้างแผนที่และม้วนกระดาษมากมาย  แต่สิ่งที่ทำให้เรียวเฮร้องลั่นคือบาดแผลบนตัวท่านชายต่างหาก  ร่างสูงใหญ่  กำยำด้วยกล้ามเนื้อและผิวสีคร้ามที่ต้นแขนถูกพันผ้าพันแผลไว้  บนลำตัวหนาด้วยเช่นกัน  นั่นไม่ใช่สิ่งที่เรียวเฮปรารถนาจะได้เห็น ร่างเล็กทรุดลงนั่งข้างกายท่านชายด้วยสายตาห่วงหา<br /><br /><br /><br /><br />“เป็นอย่างไรบ้างขอรับ!  ริวอิจิ!  เกิดอะไรขึ้น”  ร่างสันทัดของแม่ทัพรองจากหัวเมืองใต้สะดุ้งแรงเมื่อเสียงนั้นตวัดถามให้คนตอบได้งงไปยกใหญ่<br /><br /><br /><br /><br />“ก่อนเจ้าจะมาถึง  ข้าศึกบุกประชิดทำให้ท่านชายเคตะตัดสินใจนำกำลังออกไปปะทะ แต่ท่านชายฝีมือร้ายกาจนัก  นอกจากเรียกขวัญกำลังใจทหารคืนภายในไม่กี่นาทีแล้วยังวางแผนการรบได้น่าประทับใจยิ่ง  ข้ายังชมไม่หยุดปากเลยนะเจ้า...”<br /><br /><br /><br /><br />“หุบปากของเจ้าไปเลยริวอิจิ!”  ใบหน้าเรียวสวยสะบัดกลับมาเอ็ดให้จนคนกำลังพูดต้องอ้าปากค้าง  “ท่านก็เหมือนกัน  ทำอะไรบุ่มบ่าม  ข้าศึกมาอย่างนั้นปะทะได้อย่างไร  ทำไมไม่รอบคอบเอาเสียเลย  หากท่านเป็นอะไรไป...”<br /><br /><br /><br /><br />เสียงห้วนที่กำลังเอ็ดตะโลไปทั่วกระโจมแผ่วลงเมื่อหันมาเห็นสายตาที่ทอดมอง  ดวงตาคมกริบมองนิ่งสบตาเรียวสวยที่มีแววห่วงใยอย่างไม่ปิดบัง<br /><br /><br /><br /><br />“เจ้าจะโวยวายไปทำอะไร  ในเมื่อท่านชายก็ทำอย่างที่เจ้าเคยทำนั่นแหละ”  ผู้ถูกกล่าวหาจากสหายรักตาโตขึ้นอีกเท่า  ทำอย่างที่เขาเคยทำคือทำอะไร?<br /><br /><br /><br /><br />“เจ้าว่าท่านชายทำอะไรบุ่มบ่าม ถ้าอย่างนั้นเจ้าก็บุ่มบ่ามมาก่อนเช่นกัน  ท่านชายก็แค่นำกำลังบุกฝ่าไปโดยให้ข้านำทัพตีล้อมปีกกาโอบข้าศึกจนพ่ายไป  ก็เท่านั้น”  ดวงตาสวยลอบมองไปทางคนที่ยังนั่งนิ่งไม่พูดอะไรให้ยิ่งแค้น  แววตาที่มองมาวูบไหวเพราะต้องแสงกองเพลิงที่ลอดเข้ามาภายในกระโจม  ประกายกล้าในหน่วยตาคู่คมทำให้เรียวเฮต้องเบือนหน้าหนี<br /><br /><br /><br /><br />“หากข้าเป็นอะไร  แล้วจะเป็นอย่างไร?”  ประโยคแรกที่เอ่ยก็ไม่น่าฟังเอาเสียเลยสำหรับเรียวเฮ  คนถูกถามจึงลุกเร็วๆ แล้วเดินไปกระแทกไหล่สหายสนิทที่ยืนหน้าแป้นให้หงุดหงิดใจจนคนโดนชนต้องหลบทางให้แล้วมองตามไปด้วยความสงสัย  เดินผ่านไปแล้วไม่วายชะโงกหน้าผ่านทางเข้ากระโจมตะโกนเรียกตัวท่านชายหนุ่ม ว่าที่หัวหน้าราชองครักษ์ให้ไปที่กระโจมที่พัก<br /><br /><br /><br /><br /><br /><br />ร่างบางเดินถือห่อผ้าขนาดเล็กเข้ามาในที่พักของท่านชายเคตะโดยที่ท่านชายนั่งรออยู่ที่ฟูกนอนอยู่ก่อนแล้วทรุดตัวลงนั่งข้างกัน  มือเล็กยื่นออกไปรั้งต้นแขนกำยำให้เบี่ยงมาหาและแกะผ้าพันแผลสีขาวที่ชุ่มเลือดจนหงุดหงิดใจ  <br /><br /><br /><br /><br />“ใครทำแผลให้กัน  ไม่ล้างแผลอย่างนี้วันพรุ่งเถิดคงได้จับไข้เพราะมันอักเสบ”  ปากอิ่มสีระเรื่อขยับต่อว่าไม่หยุดหย่อน  คนถูกต่อว่าก็ยังนั่งเงียบปล่อยให้มือเล็กชำนาญงานทำแผลให้  น้ำสะอาดและผ้าผืนเล็กถูกนำมาชำระแผลจนเรียบร้อย  เมื่องานแรกสำเร็จงานที่สองจึงเริ่มขึ้น<br /><br /><br /><br /><br />“เจ็บหน่อยนะขอรับ...ท่านชาย”  เคตะเงยหน้าขึ้นมองคนบอกก่อนจะพยักหน้าให้  เมื่อปลายเข็มปักลงบนเนื้อมือใหญ่จึงกำเข้าหากันแน่นอย่างอดทน  มือเล็กพยายามให้เบามืออย่างที่สุดเพื่อให้บาดแผลออกมาเรียบร้อยที่สุด  ก่อนจะชำระแผลด้วยน้ำสะอาดอีกครั้งแล้วปิดปากแผลไว้ด้วยผ้าสะอาด  <br /><br /><br /><br /><br />“เสร็จแล้วขอรับ  ครานี้นอนลงได้แล้วขอรับ”  เคตะเห็นปลายหางตาว่าเรียวเฮหันไปเช็ดมือและล้างมือในอ่างน้ำที่วางอยู่ไม่ไกล  เรียวเฮคงสั่งให้คนเตรียมไว้ตอนที่เดินไปบอกเขาให้มาที่กระโจมนอน  ผ้าพันแผลรอบตัวถูกแกะออกอย่างเบามือ  คราบเลือดที่กรังอยู่บริเวณปากแผลทำให้ผ้านั้นติดและแกะออกลำบากจนต้องใช้น้ำอุ่นชุบรอบปากแผลให้เลือดละลาย สุดท้ายการทำแผลก็สำเร็จด้วยดีพร้อมกับเสียงลมที่หอบเอาใบไม้แห้งปลิวดังกรอบแกรบอยู่ด้านนอกกระโจมที่พักแห่งนี้<br /><br /><br /><br /><br />“เรียบร้อยแล้ว  ข้าจะต้มสมุนไพรให้  ตอนนี้อาจจะระบมอยู่บ้างที่ต้นแขน  แต่สมุนไพรจากแผ่นดินใหญ่จะช่วยได้  ท่านนอนพักก่อนเถิด”  ร่างบางทำท่าจะผละจากไปแต่คนป่วยท่านก็มือไวจับใจคว้าเอามือบางไว้ได้ทัน<br /><br /><br /><br /><br />“มีอะไรหรือขอรับ?”  ดวงหน้าเรียวหันกลับมาถามด้วยแววตาสงสัย  ท่านชายเคตะไม่ตอบอะไร  นอกจากออกแรงรั้งให้เจ้าของมือเล็กขยับเข้ามาใกล้และนั่งลงข้างฟูกนอนทั้งที่ท่านชายยังนอนอยู่อย่างนี้<br /><br /><br /><br /><br />“ไม่เจ็บมือหรือ?”  มือข้างที่ถือเข็มเย็บแผลถูกยกขึ้นมาดูพร้อมคำถาม  หยดเลือดที่ไหลซืมปลายนิ้วสีชมพูทำให้เรียวเฮยิ้มบางกับคำถามของท่านชาย<br /><br /><br /><br /><br />“แผลเท่านี้  ไม่เจ็บหรอกขอรับ  ห่วงตัวเองก่อนเถิดว่าวันพรุ่งจะจับไข้หรือไม่แผลใหญ่ใช่เล่น”  เตรียมจะชักมือกลับแต่มือหน้าก็ยังรั้งไว้จนถึงที่สุด<br /><br /><br /><br /><br />“............!!!!  ท่าน!!!”  เมื่อปลายลิ้นสากแต้มความชื้นลงที่ปลายนิ้วโดยไม่บอกกล่าว  สัมผัสนี้ทำให้เรียวเฮหวิววับในช่องท้องอย่างประหลาด  หากแต่การวินิจฉัยโรคที่เคยเรียนมาไม่สามารถให้คำตอบใดได้  ยิ่งเห็นภาพปลายนิ้วของตัวเองลับเข้าไปในริมฝีปากได้รูปใจก็ยิ่งสะท้านจนทำอะไรไม่ถูก  <br /><br /><br /><br /><br />ท่านชายดันตัวเองขึ้นพร้อมกับรั้งให้อีกร่างเข้ามาใกล้ชิดยิ่งกว่าเดิม  มือใหญ่ดันแผ่นหลังเล็กให้แนบชิดสนิทใกล้จนริมฝีปากได้สัมผัสแก้มนวลหอมกลิ่นดิน  ไรผมสีอ่อนที่ยังคงกลิ่นไอป่าไม่จาง  ปลายจมูกโด่งสันระไล่ลงมาจากกลุ่มผมหอม  ผ่านมายังปลายจมูกเล็กที่รั้นขึ้นอย่างน่ามอง  ท่านชายไม่ลืมที่จะงับฟันลงที่ริมฝีปากอิ่มนิ่มที่ยังคงสีสดน่าลิ้มรส  และท่านชายก็ต้องการที่จะลิ้มรสในตอนนี้<br /><br /><br /><br /><br />คลึงเคล้าเอาใจอย่างอยากให้รู้ว่าท่านชายคิดถึงและอยากพบเจอ  เมื่อพบเจอครั้งแรกหลังจากห่างหายไปเป็นปีท่านชายยังใจกระตุกได้  แล้วจะแปลกอย่างไรหากความชิดใกล้จะยิ่งทำให้ท่านชายเพิ่มระดับความปรารถนาไปอีกหลายเท่า  ยิ่งความเป็นห่วงเป็นใยที่ยังส่งมาถึงของอดีตท่านอาจารย์จากจิบะผู้นี้ที่มีให้ท่านชายเคตะ  ก็ให้รู้ว่าความรู้สึกที่เคตะคิดมันไม่ได้ผิดไปเลยแม้แต่น้อย  เรียวเฮปดเขาเพียงเพราะสถานะตอนนั้นเป็นตัวกั้นมิให้เราทั้งคู่เปิดเผยความรู้สึกต่อกันได้  และเคตะก็คิดไม่ผิดที่ว่าเรียวเฮมีใจให้เขา  อารามดีใจจนเกินหักห้ามทำให้ท่านชายหนุ่มไม่รีรอการณ์ใด  รีบรุดเข้าไปรึงรั้งให้ร่างบางตระกองอยู่ในอ้อมกอดแน่นหนา<br /><br /><br /><br /><br />“อื้อ...!!  ท่านชาย  ปล่อยขอรับ!!”  แรงดิ้นรนขัดขืนทำให้กระเทือนถึงบาดแผลที่สดใหม่จนต้องออกเสียงท้วงให้คนดิ้นได้ตาโต<br /><br /><br /><br /><br />“เจ็บหรือ...!!”  ความห่วงใยถูกริบคืนในบัดดลเพียงเพราะรอยยิ้มมุมปากที่ท่านชายมีและเรียวเฮก็ทันเห็นก่อนที่ท่านชายจะได้ตีหน้าขรึมใส่อย่างเคย<br /><br /><br /><br /><br />“ท่านชายเคตะ!!  เลิกล้อเล่นได้แล้วขอรับ  เจ็บอย่างนี้ยังฤทธิ์เยอะ...วางยาสลบเสียเลยก็ดีหรอก”  สีหน้าว้าวุ่นและตั้งท่าจะโวยให้ได้รู้สึกรู้สาแต่ประโยคสุดท้ายเรียวเฮริบเสียงเอาไว้เสียครึ่งแต่ท่านชายก็ยังหูไวไม่เปลี่ยน<br /><br /><br /><br /><br />“วางยาข้า  จะทำอะไรข้าอย่างนั้นหรือ?”<br /><br /><br /><br /><br />“ฆ่าท่านให้ตายอย่างไรขอรับ!”  ดวงตาสวยที่วาววับตวัดฉับราวใบมีดแต่ท่านชายก็ยังยิ้มรับ<br /><br /><br /><br /><br />“หากฆ่าข้า  แล้วท่านชายฮิโรกิจะมีหัวหน้าราชองครักษ์ได้อย่างไรเล่า” ร่างสูงอมยิ้มในหน้าคล้ายยินดีที่ได้ต่อปากต่อคำกับอดีตท่านอาจารย์ด้วยท่าทีผ่อนคลายหลังการศึกแรก<br /><br /><br /><br /><br />“อากิระคงฝีมือไม่ด้อยกว่าท่านหรอกขอรับ”  ดวงตากลมใสจ้องประหัดประหารเจ้าของอ้อมกอดกระเซ้าเย้าแหย่  หวังให้สายตาที่เจ้าตัวใช้กลายเป็นดาบคมยาวสักสามซาคุฟาดฟันให้เจ็บหนักกว่าที่เป็นอยู่  โทษฐานของการที่ยั่วโทสะและทำให้เรียวเฮเป็นห่วงยิ่งกว่าครั้งใด<br /><br /><br /><br /><br />“แต่ท่านชายฮิโรกิคงไม่ประสงค์ให้อากิระเป็นราชองครักษ์หรอก  จริงหรือไม่?”  ใช่  เรียวเฮอยากตะโกนใส่หน้าว่านั่นคือสิ่งที่ถูกต้อง  และตอนนี้เขาก็ขี้เกียจต่อคำกับท่านชายแล้วด้วย  เพราะยิ่งพูดมากเท่าใดเรียวเฮก็ยิ่งเหมือนถูกต้อนให้เข้าชิดมุมในมากขึ้นเท่านั้น  เหยียบย่างเข้าไปในกับดักศัตรูตัวฉกาดที่รู้ทางเป็นอย่างดี  อย่างนี้คงไม่เหมาะ  ถอยทัพกลับไปตั้งหลักรอตีให้พ่ายตายไปเสียให้ราบน่าดูกว่าเป็นไหนๆ<br /><br /><br /><br /><br />ลูกแก้วใสเกลือกขึ้นมองท้องกระโจมหนังสัตว์อย่างอดทนให้ไม่เผลอมือไปตะปบเข้าให้แผลที่เพิ่งเย็บมันปริแตกออกอีกครั้ง  สาบานได้ว่าถ้าเหตุการณ์นั้นเกิดขึ้น  มันไม่ได้เกิดจากความตั้งใจ  แต่เป็นเพราะเรียวเฮ “เผลอ” จริงๆ มือบางปลดปราการหน่วงเหนี่ยวตนเองให้หลุดพ้นจากตัวอีกครั้งหนึ่งโดยไม่ต้องออกแรงใดให้มากอย่างคราแรก<br /><br /><br /><br /><br />“ยาต้มคงเสร็จแล้ว  ข้าจะไปเอามาให้  แล้วท่านจะได้พักผ่อน”  ท่านชายไม่ว่าอะไรแม้จะถูกเขม่นด้วยสายตาดุแกมบังคับให้นอนลงไปบนฟูกผืนเดิมอีกครั้ง ร่างเล็กบางของเรียวเฮยืนกอดอกมองได้ครู่จนแน่ใจแล้วว่าท่านชายจะเชื่อฟังเป็นอย่างดีจึงรีบรุดออกไปเพื่อจะนำยาต้มมาให้ผู้บาดเจ็บได้บรรเทาอาการลง<br /><br /><br /><br /><br />เท้าบางกำลังมุ่งตรงไปยังด้านหลังของค่ายรบด้วยความเร่งรีบ  แต่สายตาก็ไม่ลืมสอดส่องเพื่อรายละเอียดของกองทัพที่เพิ่งมาเยือน  ข้อมูลจำเป็นต่อการรบเป็นอย่างยิ่ง  แต่ความสงสัยที่บังเกิดกลับไม่ใช่จุดอ่อนของค่าย  กลับกลายเป็น –เหตุใดค่ายแห่งนี้จึงไม่เหมือนลักษณะของค่ายที่ถูกตีพ่าย  หากแต่เรียวเฮไม่รู้ว่าก่อนหน้านี้ท่านแม่ทัพค่ายนี้สิ้น  กองทัพนี้คงเป็นกองทัพที่กำลังจะชนะในไม่ช้า-<br /><br /><br /><br /><br />กำลังพลมากมายที่ไม่มีวี่แววแห่งความพ่ายแพ้  กลศึกที่โอบล้อมทุกด้านของค่าย  หากข้าศึกจะตีเมืองนี้ให้ได้จริงคงต้องใช้กำลังพลนับแสน  ยิ่งคิดหัวคิ้วเรียวยิ่งขมวดแน่น  ความคิดประหวัดไปถึงสหายครั้งเก่าก่อนอย่างกลุ่มชนบริเวณนาราที่ส่งสารขอความช่วยเหลือไปขณะเดินทางก่อนสายตาจะไปสะดุดเข้ากับร่างสูงโปร่งของชายสองคนที่แต่งกายแปลกตาไปกว่าทหารอื่นมากนัก<br /><br /><br /><br /><br />“ท่านฮิซาโตะ  ท่านยูสุเกะ!”  ชายหนุ่มสองคนที่ยืนพูดคุยกับร่างสันทัดที่แน่แท้จริงว่านั่นคือริวอิจิอย่างถูกคอหันมามองต้นเสียงที่เพิ่งเบี่ยงทิศทางจากการไปนำยาต้มแวะทักทายเขาทั้งสองก่อนรับร่างเล็กเขามากอดแน่นด้วยความคิดถึงสั่งสมเป็นเวลานับปี<br /><br /><br /><br /><br />“เรียวเฮ  พวกข้าสองคนเพิ่งคุยกับท่านริวอิจิว่าท่านมาถึงแล้วปฐมพยาบาลคนรัก...เอ้ย  ท่านชายอยู่”  หัวหน้าชนกลุ่มนามว่ายูสุเกะร้องเสียงหลงแก้เก้อเมื่อร่างบางสืบเท้าเข้ามาใกล้  ปลายนิ้วเล็กยกชี้หน้าผากสหายรักที่ตอนนี้อยากจะแค้นให้สาสมเป็นการคาดโทษ<br /><br /><br /><br /><br />“ไอ้รองแม่ทัพปากมาก  ระวังฟันมุมปากเจ้าจะหลุด  ตั้งแต่มาถึงนี่ก็หลายคดีมากแล้ว”  เมื่อกะเกณฑ์โทษทัณฑ์ที่หมายจะมอบให้ริวอิจิเสร็จแล้วปากอิ่มจึงยิ้มเอื้อเฟื้อถึงชายหนุ่มสองคนที่มองมาทางเขาด้วยความเอ็นดู<br /><br /><br /><br /><br />“ท่านได้สารของข้าเมื่อใด  ใยท่านจึงมาถึงที่นี่เร็วนัก”  รองหัวหน้าชนกลุ่มเป็นผู้ให้คำตอบว่าพวกเขาได้รับคำร้องขอจากท่านชายเคตะที่ตะบึงม้ามาจากเมืองหลวงแวะผ่านที่พักของกลุ่มพวกเขาและบอกว่าอีกไม่นานจะไปถึงค่ายทัพที่ริวอิจิอยู่  ขอให้รวบรวมกำลังพลให้เร็วที่สุด<br /><br /><br /><br /><br />“ตอนแรกพวกข้าก็ไม่เชื่อหรอก  แต่ป้ายตราสัญลักษณ์ทาจิบานะที่อยู่ที่ชายพกของท่านชายทำให้พวกข้ายินดีจะช่วยเหลือศิษย์ของท่าน  เรารวบรวมกำลังคนได้เรียบร้อย  สารของท่านก็ถึงพวกเราพอดีเช่นกัน  จากนั้นเราจึงเดินทางมาสมทบกับกำลังของท่านริวอิจิ”  คนเล่าเบี่ยงตัวไปทางผู้นำกำลังจากทัพใต้คิตามุระแล้วโค้งให้อย่างยินดีช่วยเหลือ  ฝ่ายนั้นโค้งรับแล้วเงยหน้ามายักคิ้วให้เรียวเฮเบือนหน้าหนีอีกรอบของวัน<br /><br /><br /><br /><br />“แล้วตอนนี้ท่านชายเป็นอย่างไรบ้าง?”  ยูสุเกะหัวหน้าชนกลุ่มรูปร่างสูงใหญ่ถามไถ่ถึงอาการของว่าที่หัวหน้าราชงครักษ์ที่ได้รับบาดเจ็บ  และเห็นว่าคนตัวเล็กอาสาดูแลให้  <br /><br /><br /><br /><br />“ข้ากำลังจะไปนำยาต้มไปให้ท่านดื่ม  ตอนนี้ให้พักอยู่ที่กระโจม  แต่มาเจอท่านก่อน  ข้ายังนึกถึงพวกท่านอยู่เลยเมื่อครู่ว่าท่านจะเดินทางมาถึงที่ใดแล้ว...แต่ท่านก็มาเร็วกว่าที่คาดไว้มากทีเดียว  ขอบคุณพวกท่านและทหารของท่านมากขอรับ”  ร่างเล็กโค้งให้ในระดับนอบน้อมสูงสุด  มือใหญ่จากชายหนุ่มสองคนแตะลงบนบ่าเล็กคนละข้างแล้วยิ้มให้เมื่อเรียวเฮเงยหน้าขึ้นมอง<br /><br /><br /><br /><br /><br />“ข้ายินดี  หากสหายข้าเดือดร้อน  เพราะเมื่อครั้งที่พวกข้าเดือดร้อน  ข้าก็ได้พวกท่านที่ช่วยเหลือ  อย่าได้คิดมากให้มากความ”  ริมฝีปากอิ่มยิ้มรับอย่างยินดีในความเอื้อเฟื้อที่สหายเก่ายังมิเคยลืมเลือน<br /><br /><br /><br /><br />“ท่านนำยาต้มไปให้ท่านชายเถิด  สารขอความช่วยเหลือจากท่านครั้งนี้ทำให้ข้าได้พบสหายใหม่ที่ข้ามั่นใจว่าท่านผู้นี้จะยิ่งใหญ่ไม่แพ้ราชองครักษ์ใดในแผ่นดินแห่งแสงอาทิตย์นี้เลย”<br /><br /><br /><br /><br />“ข้าขอตัวก่อน  แล้วข้าจะไปพบพวกท่านที่กระโจมกลาง ขอตัวก่อนขอรับ”  ทุกคนรวมถึงริวอิจิพยักหน้ารับคำก่อนจะหันหลังกลับไปทางกระโจมกลางซึ่งเป็นพื้นที่สำหรับประชุมวางแผนการศึกเมื่อเห็นว่าแผ่นหลังบางเดินจากไป<br /><br /><br /><br /><br />.<br /><br />.<br /><br />.<br /><span style="color:#ff0000"><br />ต่อตอนหน้าค่ะ</span> ]]>
</content:encoded>
<dc:subject>Oshieru</dc:subject>
<dc:date>2009-11-12T01:04:21+09:00</dc:date>
<dc:creator>::shunfeng015::</dc:creator>
<dc:publisher>FC2-BLOG</dc:publisher>
</item>
<item rdf:about="http://shunfeng015.blog126.fc2.com/blog-entry-87.html">
<link>http://shunfeng015.blog126.fc2.com/blog-entry-87.html</link>
<title>[OT] Notice Fiction</title>
<description> แวะมาบอกให้รู้กันนิดหน่อยว่าไม่รู้ว่าจะมาต่อฟิคได้ต่อเนื่องแค่ไหนล่ะนะคะเพราะว่างานมันมาได้เรื่อยๆ จริงๆตอนนี้ทำงานบูรณะกำแพงเมืองเชียงแสนอยู่ที่จังหวัดเชียงรายเวลาว่างพอมี  แต่บางทีมันก็มีในจังหวะที่ไม่สามารถคิดอะไรออกได้พอคิดออก  ก็ไม่่ใช่โอกาสที่จะแต่งต่อเสียอีกทำให้ค่อนข้างประสบปัญหาขัดใจตัวเองหลายรอบแล้วค่ะฮ่าๆ  เคยคิดจะโต้รุ่งเขียนฟิคเหมือนตอนเป็นเด็ก...แต่ก็นะ  สังขารมันไม่เที่ยงน่ะค่ะแต่ก็
 </description>
<content:encoded>
<![CDATA[ <strong><span style="color:#0000ff">แวะมาบอกให้รู้กันนิดหน่อย<br />ว่าไม่รู้ว่าจะมาต่อฟิคได้ต่อเนื่องแค่ไหนล่ะนะคะ<br />เพราะว่างานมันมาได้เรื่อยๆ จริงๆ<br />ตอนนี้ทำงานบูรณะกำแพงเมืองเชียงแสนอยู่ที่จังหวัดเชียงราย<br />เวลาว่างพอมี  แต่บางทีมันก็มีในจังหวะที่ไม่สามารถคิดอะไรออกได้<br />พอคิดออก  ก็ไม่่ใช่โอกาสที่จะแต่งต่อเสียอีก<br />ทำให้ค่อนข้างประสบปัญหาขัดใจตัวเองหลายรอบแล้วค่ะ<br />ฮ่าๆ  เคยคิดจะโต้รุ่งเขียนฟิคเหมือนตอนเป็นเด็ก...แต่ก็นะ  สังขารมันไม่เที่ยงน่ะค่ะ<br />แต่ก็แวะมาบอกไว้ก่อน  อาจจะช้าหรือไร้วี่แววไปซักหน่อย<br />แต่ก็จะพยายามให้ทุกเรื่องจบลงตามความตั้งใจแหละนะคะ<br />สัญญาไม่ได้ว่ามันจะมาลงได้อีกทีเมื่อไหร่ แต่ถ้าเอาแน่ๆเลยคือหลังสอบวัดระดับค่ะ<br />อาจจะฟังดูเนิ่นนานเนาะ  แต่อีกสามอาทิตย์เองน๊า<br />แต่่ถ้ามีโอกาสก่อนหน้านั้นก็จะพยายามค่ะ<br />คนอ่านไม่เยอะในบลอคเรา เพราะงั้นเราก็อยากตามใจแหละนะ^^<br />บางเรื่อง บางคนตามมาจากหลายบอร์ดเพราะบลอคเรามีฟิคหลายคู่<br />ยังไงก็อ่านแล้วลงชื่อทิ้งไว้บ้างก็ไ้ด้นะคะ ทิ้งข้อความคุยกันเล่นๆก็ได้ค่ะ<br />ยินดี  แต่ตอนนี้ขอโทษจริงๆ ทั้งที่อยกาแต่งฟิคให้อ่านจะแย่แต่ไม่สามารถทำได้<br />ตอนนี้อยู่กรุง  รุ่งนี้ต้องกลับไปทำงานต่อแล้ว  ค่อนข้างเหนื่อยพอสมควร<br />ทุกคนก็ตั้งใจทำในสิ่งที่ตัวเองต้องรัยผิดชอบกันแล้วกันนะคะ^^<br /><br />ขอบคุณที่ติดตามค่ะ</span></strong> ]]>
</content:encoded>
<dc:subject>Category: None</dc:subject>
<dc:date>2009-11-09T23:40:06+09:00</dc:date>
<dc:creator>::shunfeng015::</dc:creator>
<dc:publisher>FC2-BLOG</dc:publisher>
</item>
<item rdf:about="http://shunfeng015.blog126.fc2.com/blog-entry-86.html">
<link>http://shunfeng015.blog126.fc2.com/blog-entry-86.html</link>
<title>[JK]::*::Hana No Tsutae Koto Part 06::*::</title>
<description> สวัสดีค่ะมาลงเร็วเพราะฉลองได้กลับบ้านค่ะ^^เดือนละครั้ง ครั้งละอาทิตย์ค่ะ  ดีใจมากมาย  คิดถึงบ้านเหลือแสน^^ใครใคร่อ่าน อ่านนะคะ  ใครใคร่เม้น  ก็เม้นนะคะตอนนี้มันเป็นยังไงอะไรติได้ค่ะไม่ว่าอยากไปงานฟิคแต่กลับมาไม่ทันแน่เลยใครไปฝากซื้อฟิคเฟต์ได้มั้ยคะ!!!!! ๕๕๕๕๕๕อ่านเถอะค่ะปล...รอเพื่อนมาอ่าน  เพื่อนก็ไม่ว่างอ่านไม่เป็นไร  คนอื่นอ่านก็ยินดีเช่นกันค่ะูู::*::Hana no tsutae koto part 06::*::ความว่างเปล่
 </description>
<content:encoded>
<![CDATA[ <strong><span style="color:#6666ff"><br /><br /><br />สวัสดีค่ะ<br />มาลงเร็วเพราะฉลองได้กลับบ้านค่ะ^^<br />เดือนละครั้ง ครั้งละอาทิตย์ค่ะ  ดีใจมากมาย  คิดถึงบ้านเหลือแสน^^<br />ใครใคร่อ่าน อ่านนะคะ  ใครใคร่เม้น  ก็เม้นนะคะ<br />ตอนนี้มันเป็นยังไงอะไรติได้ค่ะไม่ว่า<br />อยากไปงานฟิคแต่กลับมาไม่ทันแน่เลย<br />ใครไปฝากซื้อฟิคเฟต์ได้มั้ยคะ!!!!! ๕๕๕๕๕๕<br />อ่านเถอะค่ะ<br /><span style="color:#ff9900"><br />ปล...รอเพื่อนมาอ่าน  เพื่อนก็ไม่ว่างอ่าน<br />ไม่เป็นไร  คนอื่นอ่านก็ยินดีเช่นกันค่ะูู</span><br /><br /><br />::*::Hana no tsutae koto part 06::*::</span></strong><br /><br /><br /><br />ความว่างเปล่ารอบกายถูกทิ้งไว้เป็นเพื่อนในช่วงเวลาใกล้ค่ำ บริเวณไม้ใหญ่ครึ้มทำให้พื้นที่โดยรอบมืดกว่าส่วนอื่นพอควร ร่างสูงใหญ่ที่มักเห็นประจำตำแหน่งคนขับรถของผู้ชายตัวสูงหน้าตาดียืนอยู่ลำพังหลังจากมองเห็นท้ายรถของผู้เป็นนายที่ทิ้งไว้เพียงเศษใบไม้ที่ปลิวจากแรงลมหลังการออกตัวของรถยนต์คันใหญ่ มือใหญ่ล้วงหยิบโทรศัพท์กดโทรออกและรอฟังสัญญาณปลายสาย<br /><br /><br /><br />“ว่าไง” เสียงรับสายครั้งนี้ของเพื่อนสนิททำให้โคคิค่อนข้างประหลาดใจพอดูกับคำห้วนสั้นจนต้องย่นคิ้วกับตัวเองในความสงสัยนั้น<br /><br /><br /><br />“เป็นอะไร? หงุดหงิดอะไรอยู่” ท่าทางคงหงุดหงิดลูกน้องที่ทำงานไม่ได้เรื่อง ในเมื่อตัวเองเป็นพวกเพอร์เฟ็คส์ลิซึมขนาดที่ว่างานไม่ควรพลาดแม้แต่จุดเดียว แต่ไม่ค่อยได้เห็นยูอิจิโกรธนักเมื่อคติประจำใจอีกอย่างเป็นการสอนงานคนให้เป็นจะได้ไม่เกิดข้อผิดพลาด ครั้งนี้คงพลาดยิ่งใหญ่ถึงได้หงุดหงิดใส่มาตามสายอย่างนี้<br /><br /><br /><br />“ก็ไอ้พวกที่ให้ไปเฝ้าบ้านคุณคาซึยะกับคุณฮิโรกิ เสือกคลาดสายตาไปเกือบชั่วโมงเพราะไอ้กลุ่มที่อยู่ใกล้กันโทรขอกำลังที่ใกล้ที่สุดคนรายงานกลุ่มที่ใกล้ที่สุดเสือกไม่ดูตาม้าตาเรือส่งสัญญาณไปที่พวกมัน...” ประโยคแรกยาวเหยียดอธิบายความผิดพลาดที่เกิดขึ้นครั้งนี้ได้อย่างไม่ต้องการคำอธิบายอะไรต่อไปอีก โคคิพยักหน้ากับปลายสายทั้งที่รู้อยู่แก่ใจว่าอีกฝ่ายคงไม่เห็น<br /><br /><br /><br />“อืม...เลยเป็นเรื่องอยู่ตอนนี้”  เสียงห๊ะด้วยความตกใจทำให้โคคิต้องละโทรศัพท์ออกห่างจากหูตัวเองพร้อมกับตอบคำถาม...เรื่องอะไรวะ?...ตามมาอีกประโยค<br /><br /><br /><br />“เรื่องที่ว่านายใหญ่รู้ว่าตอนที่ลูกน้องมึงหายหัวไปแล้วไอ้พวกนางาเสะมันเข้ามาเหยียบถึงที่อย่างไรล่ะ”  ประโยคเดียวก็เรียกหัวใจยูอิจิให้สะท้านลั่นได้ เพราะนี่ถือเป็นสิ่งที่ไม่ควรเกิดขึ้นหลังจากได้รับคำสั่งจากนายใหญ่กำชับหนักหนาว่านางาเสะจ้องทุกความเคลื่อนไหวของพวกเขาอยู่และรอจังหวะที่จะพลาด<br /><br /><br /><br />“แล้วนายใหญ่รู้ได้อย่างไรวะว่าพวกนั้นมันมา...” ปลายสายยังซักถามสาเหตุถึงความหูไวตาไวของเจ้านายเป็นพิเศษ<br /><br /><br /><br />“ช่วงเวลาที่ลูกน้องมึงรายงานความเคลื่อนไหวว่าเหตุการณ์ปกติอย่างมีพิรุทนั่นแหละ เป็นเวลาเดียวกับที่คุณจินได้รับฟังจากคุณคาซึยะว่ามีผู้ชายชุดดำเข้ามาที่ร้านเพื่อซื้อช่อดอกไม้...” เหตุการณ์ที่สุสานถูกถ่ายทอดให้ยูอิจิฟังอย่างไม่ขาดตกหรือบกพร่องในความจริงใดว่าช่อดอกไม้จากร้านคาซึยะถูกวางไว้ที่หน้าป้ายชื่อในสุสานในสภาพยับเยินเป็นข้อความชั้นยอดที่นายใหญ่รับรู้ได้เป็นอย่างดีถึงเรื่องราวที่กำลังบานปลายจนอาจเกิดเหตุการณ์ที่จินไม่อยากให้เกิดมากที่สุดก็เป็นได้<br /><br /><br /><br />...ฉิบหายแล้ว...<br /><br /><br /><br />คำอุทานเดียวที่คนสองคนนึกขึ้นพร้อมกันโดยไม่ต้องอาศัยสัญญาณใดราวกับเรื่องตลก แต่คงเป็นตลกร้ายกาจน่าดูหากเกิดเหตุการณ์น่าฉิบหายอย่างที่นึก ไม่อยากเดาให้ยากว่าเมื่อคนนอกที่ไม่รู้เรื่องถูกดึงเข้ามาในเกมแห่งความมืดนี้แล้ว ใครจะสูญเสียมากที่สุด ในเมื่อศัตรูจ้องเขม็งที่จุดตายของทั้งนายใหญ่และคนสำคัญอันดับหนึ่งขององค์กร...หัวใจ...<br /><br /><br /><br />“คิดเหมือนกันใช่ไหมว่ามันไม่ได้บังเอิญ สำหรับการปะทะกับนางาเสะแบบไม่ตั้งตัว...?” โคคิเห็นอีกฝ่ายเงียบไปจึงส่งคำถามเป็นด่านหน้าให้เพื่อนเดาสถานะการณ์ได้  แม้ยูอิจิจะแย้งว่ากลุ่มที่ปะทะกันวันนี้ไม่ใช่นางาเสะแต่ก็ไม่มีหลักฐานชัดเจนว่ากลุ่มติดอาวุธในพื้นที่ทำการขององค์กรและจำนวนคนมากขนาดนั้นจะเป็นใครในเมื่อองค์กรพันธมิตรไม่มีทางทำร้ายกันเอง...แม้องค์กรจะมีศัตรูอื่นมากมายก็เป็นเพียงกลุ่มเล็กยิบย่อยที่ไม่น่ามีกำลังคนมากขนาดนี้ ผู้สนับสนุนหลักอย่างเป็นทางการที่สามารถสนับสนุนทั้งกำลังและอาวุธของทุกการเหิมเกริมมีเพียงหนึ่งเดียว...นางาเสะ...<br /><br /><br /><br />“แล้ว...คุณจินว่าอย่างไร?” เงียบไปเป็นครู่เพื่อประเมินสถานะการณ์ว่าในตอนนี้ควรจะทำอย่างไร แต่ก็จนปัญญาเกินกว่าจะคิดอะไรออกจึงต้องหันกลับมาทางเดิมเพื่อถามเพื่อนว่าเจ้านายสั่งการอะไรไว้บ้าง<br /><br /><br /><br />“พาคุณคาซึยะและคุณฮิโรกิไปอยู่ที่บ้านชานเมืองมันลากคุณสองคนนี้มาเอี่ยวแน่ ปิดคุณเรียวให้สนิทเรื่องนางาเสะในวันนี้ และ...กระทืบไอ้พวกที่ละเลยหน้าที่ของมันให้จำใส่หัวไว้ด้วยว่าของสำคัญของนาย...อย่าทำเป็นเรื่องเล่นตลก”  สามประโยคสั้นแต่ได้ใจความยูอิจิไม่ได้ตอบรับแต่รู้กันดีว่าอะไรคือสิ่งที่จะตามมาสำหรับผู้ละเลยการปฏิบัติหน้าที่สำคัญ<br /><br /><br /><br />“ได้  จะจัดการให้...ตอนนี้อยู่ที่ไหน?” <br /><br /><br /><br />“ถูกทิ้งอยู่หน้าป่าช้า  รีบมารับด้วย ขนลุกชิบเป๋ง” ได้ยินเพื่อนทำเสียงหวิวแล้วก็ได้แต่นึกหน้าเวลาที่โคคิกลัวขึ้นมาให้ขำเล่นมาตามสายโทรศัพท์ก่อนจะวางสาย กุญแจรถในกระเป๋ากางเกงถูกหยิบขึ้นมาเดาะเล่นในมือสองสามครั้งเมื่อเดินไปถึงตัวรถและออกตัวเพื่อมารับเพื่อนที่ถูกเจ้านายทิ้งอยู่หน้าสุสานแล้วไปดูดอกไม้ไฟกับน้องชายคุณเรียวและคุณฮิโรกิ<br /><br /><br />.<br /><br /><br /><br />.<br /><br /><br /><br />.<br /><br /><br /><br />ที่จอดรถอยู่ไกลพอสมควรทั้งสามเดินมาพร้อมข้าวของจากหลังรถ พื้นที่จัดงานอยู่ริมทะเลซึ่งเคยเป็นลานจอดรถแต่ตอนนี้ถูกเปลี่ยนสถานะเป็นพื้นที่ชมดอกไม้ไป ทางเดินก่อนถึงลานกว้างสำหรับผู้มีบัตรเข้าชมในจุดที่มองเห็นชัดที่สุดผู้คนมากมายหลั่งไหลเข้ามาในพื้นที่จัดงาน ก่อนถึงทางเข้ามีโต๊ะตั้งกล่องรับบริจาคสำหรับการจัดงานดอกไม้ไฟเพื่อไปแข่งระดับประเทศในปีหน้า เมื่อมีคนบริจาคคนหนึ่งจะสามารถเขียนข้อความฝากบอกถึงคนที่ต้องการได้ <br /><br /><br /><br />ร่างสูงในชุดสูทสีดำดูโดดเด่นกว่าคนอื่นทั้งหน้าตาและการแต่งตัวหยุดยืนอยู่หน้าโต๊ะที่มีลุงสองสามคนยืนตะโกนเชิญชวนให้คนบริจาคเงินสมทบทุนแก่ทางจังหวัด มือขาวหยิบกระเป๋าสตางค์ออกจากกระเป๋ากางเกงด้านหลังแล้วหยิบธนบัตรออกมาจำนวนหนึ่งเมื่อหย่อนเงินจำนวนนั้นลงในกล่องกระดาษาแล้วเสียงโห่ลั่นทำให้จินหันไปมองหน้าคนอีกสองคนที่มาด้วยกันสีหน้าคล้ายตกใจอย่างมาก ตาคมกระพริบปริบงุนงงกับเสียงโห่ร้องตะโกนแซวของคนที่โต๊ะบริจาค<br /><br /><br /><br />“ผมทำอะไรผิดหรือเปล่า?” หันมามองทั้งสองคนที่ยืนมองหน้าจินอย่างงุนงงเช่นกัน ก่อนคาซึยะและฮิโรกิจะหัวเราะจนไม่สามารถควบคุมบทสนทนาได้จึงทำให้จินยิ่งออกอาการหันซ้ายหันขวามากกว่าเดิม<br /><br /><br /><br />“พ่อหนุ่มจะเขียนข้อความถึงใครไหม?” ร่างสูงมองไปทางกระดาษและปากกาที่ยื่นมาให้แล้วหันไปมองหน้าถามคนอีกสองคนที่เหลือคล้ายขอความช่วยเหลือจากการขยับปากโดยไม่มีเสียงว่า ...ข้อความอะไรหรือ?... คาซึยะเดินเข้ามาชะโงกหน้าดูแล้วถามว่าจินจ่ายไปเท่าไรเมื่อครู่มือขาวยกนิ้วสามนิ้วขึ้น<br /><br /><br /><br />“สามพัน?” มือเล็กกำลังเอื้อมไปหยิบปากกาและกระดาษที่วางอยู่บนโต๊ะเป็นต้องชะงักหันกลับมามองหน้าคนตอบอีกครั้งให้แน่ใจว่าที่ตอบมาถูกต้องแล้วอย่างนั้นหรือ<br /><br /><br /><br />“สามหมื่นเอง” สามหมื่นเอง! แถมมีเองด้วยนะ คาซึยะจะเป็นลม เงินตั้งสามหมื่นกินได้เกือบครึ่งเดือนแต่เอาเถิดคนเขามีก็ปล่อยเขาไป มือเล็กคว้ากระดาษกับปากกามายื่นใส่มือใหญ่พร้อมคำอธิบาย<br /><br /><br /><br />“ปกติเมืองนี้ถ้าบริจาคทุกหนึ่งพันเยนจะเขียนข้อความได้หนึ่งประโยค แล้วบริจาคเยอะขนาดนี้มิต้องเขียนเป็นนิทานเลยหรือ?” เสียงเล็กแกล้งกระเซ้าอย่างอารมณ์ดีกับท่าทางมึนงงกับโลกรอบตัวขณะนี้ของจิน ผู้ชายสุดเพรียบพร้อมก็มีข้อบอกพร่องเช่นการไม่เคยดูดอกไม้ไฟเลยในชีวิต <br /><br /><br /><br />“จะเขียนข้อความถึงใครไหมครับ?” มือป้อมชูกระดาษยาวใบเล็กและปากกาขึ้นระดับไหล่ ร่างสูงมองอย่างชั่งใจอยู่ครู่แล้วรับกระดาษแผ่นนั้นมาวางบนโต๊ะตัวเดิม<br /><br /><br /><br />“ต้องเขียนสามสิบประโยคเลยหรือ?” ทั้งฮิโรกิและคาซึยะหัวเราะจนต้องกุมท้องอีกครั้ง วันนี้จินดูเหมือนเด็กที่เพิ่งได้ออกมาเที่ยวนอกบ้านเป็นครั้งแรกเสียจริง<br /><br /><br /><br />“คุณจะเขียนจดหมายรักบอกใครก็เอาเถอะ” ตอนตอบคำถามยังไม่วายแอบปาดน้ำตาที่ปลายหางตาเพราะความขำ “ไม่มีใครว่าคุณหรอก”<br /><br /><br /><br />“ได้หรือ?” คิ้วคมเลิกขึ้นถามย้ำและได้รับคำตอบเป็นใบหน้าน่ารักที่อมยิ้มจนแก้มตุ่ยพยักหน้าขึ้นลงแรงๆ สองสามครั้ง ปลายปากกาจึงจรดลงบนกระดาษ ข้อความไม่สั้นไม่ยาว แต่คาซึยะไม่เห็นว่าเขียนอะไร ฮิโรกิที่ยืนอยู่อีกด้านลอบยิ้มอยู่คนเดียวเมื่อจินยกกระดาษใบนั้นหลบเด็กตาตี่ที่พยายามชะโงกดูว่าจินเขียนจริงอย่างที่ถามหรือไม่ ฟันซี่เล็กขบปากล่างอย่างขัดใจเมื่อโดนแกล้งเอาซึ่งหน้า<br /><br /><br /><br />“ไปนั่งกันเถอะครับ ไปคาซึยะ” ฮิโรกิเห็นท่าว่าไอ้เต่าเพื่อนรักคงได้เขม่นคุณจินคนซื่ออีกนานจึงรีบเดินไปออกแรงลากให้มันคลานตามกันไปหาที่นั่งปูเสื่อวิวดีๆ ที่สามารถมองเห็นดอกไม้ไฟที่จะทะยานขึ้นจากกลางทะเล<br /><br /><br /><br />“ร้านนั้นขายอะไรหรือ?” จินมองไปทางร้านที่มีคนต่อแถวยาวเหยียดมีป้ายรูปหมึกยักษ์ทำหน้าตาประหลาดอยู่หน้าร้านแต่ไม่ปรากฏตัวหนึ่งสือใดนอกจากราคาคนถูกถามที่เหลือทั้งสองคนจึงหันกลับมามองด้วยความงุนงง<br /><br /><br /><br />“ไม่เคยกินทาโกะยากิหรือครับ?” คาซึยะเป็นฝ่ายย่นคิ้วถามด้วยสีหน้าแปลกประหลาดจนจินต้องแปลกใจ<br /><br /><br /><br />“เคย แต่ไม่เคยรู้ว่ารูปร่างหน้าตาร้านเป็นอย่างนี้”  ฮิโรกิยิ้มรับเมื่อจินสารภาพด้วยความสัตย์จริงว่าไม่รู้จักหน้าตาร้านทาโกะยากิที่แท้จริง ส่วนคาซึยะได้แต่ทำหน้าประหลาดคล้ายปลาสำลักน้ำเพราะรู้สึกเสียมารยาทกับจินมากพอดู<br /><br /><br /><br />“ขอโทษครับ แหะ เอ่อ...ไปทางนั้นดีกว่าครับ” ที่ทางดูทำเลแล้วลมพัดกำลังเย็นสบายและไม่ติดผู้คนด้านหน้ามากแต่ก็ไม่ใกล้จนต้องแหงนคอตั้งบ่าเพื่อชมพลุสีสวยรูปร่างต่างๆ จนกลับบ้านไปแล้วเกิดอาการคอเคล็ด ร่างเล็กรีบแทรกตัวตามช่องว่างของผู้คนขวักไขว่เข้าไปยังที่ว่างที่เห็นอยู่ไม่ไกลรีบกวักมือเรียกฮิโรกิและจินให้เดินมาช่วยกันปูเสื่อ อาหารมื้อเย็นสำหรับการชมดอกไม้ไฟในเย็นวันนี้ถูกนำออกมาวางเรียงแล้วลงมือทานในที่สุด กลุ่มครอบครัวข้างเคียงหยิบยื่นขนมมาให้ได้ชิม คาซึยะจึงเลือกอาหารมากมายตรงหน้าหยิบยื่นให้อย่างอารมณ์ดี <br /><br /><br /><br />จำนวนผู้เข้าชมดอกไม้ไฟในบริเวณลานเพิ่มจำนวนขึ้นกว่าเดิมมาก ท้องฟ้ามืดลงตามระดับดวงอาทิตย์ที่คล้อยแสงจนหายลับไปหลังภูเขา อิ่มท้องแล้วนั่งพักได้ครู่เสียงประกาศออกลำโพงตัวใหญ่ดังก้องไปทั่วอาณาบริเวณ ว่าใกล้ถึงเวลาที่ทุกคนรอคอย สาดเสื่อของคนที่เพิ่งมาถึงถูกสะบัดอย่างเร่งรีบเพื่อนั่งคอยชมเปลวเพลิงบนท้องนภา แม้ปกติเทศกาลนี้จะจัดขึ้นในช่วงหน้าร้อนแต่ความขัดข้องบางประการในปีนี้จึงจำเป็นต้องเลื่อนมาจนถึงฤดูใบไม้ร่วง อากาศที่เย็นลงมากกว่าช่วงเย็นเยอะเพราะฤดูหนาวที่ใกล้เข้ามาทำให้ผู้คนจำนวนมากต้องซุกตัวอยู่ในเสื้อกันหนาวตัวใหญ่ แต่หญิงสาวบางคนยังยินดีจะใส่ยูคาตะเพื่อกินบรรยากาศของงานเทศกาลนี้อยู่ประปราย<br /><br /><br /><br />ถึงแม้โดยรอบจะวุ่นวายจนชวนเวียนหัวอยู่มาก แต่คนตัวเล็กที่สุดในกลุ่มกลับหาวหวอดออกมาได้หน้าตาเฉย มือเล็กยกขึ้นปิดปากข้างหนึ่ง อีกข้างเหยียดจนสุดแขน ดวงตาหยียิบจนน้ำตาเร็ดออกที่หางตาให้ฮิโรกิแตะปลายนิ้วเช็ดให้ สายตาคล้ายเอ็นดูมองร่างจ้อยยิ้มๆ แล้วเพื่อนรักก็ชูสองแขนโถมตัวทับลงมาทั้งตัวจนเกือบหงายหลังลงไปนอนบนพื้นคอนกรีตของลานจอดรถเอา<br /><br /><br /><br />“ง่วงจังเลย...” เสียงคนง่วงบนงัวเงียเหมือนคนใกล้หลับเต็มที ฮิโรกิจึงยันไหล่บางของร่างที่กำลังคลานตามมาหาทั้งที่ถดตัวหนีออกห่าง<br /><br /><br /><br />“ง่วงแล้วจะนอนบนตัวฉันรึไงคาซึยะ!” กางเกงที่ใส่มาวันนี้คงต้องสังฆกรรมครั้งใหญ่เพราะโดนแกล้งจนลงไปนั่งบนพื้นให้จริงๆ คนถูกดุทำหน้ายู่แต่ยังคงคลานดิกตามไปกอดเอวบางเอาไว้แล้ววางศีรษะลงบนตักนุ่มของฮิโรกิเอาดื้อๆ บ่นพึมพำโดยไม่รับฟังเสียงคนเดือดร้อนแม้แต่น้อย<br /><br /><br /><br />“เมื่อไหร่จะเริ่มแสดงนะ...อยากดูดอกไม้ไฟก็อยาก อยากนอนก็อยาก...”<br /><br /><br /><br />“ถ้าง่วง  นอนตักผมไหม?” คนที่กำลังจิ้มทาโกะยากิเข้าปากหันไปเห็นความชุลมุนอย่างน่ารักขณะนี้เสนอทางออกที่คิดว่าดีที่สุดให้ คนกำลังบ่นอ้าปากค้างจนฮิโรกิต้องเอื้อมมือไปดันปลายคางให้หุบลง คาซึยะอยากให้คุณจินสาบานว่าที่พูดมานั่นคือล้อเล่น แต่ล้อเล่นทั้งที่หน้าตาจริงจังขนาดนั้นคงไม่มีใครกล้าคิดให้เป็นล้อเล่นได้ ในหัวหมุนติ้วด้วยความสับสน ปากเล็กเผยอค้างเตรียมคำขอบคุณและปฏิเสธทันใด<br /><br /><br /><br />“ตกลงครับ” แน่นอนว่าไม่ใช่เสียงคาซึยะเพราะฮิโรกิตอบรับแทนคนที่กำลังทำตาโตตาเหลือกอยู่ตอนนี้ พร้อมทั้งผลักไสไล่ส่งให้ศีรษะมารที่กำลังยึดตักเขาเป็นสรณะอย่างถึงที่สุดด้วยการขืนแรงยกของมือบางเอาไว้สุดใจขาดดิ้น<br /><br /><br /><br />“อะ!!!  ฮิโรกิ!!” เมื่อฮิโรกิปล่อยมือและวางกลุ่มผมสีอ่อนลงบนตักกว้างของผู้เสนอน้ำใจแล้วร่างเล็กก็ผุดลุกขึ้นนั่งแทบไม่ทันพร้อมเสียงโวยวาย<br /><br /><br /><br />“ทำไมหรือ? เห็นว่าง่วงฉันก็แค่อยากดูดอกไม้ไฟสบายๆ คุณจินเขาอาสา ไม่เป็นไรหรอก” พูดไปจิ้มทาโกะยากิในกล่องกินไปไม่สนใจจนคาซึยะหงุดหงิดแต่ทำได้แค่กัดปากแน่นแล้วหันหน้าหนีไปทางอื่น<br /><br /><br /><br />“คาซึยะดื้ออย่างนี้ประจำหรือฮิโรกิ?” คนถูกเมินสองคนหันมาคุยกันจนคนเมินกลายเป็นถูกเมินเสียได้<br /><br /><br /><br />“ครับ ดื้อประจำ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเวลาอย่างนี้ ไม่ได้อย่าใจเมื่อไรได้มีเขม่นกันจนหายใจไม่ออก...”<br /><br /><br /><br />“หยุดพูดเลย คนเขาไม่ได้อย่างใจเขาก็ไม่พอใจเป็นเรื่องปกติ เกี่ยวกับเรื่องดื้อไม่ดื้อตรงไหน” เสียงแหววเข้าแทรกบทสนทนาที่ดูท่าว่าคาซึยะจะเกรียมได้ในไม่ช้า เพราะฮิโรกินินทาได้เผาขนเหลือเกินสิให้ตาย<br /><br /><br /><br />“อย่างนั้นหรือ...” ทาโกะยากิลูกสุดท้ายหายวับเข้าไปในปากอิ่มพร้อมการพยักหน้ารับยิ้มๆ แล้วเลยไปยักคิ้วให้คนทุกข์ร้อนที่ยังคงถูกเมินต่อไป<br /><br /><br /><br />“เรียวจังเลี้ยงไม่ดีน่ะครับ ตามใจจนเคยตัว” ฮิโรกิเล่าให้ฟังเหมือนเป็นเรื่องทั่วไป เหมือนเรียวยังอยู่และไม่ได้จากไปไหน เหมือนต้องการค่อนขอดที่นั่งอยู่ตรงหน้าว่าเพราะเรียวที่เคยอยู่ข้างคาซึยะสอนน้องไม่ดีคาซึยะถึงเป็นอย่างนี้ และเพราะเรียวที่จากไปจึงทำให้คาซึยะและเขาต้องเป็นอย่างทุกวันนี้ เหมือนทุกอย่างเป็นเรื่องปกติในการพูดถึงใครสักคนที่ไม่ได้อยู่ตรงหน้า แต่สายตาที่มองออกไปบนท้องฟ้ากำลังส่งยิ้มงดงามไปหาดวงดาวดวงแรกที่เพิ่งโผล่ขึ้นเหนือขอบทะเลไม่มาก เรื่องราวตอนที่เรียวยังอยู่เคียงข้างคนทั้งสองดูเหมือนจะเป็นสิ่งที่ทำให้คนทั้งสามหยุดคิดและเงียบไปในเวลาต่อมา แต่เสียงแย้งจากคนที่นั่งอมลมจนแก้มกลมและอาการกอดอกของคนคนหนึ่งแทรกบรรยากาศเงียบเชียบขึ้น<br /><br /><br /><br />“ตามใจอย่างนั้นหรือ ถ้าหากตามใจจริง...แค่ตอนนั้นฉันอยากไปเที่ยวน้ำตกกับเพื่อนถึงได้อัดกันเสียเละขนาดนั้นเล่า” เรียวเคยชกคาซึยะจนปากแตกเพราะห้ามเท่าไรคาซึยะก็จะไปเที่ยวกับเพื่อนให้ได้ ตอนนั้นยังเด็กและไม่เข้าใจเลยว่าเพราะอะไรเรื่องแค่นี้ถึงไม่ตามใจกัน กับแค่ไปเที่ยวน้ำตกใกล้บ้าน ก็ไม่ได้ไปไกลถึงต่างจังหวัดเสียหน่อย<br /><br /><br /><br />“นั่นก็เพราะนายดื้ออยากไปเที่ยวทั้งที่พายุเข้าต่างหาก...” <br /><br /><br /><br />“นั่นไง! แล้วเรียวจังตามใจฉันตรงไหน?” เหตุผลของเรียวที่ฮิโรกิแย้งทำให้คนฟังต้องหันไปฟังความทั้งสองข้างยังไม่ทันจบดีคาซึยะก็แทรกขึ้นมากลางทาง สีหน้าเหมือนจะเยาะฮิโรกิอยู่ในทีว่าเรียวไม่ได้ตามใจจนคาซึยะเสียนิสัย แน่นอนเรียวไม่ผิด พี่ชายเขาไม่เคยผิดอยู่แล้ว<br /><br /><br /><br />“โอเค...เรียวไม่ตามใจนาย  แต่ที่นายเป็นเด็กดื้ออย่างนี้และโตมาเป็นผู้ใหญ่ดื้อจนน่าตีเป็นเพราะนิสัยส่วนตัวของนายเองทั้งนั้น” จินเห็นคนแพ้เขาเถียงไม่ออกก็ได้แต่ยิ้มจาง มือใหญ่เอื้อมไปลูบผลนิ่มเหมือนจะปลอบใจคนแพ้อย่างหมดรูป ฮิโรกิคงเป็นตัวแทนเรียวได้ดีทีเดียวถึงได้กำราบเสียอยู่หมัด<br /><br /><br /><br />“ไม่ง่วงแล้วหรือ” ใบหน้าเล็กส่ายไปมาจนแก้มกระเพื่อมและเสียงสัญญาณดอกไม้ไฟสามนัดดังขึ้นก็เรียกความสนใจจากคนเคยง่วงให้หันไปสนใจได้ไม่ยากเย็น<br /><br /><br /><br />“หนาวไหม?” คนตัวสูงที่นั่งเกือบซ้อนหลังร่างเล็กก้มลงถามทั้งที่มือยังอยู่บนผมนิ่มยิ้มๆ และส่งสายตาถามฮิโรกิด้วยเช่นกัน คำตอบที่ได้รับคือคำเดียวกันของคนทั้งสองที่นั่งซุกอยู่ในเสื้อกันหนาวตัวหนา<br /><br /><br /><br />เสียงพิธีกรคนเมื่อครู่ดังขึ้นอีกครั้งเพื่อเปิดงานอย่างจริงจัง ดอกไม้ไฟมากมายกำลังพุ่งตัวขึ้นสู่ท้องฟ้ามืดสนิทท่ามกลางทะเลกว้างไม่มีสิ่งกีดขวางในการมองเห็น รอยยิ้มกว้างขวางของเพื่อนรักที่นั่งข้างกันสยงามไม่ต่างจากดอกไม้ไฟ กล้องดิจิตอลในมือกดถ่ายได้ไม่กี่รูปแล้วก็เปลี่ยนใจมาชื่นชมและเก็บความงามของฮานาบิเอาไว้ในความทรงจำด้วยสายตาแทน<br /><br /><br /><br /><br />นิ้วเล็กชี้ชวนให้คนนู้นคนนี้ดูภาพดอกไม้เพลิงที่แตกออกเป็นรูปร่างต่างๆ หลากหลาย สีสันสวยงามท่ามกลางผืนกำมะหยี่สีดำสนิทสวยจนไม่อาจละสายตาไปทางใดได้ ปากบางเผยอค้างเมื่อถึงคราวที่ลูกไฟแตกกระจายเป็นรูปหน้าตัวการ์ตูนยอดนิยมสมัยเด็กที่ชื่นชอบ แมวสีฟ้าไม่มีหูเพราะถูกหนูแทะน่ารักมากเสียจนเผยอเขย่าที่แขนแข็งแรงของคนข้างตัวให้ดูด้วยความตื่นตา<br /><br /><br /><br />ดอกไม้ไฟหลายชุดถูกจุดขึ้นไประเบิดเกิดเสียงดังสนั่นทั่วบริเวณ เสียงผู้คนที่แหงนหน้ารอคอยและลุ้นระทึกว่าดอกไม้ไฟชุดต่อไปจะออกมาเป็นรูปอะไร คำบรรยายที่มีทั้งช่วงที่ซึ้งกินใจ ตลกขบขันชวนหัวเราะ สร้างบรรยากาศการชมดอกไม้ไฟได้เป็นอย่างดี จนเสียงพิธีกรบรรยายว่าจะถึงช่วงของการสมนาคุณผู้สนับสนุนและข้อความที่ฝากมา ดอกไม้ไฟที่พุ่งขึ้นไปบนฟ้าแตกออกเป็นรูปดอกไม้หลากหลายสีสันมากมาย พิธีกรกล่าวก่อนเริ่มการแสดงชุดนี้ว่าหากถึงข้อความของใครให้ผู้ฝากยกมือขึ้นจากนั้นจึงจะประกาศชื่อผู้รับสารที่ฝากถึง เรียกว่าความมืดก็ไม่อาจช่วยให้หลบหลีกความเขินอายได้ในครั้งนี้เพราะทุกคนจะรู้ว่าใครอยู่ตรงไหน ดอกไม้เพลิงแตกออกเป็นกลุ่มและสีตามความหมายของดอกไม้ชนิดนั้นๆ ที่ผู้จัดงานคัดสรร<br /><br /><br /><br />ดอกคาร์เนชันสีแดง เพื่อนมอบให้เพื่อนที่เพิ่งถูกบอกเลิกจากแฟนมา พร้อมข้อความว่าเป็นกำลังใจให้หัวใจที่แห้งเหี่ยว จบประโยคก็ได้ยินเสียงคนกลุ่มหนึ่งส่งเสียงขึ้นให้เดาคงไม่พ้นกลุ่มเพื่อนที่ช่วยกันลงขันเขียนข้อความถึงเพื่อนเป็นแน่<br /><br /><br /><br />ดอกคาร์เนชันสีชมพู กลุ่มเพื่อนผู้หญิงที่จับกลุ่มกันอยู่ไม่ไกลนักชี้ชวนกันให้เฝ้ารอดูข้อความที่พิธีกรกำลังบรรยายถึงดอกไม้ไฟที่แตกกระจายเป็นคาเนชันสีชมพู ...ความรักของผู้หญิง... มันก็น่ารักดีไม่น้อย<br /><br /><br /><br />“ต่อไป ดอกคาร์เนชันสีเหลือง คุณตัวเล็ก...เอ ใครหนอคุณตัวเล็ก ใครตัวเล็กยกมือขึ้นหน่อยครับ” เสียงพิธีกรหยอกล้อกับผู้เข้าชมจนได้รับเสียงโห่ร้องตอบกลับมาอย่างสนุกสนาน ข้อมือเล็กถูกฝืนบังคับให้ยกขึ้นให้ตกใจจนต้องออกอาการผวาทั้งตัว<br /><br /><br /><br />“เฮ้ย!” ครอบครัวที่นั่งอยู่ด้านข้างหันมายิ้มกับพวกเขาทั้งสาม จินยังคงจับแน่นที่ข้อมือและไม่ยอมปล่อย ปลายนิ้วแข็งเลื่อนมาเกี่ยวไว้กับนิ้วเล็กโอบอุ้มมือนั้นให้อยู่ในความอบอุ่นด้วยมือใหญ่ ตาเรียวปรายมองคนที่นั่งยิ้มมองดอกไม้ไฟไม่พูดไม่จาแล้วหันไปสนใจกับคำบอกเล่าผ่านดอกไม้ไฟชุดต่อไป<br /><br /><br /><br />“เอ...คนฝากข้อความนี้ก็ไม่บอกชื่อด้วยสิครับ เอาเป็นว่า...คุณตัวเล็กรับรู้ไว้แล้วกันนะครับ...” เสียงดอกไม้ไฟพุ่งขึ้นไปแตกกระจายบนท้องฟ้าเสียงดังสนั่น “คาร์เนชันสีเหลือง...สำหรับคุณที่บริสุทธิ์และน่ารัก” <br /><br /><br /><br />ดอกไม้ไฟชุดถัดมาแตกเป็นดอกทิวลิปสีขาวสว่างคาซึยะยิ้มน่ารักแล้วหันไปบอกคนข้างตัวกับความหมายของดอกทิวลิป ...เสียสละทุกอย่างได้เพื่อคนที่รัก...<br /><br /><br /><br />“คนฝากข้อความนี้คงใจดีน่าดูเลยนะครับ” จินยิ้มจางไม่ต่างจากครั้งใด ดอกกุหลาบคู่แตกออกพร้อมกับคำบรรยายของพิธีกรที่ว่าเป็นข้อความสุดท้ายของคนคนเดียวกับเมื่อครู่ แม้จะไม่รู้ว่าใครเป็นคนฝากและหาตัวยากว่าใครเป็นคนรับ ในเมื่อคนตัวเล็กที่นี่ก็มีให้เกลื่อนกลาดแต่คาซึยะก็ยังอดหน้าร้อนไม่ได้กับฝ่ามือที่กระชับแน่นขึ้นจนต้องเสเปลี่ยนเรื่องแก้เขิน<br /><br /><br /><br />“ใครเนี่ย...บริจาคเยอะจังฝากตั้งหลายข้อความ” เสียงเล็กหันไปพึมพำกับฮิโรกิที่นั่งกอดเข่ามองท้องฟ้าอยู่เงียบๆ <br /><br /><br /><br />“ไม่รู้เหมือนกัน...แต่กำลังหลงรักใครสักคนแน่เลย โรแมนติกมากเสียด้วย” ฮิโรกิยิ้มให้จางๆ พลางนึกย้อนไปถึงอดีต<br /><br /><br /><br />“นึกถึงตอนที่เรียวจังเขียนข้อความถึงฮิโระด้วยเหมือนกันนะ” มือเล็กข้างที่ว่างเอื้อมไปกุมมือเพื่อนที่วางประสานไว้บนเข่า<br /><br /><br /><br />“อืม นานแล้วนะ รู้อย่างนี้ฝากข้อความถึงเรียวจังบ้างก็ดี” ดวงตาสองคู่ยังคงมองไปบนท้องฟ้ากับดอกไม้ชุดสุดท้ายก่อนจะเป็นชุดปิดการแสดง ดอกกุหลาบที่เห็นเป็นดอกที่มีก้านแม้รายละเอียดของภาพที่เห็นไม่ชัดเจนแต่เมื่อรวมกับคำบรรยายของผู้เล่าขานตำนานแห่งดอกไม้กลับสร้างจินตนาการว่าดอกไม้ดอกนี้ไร้ซึ่งหนามแหลมคมอเสียงประกาศบอกว่าเป็นของแถมให้คนที่บริจาคถึงสามหมื่น เพียงเท่านี้มือเล็กก็ขยับออกเพื่อให้หลุดจากการเกาะกุมของมือใหญ่ ทั้งคาซึยะและฮิโรกิหันไปมองหน้าคนที่นั่งทำไม่รู้ไม่ชี้ยิ้มจางอย่างอารมณ์ดีตาโต ตอนนี้เขารู้แล้วว่าคนที่ถูกชมไม่ขาดปากว่าทั้งน่ารักและโรแมนติกคนนั้นคือใคร หนำซ้ำยังบอกรักผ่านดอกไม้ไฟได้จับใจนักกุหลาบไร้หนาม...ความมีเสน่ห์แม้ยามแรกพบ...<br /><br /><br /><br /><br />“แหม  ตัวเล็กทำเป็นเขิน” ฮิโรกิหัวเราะเสียงดังหลังจากโดนมือน้อยตีลงที่แขนไม่เบานัก หลังจากจบการแสดงดอกไม้ไฟชุดสุดท้ายพิธีกรขอให้ทุกคนจับมือกันไว้เพื่ออธิษฐาน ร่างเล็กปิดเปลือกตาลงทั้งที่มือยังคงกระชับกับมือใหญ่ของจินและมือบางของเพื่อน ปากเล็กแย้มยิ้มน่ารักขณะนึกคำอธิษฐานในใจ ฮิโรกิก็เช่นกัน หากแต่จินไม่ได้สนใจจะขอพรใดจากฟากฟ้าหรือดวงดาว เพียงแต่จินจะขอมองภาพตรงหน้าให้ชัดเจน ขณะที่ใบหน้านี้สวยงามเกินกว่าความงามของดอกไม้ไฟในค่ำคืนนี้ พรข้อเดียวที่จินคิดจะขอคงเป็นพรจากคาซึยะ ขอให้คาซึยะไม่เกลียดจินก็พอ<br /><br /><br /><br />“เดินเล่นอีกสักพักค่อยกลับดีไหมครับ?” ฮิโรกิเสนอความคิดเมื่อมองไปยังถนนที่ขามายังโล่งและสะดวกสบาย แต่ตอนนี้กลับแน่นขนัดไปด้วยรถมากมายของผู้ที่เข้ามาชมดอกไม้ไฟค่ำคืนนี้เพราะเป็นถนนเส้นเดียวที่จะมาถึงทะเลแห่งนี้ได้ คาซึยะหันไปมองคนขับรถอย่างขอความเห็นและจินตกลงว่าจะหาที่นั่งเล่นเดินเล่นรอให้การจราจรคลายความตึงเครียดลง<br /><br /><br /><br />“ดึกกว่านี้ขับรถไหวหรือครับ?” <br /><br /><br /><br />“ถ้าขับไม่ไหวจะมีที่ให้ค้างหรือ?” แน่นอนว่าจินแค่ยิ้มรับ แต่วันนี้ฮิโรกิดูอารมณ์ดีเป็นพิเศษตรงที่ได้กวนใจเขาจริงจังรอยยิ้มเยื้อนของจินทำให้คาซึยะหน้าร้อนจนเปลี่ยนสีและเก็บทุกคำพูดลงคอกริบ<br /><br /><br /><br />“ใช่ ฉันจะยอมเสียสละห้องตัวเองให้คุณจินแล้วไปนอนกับนายไง” อาการขยิบตาแลบลิ้นอย่างกวนอารมณ์เรียกให้ฮิโรกิจิ้มปลายนิ้วลงที่ปลายจมูกเล็กทั้งที่กำลังหัวเราะในคำตอบที่เจ้าตัวตั้งหลักทัน ไม่ใช่อาการอึ้งนิ่งเหมือนเรื่องนอนตักเมื่อหัวค่ำด้วยถ้อยคำหนักแน่น<br /><br /><br />.<br /><br /><br /><br />.<br /><br /><br /><br />.<br /><br /><br /><br />ถึงแม้ระยะทางในการเดินทางกลับยังเท่าเดิม ระยะเวลาที่ใช้ในการเดินทางกลับมากขึ้นเกือบเท่าตัว แม้พยายามหลีกเลี่ยงการจราจรที่ค่อนข้างติดขัดในช่วงงานเลิกแรกๆ ทิ้งเวลาห่างมาเกือบสองชั่วโมง  แต่รถยนต์ที่ผู้คนใช้เดินทางมาชมดอกไม้ไฟยังคงคั่งค้างอยู่พอประมาณ ความง่วงกำลังเข้าแทรกคนตัวเล็กข้างกายคนขับ และฮิโรกิยินดีจะนั่งเป็นเพื่อนคุยเมื่อเสียงแจ๋วเงียบไป<br /><br /><br /><br />บทสนทนาไม่มากนักดังแทรกผ่านความเงียบและความเย็นของอากาศบางช่วงตามแต่เรื่องที่นึกได้และความเหมาะสมในบทสนทนา เพราะไม่สนิทใจในการพูดคุยเท่าคาซึยะแต่ก็ถือว่าไม่แย่เกินไปในความรู้สึก ร่างเล็กที่หัวคลอนไปคลอนมาตามจังหวะการหักพวงมาลัยเป็นหัวข้อสนทนาที่ดี อีกเรื่องคือเรื่องของเรียวที่ฮิโรกิให้ความสนใจไม่น้อย รถแล่นด้วยความเร็วคงที่และเลี้ยวเข้าถนนเส้นเล็กซึ่งมุ่งตรงไปยังร้านดอกไม้เล็กมุมถนนที่คุ้นเคย หากแต่ความวุ่นวายที่เกิดขึ้นบนถนนเส้นเล็กที่แสนสงบเรียกความสนใจจากคนที่นั่งเป็นเพื่อนคุยมาตลอดทางได้มาก<br /><br /><br /><br />เสียงรถฉุกเฉินดังแทรกเข้ามาภายในห้องโดยสารแสนสบายของรถยนต์คันใหญ่ เข้าของรถขมวดคิ้วแน่นมองไปยังปลายทางที่รถฉุกเฉินเปิดไฟจอดปฏิบัติการอยู่ เสียงความวุ่นวายคงดังมากพอจะเรียกให้คนที่หลับคอพับอยู่เบาะหน้าเปิดเปลือกตาขึ้นมอง สติยังไม่เข้าตัวดีนักเมื่อมองไปยังภาพตรงหน้า ริมฝีปากเล็กเผยอค้างด้วยอาการตกใจอย่างถึงที่สุดจนเข้าขั้นช็อค ดวงตาเล็กเบิกกว้าง ริมฝีปากสั่นอย่างห้ามไม่อยู่ หน่วยตาคมที่เคยสดใสและร่าเริงแห้งผากไปชั่วครู่และกลับกลายเป็นทดแทนด้วยหยาดน้ำที่เอ่อท้น เจ้าของร้านทั้งสองคงหวังให้หยาดน้ำน้อยๆ จากดวงตาที่เคยทอประกายสดใสของตัวเองกลายเป็นฝนห่าใหญ่ที่จะสามารถดับเอาความร้อนรุ่มของไฟร้อนนี้ให้มอดดับในชั่วพริบตา หากแต่มันก็เป็นเพียงความหวัง ฮิโรกิเองอาการไม่แพ้กันเพียงแต่จะควบคุมสติได้ดีกว่าร่างเล็กตรงหน้าอยู่สักหน่อย<br /><br /><br /><br />คนขับชะลอรถจนรถหยุดลงที่ถนนฝั่งตรงข้ามร้านมองภาพเปลวเพลิงตรงหน้าด้วยรอยเครียดขึ้ง สีหน้าตระหนกของคนตัวเล็กตรงหน้าเป็นสิ่งที่ทำให้จินตดสินใจลำบากจนถึงที่สุดว่าจะทำอย่างไรกับสถานการณ์ตรงหน้า ไม่รวมถึงเรื่องที่เรียวจะรู้ เพียงแค่คาซึยะเสียใจจนน้ำตาไหลอาบแก้มนิ่มจินก็เจ็บจนปวดไปทั้งอก การทำลายสิ่งที่รักของคนตัวเล็กเป็นสิ่งที่ไม่เคยปรารถนา แค่เพียงพรากเรียวไปจากคาซึยะมันก็มากพอแล้ว หากแต่ตอนนี้สิ่งสุดท้ายที่เหลืออยู่ด้วยความรักและการทนุถนอมของร่างบางที่นั่งนิ่งมองร้านดอกไม้ขนาดเล็กที่ตนเองหวงแหนและรักยิ่งกว่าสิ่งใดมอดไหม้ท่ามกลางเปลวเพลิงทีลุกโชน <br /><br /><br /><br />.<br /><br /><br />.<br /><br /><br />.<br /><br />ต่อตอนหน้าค่ะ ]]>
</content:encoded>
<dc:subject>Hana no Tsutae Koto</dc:subject>
<dc:date>2009-10-19T19:53:16+09:00</dc:date>
<dc:creator>::shunfeng015::</dc:creator>
<dc:publisher>FC2-BLOG</dc:publisher>
</item>
<item rdf:about="http://shunfeng015.blog126.fc2.com/blog-entry-85.html">
<link>http://shunfeng015.blog126.fc2.com/blog-entry-85.html</link>
<title>[JK]::*::Hana No Tsutae Koto Part 5::*::</title>
<description> ก็หายไปกับฟิคเรื่องนี้...ค่อนข้างนานแต่งให้เพื่อนอ่านค่ะเพื่อนมาอ่านนะคะเพื่อนอ่านคนเดียวก็พอใจละ อิอิแต่เพื่อนคงงานยุ่งเนาะ มาอ่านเมื่อไหร่ก็เม้นบอกเป็นหลักฐานด้วยละกันนะจ๊ะที่เลิฟตอนนี้เพื่อนกำลังเผชิญกับปัญหาชีวิตครั้งยิ่งใหญ่กำลังฝ่าฟันอยู่นะ ถ้ามีชีวิตรอดกลับไปได้คงได้เจอกันซักครั้ง(หวังว่านะ) เหนื่อยจังทำงานกับคนไม่เข้าใจงานเนี่ย อ่านเถอะปล...ลงฟิคคลายความเครียดค่ะ อะไรไม่ถูกใจก็ทิ้งไว้ละกัน
 </description>
<content:encoded>
<![CDATA[ <strong><br /><span style="color:#ffcc00">ก็หายไปกับฟิคเรื่องนี้...ค่อนข้างนาน<br />แต่งให้เพื่อนอ่านค่ะ<br />เพื่อนมาอ่านนะคะ<br />เพื่อนอ่านคนเดียวก็พอใจละ อิอิ<br />แต่เพื่อนคงงานยุ่งเนาะ มาอ่านเมื่อไหร่ก็เม้นบอกเป็นหลักฐานด้วยละกันนะจ๊ะที่เลิฟ<br />ตอนนี้เพื่อนกำลังเผชิญกับปัญหาชีวิตครั้งยิ่งใหญ่<br />กำลังฝ่าฟันอยู่นะ ถ้ามีชีวิตรอดกลับไปได้คงได้เจอกันซักครั้ง(หวังว่านะ) <br /><br />เหนื่อยจังทำงานกับคนไม่เข้าใจงานเนี่ย <br /><br />อ่านเถอะ<br /><br />ปล...ลงฟิคคลายความเครียดค่ะ อะไรไม่ถูกใจก็ทิ้งไว้ละกันนะ<br />ค่อนข้างป่วนพอสมควร<br /><br /><br /><br /><br />::*::Hana no tsutae koto 05::*::</span></strong><br /><br /><br /><br /><br /><br /><br /><br />ความ เงียบสงบของสวนญี่ปุ่นกว้างขวาง แสงอาทิตย์สีส้มสาดทอทับยอดไม้พุ่มยาวเลยไปถึงบ่อน้ำใสให้สะท้อนประกายทอง ระยับ เรียกสายตาคมให้จับจ้องนิ่งตรงประกายเจิดจ้าแสนน่ามอง ร่างสันทัดของนิชิกิโด เรียว ยืนกอดอกพิงต้นไม้ใหญ่ชื่นชมความงามที่แม้แต่เสียงรบกวนเรียวก็ไม่อยากให้มา พรากความงามที่ตรึงใจนี้ไป<br /><br /><br /><br />“มีอะไรหรือ จิน?” เรียวดันร่างตัวเองออกจากต้นไม้ใหญ่เมื่อครู่หันมาเผชิญหน้ากับนายใหญ่ที่ ยืนอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่อีกต้นห่างไปไม่มาก เสียงฝีเท้าเงียบกริบแต่กลิ่นที่คุ้นเคยบวกกับลักษณะของการเคลื่อนไหวที่ รู้จักมานานเป็นเหตุให้เรียวไม่ต้องเสียเวลานึกว่าใครที่เข้ามาทำลายความสงบ ที่สร้างขึ้นเมื่อครู่<br /><br /><br /><br />“คุยกันหน่อยสิ” นายใหญ่เดินนำเพื่อนรักไปยังศาลาริมน้ำที่มียูอิจิและโคคิคอยอยู่ก่อนแล้ว และไม่รอให้เวลาเสียเปล่า จินเป็นฝ่ายเริ่มการสนทนาขึ้นทันทีที่ทุกคนอยู่ในสภาพพร้อมฟัง<br /><br /><br /><br />“เมื่อ วานฉันแวะไปหาฮิโรกิและคาซึยะที่ร้าน ฮิโรกิบอกว่าคาซึยะออกมาทำธุระข้างนอก แต่ยูอิจิรายงานว่าพบคนแปลกหน้าที่รู้สังกัดว่าเป็นนางาเสะฉันเลยตามไปกับโค คิและเจอคาซึยะที่ระหว่างทางกลับบ้าน ...” รายละเอียดปลีกย่อยเกี่ยวกับเรื่องเมื่อวานว่าคาซึยะไปเห็นเอกสารในการวาง แผนจะเผาไล่ที่เพื่อกดดันและกว้านซื้อที่ดินแถบนั้นได้ในราคาต่ำ และสิ่งที่ยูอิจิกับโคคิจัดการไปเมื่อวานถูกถ่ายทอดให้เรียวรับรู้ทั้งหมด<br /><br /><br /><br />โชค ดีเป็นของจินที่ว่าเรียวเป็นคนใจเย็น มีเหตุผล และจินก็หวังเป็นอย่างยิ่งให้สิ่งนี้อยู่กับเรียวตลอดเวลา เพราะหากเป็นเรื่องของคนสำคัญสองคนในชีวิตเรียวตอนนี้แล้ว จินไม่แน่ใจเลยว่าเรียวจะควบคุมตัวเองได้ดีเพียงไร เพราะคนอย่างเรียวถึงแม้กำลังยิ้มแต่ก็ยังกล้าปักมีดปลิดชีวิตเป้าหมายได้ สบายๆ และก็เช่นกัน ถึงแม้เรียวจะทำเป็นเบือนหน้าหนีไปทางอื่นเหมือนจะรับฟังด้วยอาการสงบ แต่ก็ใช่ว่าเรียวจะอยู่นิ่งเฉยเหมือนอย่างตอนนี้ในภายหลัง<br /><br /><br /><br />“แล้วจะเป็นอย่างไรต่อไป?” ดวงตาไร้แววอารมณ์จ้องตรงกลับมาที่จินอีกครั้งหมายมาดให้ได้คำตอบสำหรับคำถามอย่างตรงจุด<br /><br /><br /><br />“พรุ่งนี้นายต้องไปทำงานที่นอร์เวย์” ใบสั่งตายถูกเลื่อนมาตรงหน้าโดยยูอิจิที่นั่งอยู่ไม่ไกล<br /><br /><br /><br />“หนึ่ง อาทิตย์ เวลานายมีแค่นั้นจิน” เรียวหยิบกระดาษแผ่นเดียวบนโต๊ะเตี้ยที่ศาลาริมน้ำขึ้นมาพับสอดเข้าไปในยูคา ตะสีเข้มแล้วเดินจากไป หน่วยตาสีเข้มจัดมองตามแผ่นหลังเพื่อนรักไปไม่วาง ปลายนิ้วเรียวลากลงบนโต๊ะตัวเตี้ยตรงหน้าเป็นเส้นหนึ่งเส้น<br /><br /><br /><br />“เรา มีเวลาแค่หนึ่งอาทิตย์เท่านั้นยูอิจิ โคคิ” ปากอิ่มเม้มเข้าหากัน ดวงตาคมทอประกายวูบหนึ่งก่อนที่เปลือกตาหนาจะหรี่พับมองดูปลายนิ้วตัวเองที่ เพิ่งลากเส้น หนึ่งอาทิตย์เท่านั้น...หวังว่าจินจะทำให้ทุกอย่างจบลงด้วยดีได้ เพราะหนึ่งอาทิตย์ที่เรียวว่าคือหนึ่งอาทิตย์ก่อนที่เรียวจะเริ่มหาทางกำจัด โทโมยะ นางาเสะ ด้วยตัวของตัวเอง<br /><br /><br />.<br /><br /><br /><br />.<br /><br /><br /><br />.<br /><br /><br /><br />วันนี้ สองเพื่อนรักมีนัดไปงานดอกไม้ไฟที่ริมทะเลและตัดสินใจกันว่าจะปิดร้านเร็ว ขึ้นกว่าเดิม คนหนึ่งจึงอาสาอยู่หน้าร้านให้อีกคนได้ไปทำอาหารเตรียมไว้สำหรับการปิคนิคใน ครั้งนี้ในช่วงที่ร้านยังไม่ยุ่งเนื่องจากยังเช้าอยู่มาก มีลูกค้าทั้งเจ้าประจำและขาจรแวะเวียนมาเป็นครั้งคราวตามปกติที่เป็น กระดิ่งหน้าร้านที่ดังขึ้นอีกครั้งเรียกให้คาซึยะที่นั่งท้าวคางอยู่กับโต๊ะ กลางร้านหลังจากเพิ่งจัดดอกไม้ลงบนแจกันใบใหญ่เสร็จไม่นานกระวีกระวาดออกมา ต้อนรับลูกค้าคนใหม่<br /><br /><br /><br />“สวัสดีครับ รับดอกไม้เนื่องในโอกาสอะไรดีครับ” ชายแปลกหน้ารูปร่างสูงโปร่ง เดินเข้ามาในร้านพร้อมผู้ชายชุดดำอีกคนหนึ่งหยุดอยู่ตรงหน้าเจ้าของร้านตัว เล็ก คาซึยะอดจะแปลกใจไม่ได้เมื่อเหตุการณ์นี้เหมือนจะเป็นเดจาวูอยู่นิดหน่อย เมื่อครั้งที่เขาเจอคุณจินครั้งแรก ผู้ชายท่าทางน่ากลัวกับคนติดตาม ถูกโฉลกกับผู้ชายชุดดำมากนักหรืออย่างไรไม่รู้ได้คาซึยะเลยได้แต่ปล่อยความ คิดนั้นให้ผ่านไป มองเลยเข้าไปในตัวร้านแล้วมาหยุดสายตาที่คนตรงหน้า ดวงตาคมกริบคล้ายจะมีแสงวูบขึ้นมาแล้วเปลี่ยนแววตาเป็นสุกใสในฉับพลัน ทำเอาคาซึยะถึงกับนิ่งไปครู่หนึ่งก่อนที่ชายตรงหน้าจะแย้มริมฝีปากยิ้มเบาๆ<br /><br /><br /><br />“สวัสดี ฉันอยากได้ดอกไม้ไปเยี่ยมเพื่อนสักช่อ รบกวนช่วยเลือกให้ทีได้ไหม?”<br /><br /><br /><br />“ได้ ครับ เอ่อคือ...เพื่อนแบบไหนหรือครับ?” คาซึยะทำสีหน้าเหมือนเกรงที่จะถามรายละเอียดเพราะอาจเป็นการละลาบละล้วงเกิน ไปแต่คุณลูกค้าท่าทางไม่น่าคบหาคนนั้นก็ยังยิ้มกลับมาอีกครั้ง<br /><br /><br /><br />“เพื่อน ผู้จากไปชั่วนิรันดร์น่ะ” น้ำเสียงแสดงออกถึงความอาวรณ์แด่เพื่อนผู้จากลาทำให้คาซึยะนึกถึงผู้ชายคน หนึ่งที่เคยมาหาเขาที่ร้านและพูดประโยคคล้ายกันเมื่อหลายเดือนก่อนแล้วยิ้ม ให้พร้อมคำตอบรับเป็นอย่างดี<br /><br /><br /><br />“ได้ครับ ถ้าเป็นดอกแฟนซี่คุณคงไม่ขัดข้องใช่ไหมครับ?” มือเล็กหยิบจับดอกไม้ดอกใหญ่กลีบดอกหกกลีบออกมาจากถังดอกไม้ที่แช่อยู่ในตู้ ใหญ่ด้านข้าง<br /><br /><br /><br />“ได้ ไม่ขัดข้องเลย ขอบใจมาก” คาซึยะรู้สึกไม่ชอบใจตัวเองในวันนี้เอาเสียเลย เพราะถึงแม้ลูกค้าตรงหน้าจะยิ้มแย้มให้สักเท่าไหร่ แต่ใจมันก็ไม่ได้คิดไปในทางที่ดีขึ้น ทั้งที่เขายิ้มให้อย่างไม่ถือสาในความละลาบละล้วง แถมยังขอบใจที่เลือกดอกไม้ให้ทั้งที่เป็นลูกค้า แต่ความเคลือบแคลงสงสัยในรอยยิ้มนั้นก็ทำให้คาซึยะคิดว่าตัวเองเป็นคนไม่ดี เอาเสียเลย<br /><br /><br /><br />“ขอบคุณมากนะครับ” ร่างเล็กโค้งต่ำเป็นการขอบคุณเมื่อมอบช่อดอกไม้และนับเงินทอนให้อย่างครบ ถ้วน คิดไว้ว่าเมื่อตอนพวกเขาไปหาเรียวจังหวังว่าผู้ชายคนนั้นคงจะกลับไปแล้ว อย่าให้ได้เจอกันอีกเลยดีกว่า เพราะคาซึยะไม่อยากมีอคติกับใครโดยไม่มีเหตุผล หันไปมองช่อแวนดาร์ที่ฮิโรกิเตรียมไว้ให้เรียวจังแล้วเดินไปห่อกระดาษแก้วใส ให้ดอกไม้สีม่วงสดทั้งที่หน้ายังขมวดคิ้วไม่จาก<br /><br /><br />.<br /><br /><br /><br />.<br /><br /><br /><br />.<br /><br /><br /><br />เสียงกระดิ่ง หน้าร้านดังเป็นรอบที่เท่าไหร่ของวันคาซึยะไม่ได้นับ แต่จากเมื่อครู่ที่คิดว่าร้านนี้คงถูกโฉลกกับผู้ชายตัวสูงชุดดำก็คงมีส่วน จริงอยู่บ้าง เพราะตอนนี้ผู้ชายชุดดำอีกสองคนมายืนอยู่ในร้านทักทายเขาก่อนที่เขาจะได้ทัก ออกไปเสียอีก<br /><br /><br /><br />“สวัสดีคาซึยะ”<br /><br /><br /><br />“สวัสดีครับคุณ จิน คุณ...ให้ตายสิน่า ผมรู้จักคุณมาตั้งเกือบครึ่งปีคุณไม่คิดจะให้ผมรู้ชื่อคุณจริงหรือครับ?” เจ้าตัวบ่นอย่างหัวเสียเมื่อต้องการทักทายคนติดตามของจินแต่ไม่สามารถทำได้ อย่างที่ใจอยากเพราะไม่รู้ชื่อเสียงเรียงนาม ทานากะ โคคิเหลือบสายตามองแผ่นหลังเจ้านายก่อนคล้ายจะลังเล แต่เมื่อเจ้านายไม่มีความเคลื่อนไหวใดปรากฏจึงก้มศีรษะน้อยๆ แล้วเอ่ยประโยคแนะนำตัวขั้นพื้นฐานตามมารยาทให้เจ้าถิ่นร่างเล็กยิ้มอย่าง ถูกใจ<br /><br /><br /><br />“ทานากะ โคคิครับ ยินดีที่ได้รู้จักคุณคาซึยะ”<br /><br /><br /><br />“ยินดี เช่นกันครับ แต่คำว่ายินดีที่ได้รู้จักน่ะ เก็บคืนไปเถอะครับ ผมรู้จักคุณมาเกือบครึ่งปี มีที่ไหนเพิ่งรู้จักชื่อ เจ้านายดุหรือไงกัน?” คนช่างว่าทิ้งคำถามด้วยวาจาและสายตาให้เจ้านายเลิกคิ้วมองแล้วส่ายหน้า ปฏิเสธเบาๆ<br /><br /><br /><br />“ผมเปล่า” จินหันไปพยักหน้าให้โคคิเบาๆ และปฏิเสธคาซึยะด้วยคำพูดในเวลาเดียวกันเมื่อโคคิขอตัวออกไปอยู่ด้านนอกเหมือนปกติที่เคยทำ<br /><br /><br /><br />“เชื่อ ครับ” คาซึยะเชื่อจินด้วยการหันหน้าหนีแล้วตะโกนเรียกฮิโรกิให้ออกมาจากครัวเสียที นึกอีกทีว่าท่าทางกระเง้ากระงอดนี้ถ้าเป็นเรียวได้เห็นคงอยากประเคนฝ่ามือลง กระหม่อมไม่มากก็น้อย และถึงแม้จะเป็นจินคาซึยะก็ไม่คิดว่าการกระทำนั้นเป็นสิ่งดี เลยได้แต่เสทำอย่างอื่นต่อไปเป็นเรื่องปกติ ตำหนิตัวเองในใจว่าคงติดนิสัยจากตอนที่อยู่กับเรียวและฮิโรกิ คิดเรื่องอะไรให้พ้นจากเรื่องนี้ไม่ออกคนตัวเล็กจึงเลือกคำชักชวนให้เป็น ประเด็นใหม่ขึ้นมาแทนที่<br /><br /><br /><br />“วันนี้มีงานที่ริมทะเล ไปด้วยกันไหมครับ”<br /><br /><br /><br />“งานอะไรทำไมถึงไปจัดอยู่ริมทะเล?” คิ้วเรียวเลิกขึ้นสูงมองจ้องคนตรงหน้าอย่างใช้ความคิด<br /><br /><br /><br />“งาน ดอกไม้ไฟครับ ถ้าไม่จัดที่โล่งอย่างทะเลเปลี่ยนไปจัดบนเขาคงไม่ค่อยเข้าท่าคุณว่าไหม?” จินพยักหน้ารับเบาๆ ได้ยินหางเสียงบ่นอุบอิบเหมือนพูดคนเดียวว่า ...คนอะไร ทำอย่างกับไม่เคยไปงานดอกไม้ไฟอย่างนั้น...<br /><br /><br /><br />“ใช่ ผมไม่เคยไปงานดอกไม้ไฟอย่างที่คุณว่า” เห็นคาซึยะรีบงับปากตัวเองไว้ก็ได้แต่ยิ้มแล้วเชิญตัวเองนั่งลงที่เก้าอี้ ใกล้ๆ คาซึยะหันไปรับแก้วน้ำจากฮิโรกิมาวางไว้บนโต๊ะเพื่อรับรองแขกทั้งสองคนที่ แก้วหนึ่งเป็นหม้ายตั้งแต่ยังไม่ทันแต่งเพราะโคคิออกไปรอด้านนอกเรียบร้อย แล้ว คนชวนนึกไม่ชอบใจเวลาจินยิ้มอยู่ครามครัน<br /><br /><br /><br />“คาซึยะชวนคุณจินไปงานดอกไม้ไฟด้วยหรือ?”<br /><br /><br /><br />“อื้อ แต่ท่าทางว่าคงปฏิเสธอีกตามเคยล่ะ” เจ้าตัวที่พูดคงไม่รู้ว่าที่พูดไปมันเจือความน้อยใจอยู่ในคำพูด แต่คนฟังก็ยังยิ้มเยื้อนเหมือนไม่รู้สึกอะไรกับคำพูดกึ่งประชดนั้นถ้าเป็น เด็กจะหยิกให้แก้มบวม<br /><br /><br /><br />“ก็คนเขามีงานมีการทำ หน้าที่การงานเขาก็ท่าทางจะใหญ่โตคงไม่ว่างมาพาเด็กไปวิ่งเล่นหรอก” ฮิโรกิวางมือลงบนผมนิ่มของเพื่อนตัวเล็กแล้วขยี้เล่นเบาๆ ให้พอได้ยินเสียงโวยวาย<br /><br /><br /><br />“ฮิโรกิ คนนะไม่ใช่หมา จะได้ต้องพาไปเดินเล่นน่ะ”<br /><br /><br /><br />“ฮะๆ จะไปรู้หรือ เห็นชอบงับชอบกัดคุณจินเขานักนี่ โอ๊ย!” ถึงแม้จะร้องโอยออกมาไม่เบาแต่ฮิโรกิก็ยังมีแก่ใจยิ้มหวานให้เพื่อนถลึงตา ใส่ท่าทางเอาเรื่อง<br /><br /><br /><br />“ถ้าครั้งนี้ไม่ปฏิเสธคาซึยะคงไม่ รังเกียจเพื่อนร่วมทางที่เพิ่มขึ้นอีกคนหนึ่ง...?” เสียงนุ่มๆของจินแทรกเข้ามาระหว่างสงครามมิตรสหายที่เกือบจะกลายเป็นความ บาดหมางในไม่ช้า<br /><br /><br /><br />“จริงหรือครับ?” คนตัวเล็กรีบหันกลับมาคว้ามือเขาไปกุมไว้โดยไม่ทันคิด และเมื่อดวงตาคมหรุบลงมองมือเล็กยิ้มๆจึงค่อยคลายแรงมือลงจนปล่อยมือจินลง ที่เดิม แต่จินก็ยังยิ้มก่อนจะเป็นฝ่ายกุมมือน้อยนั่นขึ้นมาเองอีกครั้ง<br /><br /><br /><br />“จริง เป็นครั้งแรกที่ได้ดูดอกไม้ไฟ ได้ดูกับคาซึยะคงดี...หรือเปล่า?” วันนี้คาซึยะต้องงับปากตัวเองไม่ให้แสดงกิริยาอาการโวยวายออกไปกี่ครั้งแล้ว ไม่รู้ แต่ที่แน่ๆ ฮิโรกิเยาะเย้ยเขาด้วยการหัวเราะใส่มาสี่รอบแล้วตั้งแต่เดินออกจากครัวมา ถ้าไม่ติดว่าเป็นคนทำอาหารอร่อยคาซึยะอยากจะกระโดดงับคอแล้วแว้งกัดให้หาย สะใจ แต่ก็คิดได้ว่าฮิโรกิคงจะหันมาคว้าไม้ตีเขาตายก่อนจะทันได้แก้แค้น ภาพความคิดที่ออกมาเป็นฉากเลยต้องพับเก็บลงกระเป๋าความคิดไปเสีย แล้วหัวทุยสวยนั่นก็คิดเรื่องที่น่าสนุกกว่าการโดนเอาคืนจากฮิโรกิได้ว่ามี เพื่อนร่วมทางเพิ่มอีกคน น่าสนุกดีออก<br /><br /><br /><br />“ทำไมคุณจินถึงไม่เคย ไปดูดอกไม้ไฟเลยล่ะครับ?” มือใหญ่ที่แตะๆจับๆอยู่ที่กลีบดอกไม้สีม่วงบนโต๊ะละความสนใจมาให้คนตัวเล็ก ที่นั่งจ่อมลงตรงข้ามกันท้าวคางมองสบด้วยสายตาแวววาว<br /><br /><br /><br />“ไม่มี โอกาสได้ดูเลย ยุ่งมาก” เมื่อริมฝีปากหนาเอ่ยคำตอบคนถามก็ไม่คิดจะปิดบังร่องรอยความสนใจในตัวชาย หนุ่ม ริมฝีปากบางแย้มยิ้มให้กับคำตอบนั้นถึงแม้จะเป็นเพียงคำตอบธรรมดาที่ไม่ได้ หวือหวาหรือน่าสนใจอะไรมากมาย คาซึยะคงคิดไปเองว่าถึงแม้คุณจินจะใส่สูทดำ มีคุณคนติดตามใส่ชุดดำแว่นตาดำเหมือนกับคุณลูกค้าคนเมื่อครู่ แต่คุณจินดูน่ามองกว่าเยอะในสายตาคาซึยะ ถึงแม้ครั้งจะเป็นครั้งแรกที่เจอกันแต่ร่างบางก็รู้สึกถูกใจกับคนตรงหน้า มากกว่าคุณลูกค้าเมื่อครู่หลายเท่า และคุณจินก็ไม่ได้ทำให้คาซึยะรู้สึกเหมือนมีอันตรายอยู่รอบตัวอีกด้วย<br /><br /><br /><br />“ธุระ อะไรถึงยุ่งขนาดนั้นครับ?” ครั้งนี้คงเป็นครั้งแรกที่คาซึยะได้นั่งคุยกับจินอย่างจริงจังโดยไม่ต้องทำ อะไรอย่างอื่นไปด้วยในเวลาเดียวกัน เพราะโดยมากเวลาที่จินมาจะมีลูกค้าเข้าออกร้านเยอะกว่าวันนี้ คงเพราะวันนี้เป็นวันงานประจำปี ลูกค้าถึงได้หายหน้าหายตาไปเตรียมตัวเตรียมการสำหรับเย็นนี้กันหมด<br /><br /><br /><br />“ธุระทางบ้าน ต้องจัดการหลายเรื่อง”<br /><br /><br /><br />“ตอนเด็กก็ไม่เคยสักครั้งหรือครับ?” คนถามจ้องตาแป๋วท้าวคางถามอย่างสงสัยใคร่รู้จริงจัง<br /><br /><br /><br />“ไม่” ความสงสัยของคาซึยะได้รับการย้ำชัดเป็นคำพูดและการส่ายหน้าจินยังคงยิ้มให้ ทุกคำพูด คาซึยะจึงพยักหน้ารับยิ้มๆ คาซึยะรู้สึกถูกใจและชอบพูดคุยกับจินเพราะจินเป็นคนฉะฉาน เมื่อถามคำถามจะได้รับคำตอบ ไม่เคยเฉไฉไปเรื่องอื่นอย่างคนบางประเภท คงให้ความรู้สึกเหมือนพี่ชายก็เป็นได้ เพราะเรียวเป็นคนตรงไปตรงมา อยากตอบคือตอบ ไม่อยากตอบเรียกร้องให้ตายก็ไม่มีทางตอบ และไม่เคยลังเลที่จะตอบคำตอบของคำถามที่ได้รับแม้แต่น้อย ไม่ต้องคิดเพราะทุกคำตอบที่ตอบมาไม่มีการบิดเบือนหรือโกหกให้ขุ่นข้องหมองใจ<br /><br /><br /><br />“น่า เสียดาย ชีวิตวัยเด็กคงไม่น่าสนุกเอาเสียเลย ไม่เบื่อหรือครับ?” ร่างเล็กยังคงปักหลักจ้องตาเล่นเกมถาม-ตอบกับจินได้อย่างสนุกสนาน<br /><br /><br /><br />“เบื่อ แต่มันเป็นสิ่งที่ต้องรับผิดชอบ บ่ายเบี่ยงไปก็เท่านั้น...สู้เผชิญกับความจริงตรงหน้าให้มันชินชาเสียดีกว่า มาทรมานใจทีหลัง” ใบหน้าเล็กพยักหน้ารับหงึกหงักอย่างเข้าใจ<br /><br /><br /><br />“นาย เล่นเกมยี่สิบคำถามกับคุณจินอยู่หรือคาซึยะ?” ฮิโรกิที่ยืนเงียบฟังคำถามคำตอบมาได้พักใหญ่ได้ขัดคอเพื่อนตัวเล็กให้สักที แม้มือจะกำลังผูกผ้าห่ออาหารที่จัดใส่กล่องไว้อย่างดี และได้รับรางวัลใหญ่เป็นหางตาที่เหวี่ยงเป็นสายฟ้าฟาดผ่าตรงมาหาเขาจนต้อง ลอบยิ้ม<br /><br /><br /><br />“ฉันจะบอกว่านี่ก็เกือบบ่ายสามแล้ว คาซึยะเก็บร้านดีไหม? จะได้ไปกันเร็วๆ” ฮิโรกิใช้เสียงอ่อนหวานเข้าล่อ คาซึยะก็ติดกับได้ง่ายๆ ดวงตาเรียวเหลือบขึ้นไปมองนาฬิการูปเต่าที่แขวนตัวเองอยู่บนผนังร้านด้าน หนึ่ง เข็มสั้นเกือบชี้เลขสามแล้วก็ได้แต่พยักหน้าเร่งรีบเก็บร้านตามที่เพื่อนบอก ผู้มาเยือนยินดีจะทำตัวเป็นผู้ช่วยเจ้าของร้านให้อีกแรง<br /><br /><br /><br /><br />ของ หน้าร้านถูกเคลื่อนย้ายเข้าไปไว้ในร้านในเวลาไม่นานโดยเจ้าของร้านตัวจริง และแขกผู้มาเยือนรวมไปถึงคนติดตาม การเก็บร้านครั้งนี้จึงเร็วกว่าปกติอยู่มาก คนสามคนยืนรอร่างเล็กที่เดินขึ้นไปหยิบของที่ด้านบนของร้าน เสียงวิ่งตึงตังจากชั้นบนลงมาถึงบันไดเรียกให้ฮิโรกิหันไปยิ้มให้จินที่อยู่ ไม่ไกลกัน ร่างสูงจึงขยับเข้าใกล้บานประตูแล้วเปิดออกรอรับร่างเล็กที่วิ่งตัวปลิวลงมา จากด้านบน เจ้าของร่างบอบบางในชุดยูคาตะสำหรับหน้าร้อนและงานอย่างนี้เป้นของคู่กันที่ ขาดไม่ได้ คนตัวเล็กฉีกยิ้มกว้างให้คนมีน้ำใจมือเล็กเอื้อมปิดไฟในร้านและกดล๊อคประตู พร้อมกุญแจและไม่ลืมพลิกป้ายไม้ติดตัวอักษรสีสันสวยงามร้านเปลี่ยนเป็นคำว่า “ปิด” อย่างที่ทำประจำ<br /><br /><br /><br />ฮิโรกิเดินตามโคคิไปที่รถตั้งแต่ ตอนที่จินใจดีเดินไปเปิดประตูให้และยึดที่นั่งข้างคนขับไปเรียบร้อย เมื่อจินและคาซึยะเดินไปถึงพาหนะที่จะนำพาทุกคนไปยังทะเลสถานที่จัดงานจึง ออกอาการชะงักเล็กน้อย จินดันคนตัวเล็กให้เข้าไปนั่งด้านในและตามติดตัวเองเข้าไปด้วยกัน ฮิโรกิลอบมองมือใหญ่ที่เบื่อนขึ้นกุมมือบางของเพื่อนตัวเล็กแล้วก็ต้องยิ้ม กับตัวเองคนเดียวเพราะโคคิกำลังทำหน้าที่คนขับรถพารถยนต์คันใหญ่ทะยานออกจาก ถนนเส้นเล็กนี้มุ่งตรงไปยังถนนใหญ่เลียบชายทะเล แม้จะเป็นเวลาเพียงสี่โมงเย็นแต่ทุกคนเห็นด้วยว่าควรจะออกจากร้านให้เร็ว เข้าไว้เพราะจะได้ไม่เจอปัญหารถติด ถนนเส้นเล็กที่ปกติผู้คนจะเดินพลุกพล่านในตอนเย็นเพื่อจับจ่ายซื้อของก่อน กลับบ้านร้างรามากพอสมควรเนื่องจากงานเทศกาล ลมเย็นทิ้งตัวผ่านความว่างเปล่าหลังจากที่รถยนต์คันใหญ่แล่นออกจากหน้าร้าน ดอกไม้มุมถนนแห่งนี้ไปทางสุสานแห่งเดียวของเมืองและมุ่งตรงไปยังทะเลสถานที่ จัดงาน<br /><br /><br /><br />.<br /><br /><br /><br />.<br /><br /><br /><br />.<br /><br /><br /><br />รถยนตร์คันสีดำมันปลาบแล่นฉิวไปบนถนนเส้นเดียวที่มุ่งตรงไปยังสุสานแห่งเดียวของเมืองนี้<br /><br /><br /><br />“คน นี้หรือเปล่าที่มึงเคยเจอ?” ลูกค้าของร้านดอกไม้มุมถนนยกช่อดอกขึ้นดูแล้วนึกตามคำบอกเล่าของคนจัดช่อว่า –ดอกแฟนซี่- ความระลึกถึงเพื่อนเก่าเสมอมา ...แล้วกระตุกยิ้มเหยียด ถามเอากับคนที่ทำหน้าที่ขับรถ<br /><br /><br /><br />“ใช่ครับนาย”<br /><br /><br /><br />“ดี... ไอ้หลานรักกูมันคงกางปีกปกป้องเต็มที่ กูจะได้ป่วนให้สนุกไปเลย ทั้งพ่อทั้งพี่ไอ้เด็กร้านดอกไม้มันทำกูแสบ กูนึกว่ากำจัดพ่อมันไปได้กูจะได้ขึ้นมือหนึ่ง...พี่กูแม่งก็เลว เสือกไปคว้าไอ้เด็กปากไม่สิ้นกลิ่นน้ำนมมาเป็นมือหนึ่ง กูจะทำลายให้สิ้นไปทั้งองค์กรเลย!” มือใหญ่ที่กำรอบช่อดอกไม้กลีบอ่อนบางขยำแน่นจนก้านดอกหักคามือ ดวงตามาดร้ายจ้องดอกไม้ในมือด้วยความสาแก่ใจ และเมื่อรถที่โดยสารมาจอดลงที่หน้าสถานที่อันเงียบสงบ คติดตามอีกหนึ่งคนลงมาเปิดประตูให้เจ้านายแล้วเดินนำไปยังป้ายสลักที่เขียน ชื่อเรียว และคาเมนาชิคนพ่อและแม่ตั้งอยู่ ร่างสูงใหญ่ยืนล้วงกระเป๋ากางเกงข้างหนึ่ง อีกมือหนึ่งยังมีช่อดอกไม้ที่สภาพไม่สวยงามคามือติดอยู่<br /><br /><br /><br />“สวัสดี ไอ้คุณพ่อผู้แสนดี หลับสบายดีไหมไอ้เพื่อนยาก? นี่ถึงขนาดทำป้ายไว้รอลูกมึงมาอยู่เชียวหรือ? ไม่นานหรอกมึงได้อยู่พร้อมหน้าพร้อมตาแน่ กูเอาดอกไม้มาฝาก...ความระลึกถึงจากเพื่อนน่ะ รับไว้สิ” มือใหญ่ที่กำช่อดอกไม้ไว้ในมือปาเข้าใส่แผ่นหินสลักเต็มแรงจนกลีบดอกช้ำไม่ เหลือสภาพความงดงามแห่งดอกไม้และคนทำยังบิดปากยิ้มสมใจ ดวงตาคมเหลือบมองทางแผ่นป้ายที่เขียนชื่อเรียวด้วยดวงตาเหยียด “แล้วเจอกันนะไอ้เด็กเวร”<br /><br /><br /><br />โทโมยะ นางาเสะเหยียดยิ้มแล้วกระซิบกับแผ่นป้ายหินสลักชื่อหน้าหลุมศพราวกับเจ้าของ ชื่อจะปรากฏกายตรงหน้าและรับรู้ความเคียดแค้นที่เจ้าตัวมีให้เต็มขั้น ดวงตาที่จ้องมองภาพตรงหน้าราวกับจะเผาไหม้ให้วอดวายไปคาสายตาละไปพร้อมกับ เจ้าตัวที่หันกลับไปทางเดิมที่เดินมา ทิ้งภาพของสุสานอันเงียบสงบและดอกไม้ที่บอบช้ำไว้เบื้องหลัง<br /><br /><br /><br />.<br /><br /><br /><br />.<br /><br /><br /><br />.<br /><br /><br /><br />ฮิ โรกิประคองวางช่อดอกไม้สีม่วงสดในมือลงหน้าป้ายหินสลักของเรียวและคาซึยะวาง ลงหน้าป้ายหินสลักของผู้เป็นพ่อ ร่างสูงของจินยืนอยู่ด้านหลัง สายตาคมมองไปที่ด้านข้างของป้ายหน้าหลุมศพแล้วพบกับกองดอกไม้ช่อเล็ก รองเท้าหนังชั้นดีย่ำลงบนใบไม้แห้งไปทางเป้าหมายเงียบเชียบก้มตัวลงหยิบช่อ ดอกไม้ขึ้นมาดูเป็นเวลาเดียวกับที่คาซึยะหันมามองเพื่อจะชวนกันออกเดินทางไป ทะเลเสียที ตาเรียวเหลือบไปเห็นวัตถุในมือก่อนที่จินจะซ่อนมันได้ทัน<br /><br /><br /><br />“เอ๊ะ นั่นมัน...” ร่างสูงมองของที่อยู่ในมือตามสายตาของคาซึยะแล้วยื่นไปตรงหน้าร่างบางให้ดูสภาพปัจจุบันของมันได้ชัดเจนยิ่งขึ้น<br /><br /><br /><br />“ของที่ร้าน?”<br /><br /><br /><br />“ใช่ครับ ของผู้ชายคนนั้น...” จินวางมันลงกับพื้นอีกครั้งด้วยสภาพยับย่นแทบป่นคามือ<br /><br /><br /><br />“ใครหรือ?” เสียงทุ้มถามต่อเพื่อให้รู้ถึงรายละเอียดของบุคคลที่ดูจากสภาพช่อดอกไม้แล้วคงเรียกได้ว่ากำมาโยนใส่ก็ว่าได้<br /><br /><br /><br />“ลูกค้า ที่ร้านครับ ตัวสูงใส่ชุดดำเหมือนคุณจินเลย ผมยังแซวในใจเลยว่าร้านผมถูกโฉลกกับคนชุดดำจริงนะ...แต่ทำไมเป็นแบบนี้ล่ะ” คิ้วเรียวย่นจนเป็นขีดกลางหน้าผากด้วยความสงสัยถึงสภาพของมันที่ไม่น่ามอง เหมือนตอนออกจากร้านมา<br /><br /><br /><br />“สงสัยแมวจรจัดคงเอาไปขย้ำเล่นล่ะ มั้ง” เสียงสูงขึ้นตามความสงสัยก่อนจะละความสนใจไปสู่การเดินทาง คนตัวเล็กเรียกจินอีกครั้งให้เดินตามกันไป ร่างสูงก้าวตามมาโดยทิ้งช่อดอกไม้ที่น่าสงสารไว้เบื้องหลัง โคคิยืนรออยู่ก่อนพร้อมกับร่างเล็กสองร่างที่เข้าไปนั่งในรถแล้ว ร่างสูงเดินเข้าไปใกล้สั่งงานให้คนติดตามตอบรับเพียงคำเดียวแล้วโคคิจึงถอย ตัวออกห่างจากรถสองก้าวแล้วโค้งให้เจ้านาย คนตัวสูงเปิดประตูรถเข้าไปนั่งในที่คนขับแทน คนในรถร้องอ้าวเสียงดังอยู่คนเดียวแล้วถามหาเพื่อนร่วมทางอีกคนหนึ่ง<br /><br /><br /><br />“คุณ โคคิล่ะครับ?” มือใหญ่บิดกุญแจและคาดเข็มขัดปลายสายตาเห็นมือเรียวของฮิโรกิสะกิดแขนคนตัว เล็กคล้ายพยักเพยิดให้ไปนั่งด้านหน้าคนตัวเล็กก็ไม่ปฏิเสธ<br /><br /><br /><br />“มีงานด่วนน่ะ เลยฝากไปจัดการให้แทน” หน้าผากสวยย่นเป็นเลขสิบเอ็ดด้วยความสงสัย<br /><br /><br /><br />“น่าสงสารแย่”<br /><br /><br /><br />“สงสารทำไมหรือ?”<br /><br /><br /><br />“อุตส่าห์ จะได้ดูดอกไม้ไฟทั้งที...ยังมีงานอีก แล้วคุณจินไม่มีงานหรือ?” ทำไมจินไม่รู้ว่าคาซึยะช่างพูดขนาดนี้หนอ? พักหลังมานี้รู้สึกว่าคนตัวเล็กจะพูดเยอะขึ้นหลายเท่า<br /><br /><br /><br />“ถ้า มีงานก็ไม่ได้ดูดอกไม้ไฟอีก ขอเบี้ยวงานสักวันเพื่อไปดูดอกไม้ไฟกับคาซึยะ...ไม่ได้เชียวหรือ?” ถามเหมือนเป็นเรื่องปกติที่หากจินจะทำอะไรต้องขออนุญาตร่างจ้อยข้างๆ แต่ก็ดูเหมือนจะเรียกเลือดขึ้นสีหน้าได้มากพอดูกับคำถามคล้ายจะอ้อนจนคนฟัง ต้องเสมองไปนอกหน้าต่างอย่างไม่รู้จะทำอะไร เพราะเมื่อมองไปด้านหลังก็เห็นเพียงฮิโรกินั่งกอดอกหลับตายิ้มพิงศีรษะกับ ขอบกระจก<br /><br /><br />.<br /><br /><br /><br />.<br /><br /><br /><br />.<br /><br /><br />ต่อตอนหน้าค่ะ<br /> ]]>
</content:encoded>
<dc:subject>Hana no Tsutae Koto</dc:subject>
<dc:date>2009-10-12T23:27:21+09:00</dc:date>
<dc:creator>::shunfeng015::</dc:creator>
<dc:publisher>FC2-BLOG</dc:publisher>
</item>
<item rdf:about="http://shunfeng015.blog126.fc2.com/blog-entry-84.html">
<link>http://shunfeng015.blog126.fc2.com/blog-entry-84.html</link>
<title>[SF][JK]Stay...I will loving you Part2[END]</title>
<description> เร็วเนอะ๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕ที่จริงแต่งจบแล้วน่ะค่ะ แต่อยากแบ่งตอนเพราะมันจะยาวไปจนคนอ่านอาจจะขี้เกียจอ่านได้^^อ่านเถอะค่ะ ใครอ่านฟิควินส์มั่งมั้ยคะ?ถ้าอ่านเรื่องนี้มีเวอร์ชันเคตะ-เรียวเฮนะคะ  อ่านได้ตามลิงค์ที่อยู่ด้านซ้ายเลยค่ะ[SF][JK]Stay...I will loving you Part2[END].     ..วันนี้เป็นอีกวันที่คู่หูต่างสายพันธุ์มานั่งเล่นหลังออกกำลังกายด้วยกันในยามเย็น ดวงอาทิตย์คล้อยแสงอีกแล้วใบไม้ผลิผ่านไป ฤดูร้อนกำล
 </description>
<content:encoded>
<![CDATA[ <br /><br />เร็วเนอะ๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕<br />ที่จริงแต่งจบแล้วน่ะค่ะ แต่อยากแบ่งตอนเพราะมันจะยาวไปจนคนอ่านอาจจะขี้เกียจอ่านได้^^<br />อ่านเถอะค่ะ ใครอ่านฟิควินส์มั่งมั้ยคะ?<br />ถ้าอ่านเรื่องนี้มีเวอร์ชันเคตะ-เรียวเฮนะคะ  อ่านได้ตามลิงค์ที่อยู่ด้านซ้ายเลยค่ะ<br /><br /><br /><br />[SF][JK]Stay...I will loving you Part2[END]<br /><br /><br /><br />.     <br /><br /><br /><br />.<br /><br /><br /><br />.<br /><br /><br /><br />วันนี้เป็นอีกวันที่คู่หูต่างสายพันธุ์มานั่งเล่นหลังออกกำลังกายด้วยกันในยามเย็น ดวงอาทิตย์คล้อยแสงอีกแล้วใบไม้ผลิผ่านไป ฤดูร้อนกำลังผันผ่าน และฤดูใบไม้ร่วงที่ก้าวเข้ามาแทนที่อย่าเงียบเหงา ต้นเมเปิ้ลยืนต้นเดี่ยวกำลังถูกริดร่วงใบสีส้มเพราะความหนาว อีกไม่นานหิมะคงตก ช่วงใกล้หนาวจะมืดเร็วทำให้ร่างสูงตัดสินใจกลับบ้านเร็วขึ้นกว่าก่อนหน้า <br /><br /><br /><br />เท้าใหญ่เดินไปตามเส้นทางที่คุ้นเคย ในฤดูหนาวเมื่อหิมะตกยามเย็นที่เดินกลับบ้านด้วยกันจะเห็นรอยเท้าสองคู่เดินเคียงกันเป็นทางยาว ความทรงจำแสนหวานครั้งที่เดินฝ่าความหนาวท่ามกลางผืนฟ้ามืดสนิทไร้แสงของดวงจันทร์ ดวงดาวนับล้านพากันส่องประกายวาววามน่ามอง ร่างเล็กชอบเหลือเกินที่จะเงยหน้ามองดาวดวงนั้นด้วยความรู้สึกตื่นตาตื่นใจ  ชี้ชวนให้ได้ดูกลุ่มดาวที่เรียงตัวกันด้วยชื่อสวยงามในภาษากรีก ชื่อเทพในตำนานต่างๆ มากมาย นิทานหลายเรื่องที่เล่าขานถึงที่มาแห่งกลุ่มดาวนั้นๆ ถูกถ่ายทอดให้กันและกันฟัง สนามหญ้าถูกปกคลุมไปด้วยหิมะแม้จะเย็นและชื้นแฉะแต่ร่างเล็กก็ยังทิ้งตัวลงนั่งเพื่อฟังเรื่องราวที่เขาเล่าให้ฟังบ้าง เจ้าตัวเล่าให้เขาฟังบ้างอย่างชอบใจ<br /><br /><br />.<br /><br /><br /><br />.<br /><br /><br /><br />.<br /><br /><br /><br /><br />อดีตอันแสนหวานห่างหายไปจากชีวิตนานเท่าไรแล้วหนอ?...หกปีแล้วหรือที่ไม่ได้พบกัน จะถูกหาว่าโง่งมหรือไม่หากจะรอคอยต่อไปอย่างนี้ เขาคนนั้นจะกลับมาหาหรือไม่ก็ไม่รู้ แต่ตัวเขาก็ได้แค่รอคอยกับความทรงจำที่เก็บไว้ในอ้อมอกแห่งเราสอง  เฝ้ามองดวงดาวที่ทอประกายสวยงามอยู่บนผืนฟ้าอย่างที่เคยทำตอนอยู่ด้วยกัน ไม่รู้ว่าตอนนี้คนคนนั้นจะกำลังนั่งมองดาวดวงเดียวกันหรือไม่ ในขณะที่กำลังไล่คว้าดวงดาวแห่งความสำเร็จอยู่ที่แดนไกล<br /><br /><br /><br />คำตอบของคำถามยังคงว่างเปล่าต่อไป  การวิ่งไล่ตามฤดูกาลของร่างเล็กนั่นยังคงเป็นคำตอบให้ปัจจุบันที่แสนอ้างว้างและเดียวดายต่อไป<br /><br /><br /><br />แต่เพราะจินไม่อยากลืมความรู้สึกของการรอคอยและไล่ตามความฝัน จึงอยากเก็บอ้อมกอดเล็กๆ แสนอบอุ่นนั้นไว้ให้เป็นของเราเพียงสองคน แม้ว่าทุกครั้งที่เดินผ่าน ไม่ว่าที่ใด  รอบกายก็ดูเหมือนจะมีแต่ความทรงจำสุดพิเศษ  ทิวทัศน์รอบตัวก็เหมือนจะมีแต่พื้นที่ที่ได้ชมได้มองร่วมกัน ตอนที่เดินเล่นด้วยกันมองวิวรอบด้านก็เห็นมันสวยงามจนหาอะไรมาเทียบก็คงไม่ได้ แต่เมื่อได้ยืนมองมันเพียงลำพัง  ไม่มีเสียงใสคอยชื่นชมธรรมชาติโดยรอบให้ฟังก็ดูเหมือนจะเงียบเหงาและเจ็บปวดอยู่เสมอ  <br /><br /><br /><br />แต่ถึงแม้จะเจ็บจนแทบทนไม่ไหวก็จะทน เพราะในเมื่ออีกคนยังให้ความหวัง ความรักของพวกเราก็เหมือนความหวัง  ความรักของก็เหมือนความหวัง  เมื่อถึงเวลาที่ความหนาวเหน็บผ่านพ้นและล่วงเข้าสู่ช่วงเวลาแห่งซากุระที่ผลิบาน <br /><br /><br /><br /><br />หวัง...ที่จะให้คำตอบของเธอเป็นความรักที่ไม่เคยเปลี่ยนแปลงเหมือนฉัน<br /><br /><br /><br />.<br /><br /><br /><br />.<br /><br /><br /><br /><br />.<br /><br /><br /><br />อากาศเย็นหนักขึ้นเมื่อลมเย็นลอดผ่านเสื้อผ้าปะทะผิวเนื้อ  เพื่อนยากที่งับขากางเกงอยู่ตลอดเวลาขณะที่เขากำลังยืนมองต้นไม้ใหญ่ที่เคยเป็นร่มเงาให้ยามแสงอาทิตย์แรงกล้า เป็นกำบังลมให้ยามที่ลมหนาวพัดผ่าน เป็นที่นั่งพักพิงยามเหนื่อยล้า และเป็นที่หลบหิมะชั้นดีเมื่อต้องการจะนั่งดูดาวใต้ร่มกิ่งก้านที่ถูกริดใบทิ้งจนไม่เหลือ...และเมื่อฤดูใบไม้ผลิมาถึง  ต้นซากุระต้นนี้ก็จะผลิดอกสีชมพูอ่อนให้ได้ชื่นชมอีกครั้ง  มันงับขากางเกงเขาอีกครั้งคงเพราะหนาวร่างสูงจึงตัดสินใจออกหมุนตัวกลับเพื่อออกเดินอีกครั้งแต่เมื่อมองไปทางที่เดินจากมาก็ได้เห็นสิ่งที่เรียกความสงสัยจนต้องหยุดเดินอีกครั้ง<br /><br /><br /><br />มืดมากแล้วรองเท้าคู่ใหญ่ที่เหยียบย่ำพื้นดินเป็นรอยทางของเท้าสองข้างกับเพื่อนยากอีกสี่ขา  น่าจะมีแค่นั้นเมื่อตลอดทางที่เขาเดินมายังไม่เจอใครที่เดินสวนทางหรือเดินตามหลังมา แล้วรอยเท้าคู่เล็กกว่าที่เดินสวนกันมาจนหยุดที่ใต้ต้นไม้ต้นนี้แล้วหายไปคืออะไร?  ดวงตาคมกวาดมองจนทั่วบริเวณ  ไม่ได้กลัวเรื่องเหนือธรรมชาติ แต่สิ่งมีชีวิตปัจจุบันน่ากลัวกว่าผีสางเป็นไหน ถึงแม่ดูจากรอยเท้าแล้วคาดเดาได้ว่าคงตัวเล็กกว่าเขาไม่น้อย แต่ปลอดภัยไว้ก่อนคงดีกว่า  ยิ่งเพ่งมองผ่านความมืดก็ยิ่งสงสัย  เมื่อเจอคนท่าทางพิรุธโกลเด้นรีทีฟเวอร์พันธุ์แท้จะไม่เห่าหรือทำอะไรหน่อยหรือ? มันงับขากางเกงเขาอีกแล้ว...<br /><br /><br /><br /><br />ท่าทางเหมือนพยายามจะลากจูงไปที่ไหนสักที่...หลังต้นไม้! เท้าใหญ่ก้าวตามสัญชาตญาณสัตว์ไปทางหลังต้นซากุระต้นใหญ่ มีรอยเท้าเดินตัดสวนสาธารณะไปทางทิศที่เป็นที่นั่งประจำ เจ้าตูบลากรั้งให้เขาเดินตามไปแต่มือหนากลับรั้งเชือกผูกคอเอาไว้แน่น ความมันวาวสะท้อนให้เห็นที่ลำต้นใหญ่สีน้ำตาลแก่ คิ้วคมกระตุกแน่นก่อนจะรีบคว้าสิ่งที่เห็นตรงหน้าเอาไว้กลัวว่ามันจะหลุดหายไปราวกับความฝัน มืออีกข้างเผลอปล่อยเชือกจูงที่เจ้าตัวใหญ่คงรำคาญจนร้องงี๊ดง๊าดจนเมื่อเป็นอิสระมันก็วิ่งหน้าตั้งไปอย่างไม่คิดจะรอเจ้านายอย่างเคย<br /><br /><br /><br /><br />หัวใจเต้นหนักจนเจ็บไปทั้งอก ทั้งตื่นเต้น  ยินดีจนหาคำใดมาอธิบายไม่ถูก มือใหญ่ปล่อยเจ้าหมาแสนรู้วิ่งนำหน้าไปอย่างรู้จุดหมายแล้วตนเองจึงวิ่งตามมาสุดฝีเท้า เห็นพวงหางสีทองสะบัดไหวไวๆ จึงรีบตามไปในทิศทางเดียวกัน  อะไรก็ไม่ทันใจไปเสียทุกอย่างเมื่อใจมันไปถึงที่หมายก่อนแล้ว  มือใหญ่ยิ่งกำจี้รูปผีเสื้อในมือแน่นได้แต่ภาวนาในใจ...อย่าไปไหนอีกเลย...<br /><br /><br /><br /><br /><br />วิ่งจนมาเจอปลายหางสีทองสะบัดไหวซ่อนตัวอยู่หลังเก้าอี้ตัวประจำที่มักมานั่งเล่นแต่ไม่เจอใครอื่นร่างสูงถอนใจยาวและเดินเข้ามาหาไอ้เพื่อนยากอย่างผิดหวัง  เสียงใสที่กำลังหัวเราะเพราะไอ้ตัวดีมันกระโจนใส่จนเจ้าของเสียงล้มหงายลงไปนอนกับพื้นหลังเก้าอี้เลอะไปทั้งตัวทำให้ต้องรีบก้าวเข้าไปพร้อมจะโกนสั่งให้มันออกมาจากคนอื่นเดี๋ยวนี้  ตอนแรกก็ไม่ฟังหรอกจนเมื่อขึ้นเสียงดุทำให้ยอมผละออกมานั่งลิ้นห้อยเพราะความเหนื่อยอยู่ไม่ไกลจากร่างนั้นมากนัก<br /><br /><br /><br /><br />“ไปเล่นกับเขาอย่างนั้นได้อย่างไรไอ้บื้อ ขอโทษนะครับผมไม่ระวังทำให้มันหลุดจนต้องวิ่งตาม” ร่างสูงก้มศีรษะเป็นการขอโทษ  ขายาวก้าวเข้าไปใกล้ร่างที่นั่งอยู่หลังเงามืดของเก้าอี้มากขึ้นเพื่อพยุงร่างเล็กให้ลุกขึ้น<br /><br /><br /><br /><br />“ไม่เป็นไร ฉันชอบหมาตัวใหญ่น่ะ” อารามไม่ได้สนใจอะไรมากทั้งความมืดที่ปกคลุมจนมองเห็นหน้าเจ้าทุกข์ไม่ชัดนักจินจึงยื่นมือให้คนที่เพิ่งยันตัวลุกจากพื้นได้ใช้พยุงร่างลุกขึ้นยืน<br /><br /><br /><br /><br />“มืดมากแล้ว  กลับบ้านเถอะครับอันตราย” เสียงทุ้มเสนอด้วยความเป็นห่วง ตัวเล็กนิดเดียวคงไม่ดีหากจะมาอยู่ในที่มืดค่ำและลับตาคนอย่างี้ เป็นอะไรไปจะยุ่ง<br /><br /><br /><br /><br />“ขอบคุณที่เป็นห่วง  ใจดีจังเลยนะ” เจ้าของเสียงใสยังคงซ่อนใบหน้าในความมืดอยู่อย่างนั้น ดวงไฟที่ส่องสว่างจากด้านหลังทำให้เห็นใบหน้าเจ้าของเสียงน่าฟังเป็นเพียงเงามืด เส้นผมสั้นแต่ดูไม่เป็นทรงเท่าไร สีผมสะท้อนแสงไฟเห็นเป็นสีน้ำตาลจาง ถ้าเห็นหน้าคงหน้าตาดีไม่น้อยหรอก <br /><br /><br /><br />“ไม่เป็นไรครับ ผมขอตัวก่อนนะครับ”  ร่างสูงก้มลงไปเกี่ยวปลายนิ้วกับสายผูกคอมาไว้ในมือแล้วตั้งท่าจะเดินจากไปโดยไม่กล่าวคำใดอีก<br /><br /><br /><br /><br />“จะรีบไปไหนหรือ?” มือเล็กที่เอื้อมออกมารั้งทำให้จินเพียงแค่หยุดฝีเท้าลง ไม่รู้จริงๆว่าที่คนตัวเล็กนี่ทำทั้งหมดเพื่ออะไร <br /><br /><br /><br /><br />“ไปตามหาเจ้าของ...ครับ”  ช่วงที่เว้นว่างไปมือใหญ่ที่กำสร้อยเส้นเล็กในมือปล่อยให้จี้รูปผีเสื้อทิ้งตัวลงจากอุ้งมือเผยให้เห็นสิ่งที่กำลังต้องการเจ้าของ  ร่างเล็กยิ้มจนเห็นฟันขาวอย่างถูกใจก่อนจะปล่อยให้ทุกอย่างอยู่ในความเงียบโดยไม่พูดอะไร และเมื่อไม่มีการสานต่อบทสนทนาจินก็ไม่คิดจะยืนอยู่ที่เดิม ใจเขาไม่มีแรงจะคิดอะไรต่อไปในเมื่อสิ่งที่เป็นเหมือนความหวังเมื่อครู่ตอนที่วิ่งตามมา  หวังว่าจะได้พบได้เจอ อยากกอด  อยากจูบให้หายคิดถึงกับเวลาที่ห่างกัน แต่ทุกอย่างกลับเป็นเพียงอากาศเมื่อพบกับคนแปลกหน้า ร่างสูงหมุนตัวกลับอีกครั้งแต่ก็ต้องชะงักอีกครั้งประโยคที่ออกมาจากคนตรงหน้าทำให้ใจเขาโลดขึ้นมาอีกครั้ง<br /><br /><br />.<br /><br /><br /><br />.<br /><br /><br /><br />.<br /><br /><br /><br />“นั่นเคยเป็นของฉัน...แต่ฉันให้เป็นของขวัญคนสำคัญไปแล้ว ตอนนี้มันคงอยากกลับมาหาเจ้าของตัวจริง” <br /><br /><br /><br />เงาร่างที่เล็กกว่าคนนั่งคนก่อนทรุดตัวนั่งลงหันหน้าเข้าหาแม่น้ำที่เก้าอี้ตัวที่จินจำได้ดีว่ามานั่งบ่อยแค่ไหนและเปลี่ยนไปกี่ตัวแล้ว มีเพียงแสงสลัวรางจากโคมไฟด้านในสวนสาธารณะส่องให้เห็นทางเดินจนไม่สะดุดลงไปเล่นน้ำตอนกลางคืนเท่านั้นแต่แสงเพียงเท่านั้นที่สาดส่องทอทับบนใบหน้าหวาน ดวงตากลมมีแววระริกเสมอ จมูกโด่งเล็กรับริมฝีปากนุ่มน่ากัด ใบหน้าที่งดงามเงยขึ้นรับแสงดาวบนฟ้าอย่างชอบใจ  ยิ้มกับตัวเองคนเดียวเมื่อสิ่งที่คิดมานานสิ้นสุดลงพร้อมกับการตัดสินใจในครั้งนี้<br /><br /><br /><br />เมื่อรับรู้ถึงความเคลื่อนไหวของร่างสูงใหญ่ที่เดินมาหยุดอยู่ข้างเก้าอี้เหล็กเปลือกตาบางจึงเปิดขึ้นเพื่อมองภาพคนตรงหน้าให้ชัดเจนแต่เงามืดที่บดบังก็ไม่ได้ทำให้อรรถรสในการมองลดลง รอยยิ้มสดใสยังคงส่งมาให้เสมอ แขนเล็กสองแขนอ้ากว้าง<br /><br /><br /><br />“กลับมาแล้วนะ...จิน”  ใบหน้าหล่อคมยื้มอย่างยินดี สวยงามที่สุดเท่าที่เคยยิ้มมา อ้อมแขนใหญ่รั้งเอาร่างเล็กขึ้นมากอดจนตัวลอยจนร้องเหวอออกมา และตามด้วยเสียงหัวเราะของคนสองคน  จินวางร่างเล็กลงที่พื้นแต่ยังคงแตะมือประคองเอวบางไว้อย่างนั้น  ปลายเท้าเล็กเขย่งตัวขึ้นแตะริมฝีปากกับคนตัวสูงเพื่อทักทายแต่ความคิดถึงที่มีและความดีใจที่ได้เจอมันทำให้ไม่อาจหักห้ามจิตใจได้อีกต่อไป<br /><br /><br /><br />ช่องท้องวูบโหวงเมื่อปากนิ่มแตะเข้าหาและตอบรับเมื่อเขากระชับสัมผัสแนบแน่น แผ่วเบาเพื่อหยอกล้อ แนบจูบหนักๆ เพื่อกลั่นแกล้งให้อีกคนขัดใจจนตามติด ร่างเล็กเบียดเข้าหากายอุ่นจนชิดแขนทั้งสองข้างโอบรอบต้นคอแกร่งให้ขยับตอบรับสัมผัสที่ต้องการมากมายสำหรับความห่างหายในช่วงเวลาหลายปี  เสียงครางเครือเป็นสิ่งบ่งบอกว่าควรถึงเวลาผละออกห่างให้เจ้าของริมฝีปากนิ่มได้มีโอกาสหายใจ จูบเน้นหนักลงบนมุมปากเล็กอย่างเอาใจ และได้รับรอยยิ้มพึงใจกลับมาเป็นรางวัลที่รู้ใจรู้เวลาและรู้สถานที่<br /><br /><br /><br />“กลับมาตอนไหน?” มือใหญ่กระตุกเรียกให้เจ้าของมือนิ่มเดินตามมานั่งลงที่เก้าอี้ตัวเดิม แต่แทนที่จะนั่งข้างกัน กลับกลายเป็นทิ้งร่างคร่อมลงบนตักอย่างไม่คิดจะเกรงใจอะไรรอบด้าน  ทิ้งให้เจ้าตูบมันเดินวนรอบเสียงกระดิ่งที่คอดังแล้วหยุดอยู่หลายรอบ มือเล็กประสานไว้ที่ท้ายทอยใบหน้าใกล้กันจนแทบชิด มือใหญ่จึงวางประคองเอวบางให้นั่งนิ่งไม่อย่างนั้นคงแย่แน่  แย่ทั้งเขาและคาซึยะ<br /><br /><br /><br />“กลับมาตอนบ่ายกว่าจะทำธุระเสร็จมาถึงก็เกือบเย็น แล้วก็ตรงมาที่นี่ แต่ทำของหาย...” จินละมือข้างหนึ่งขึ้นมาชูสร้อยเส้นเมื่อครู่ให้ดูอีกครั้ง<br /><br /><br /><br />“ของ...นี่หรือเปล่า?” ใบหน้าเล็กเอียงมองยิ้มๆ ก่อนจะพยักหน้ารับแล้วแต้มจูบเร็วๆลงที่ปลายคางสากอีกครั้ง<br /><br /><br /><br />“ใช่  ของสำคัญเอามาคืนให้คนที่เขาฝากไว้” ปลายจมูกโด่งซุกลงที่แก้มนิ่มหอมเกลือกใบหน้าไปกับนวลแก้ม ไรหนวดบางๆที่เพิ่งขึ้นสร้างเสียงหัวเราะจากความจั๊กจี้ได้เป็นอย่างดี<br /><br /><br /><br />“เขาเป็นอะไรถึงสำคัญ...หืม?” ไล่ซุกปลายจมูกเรื่อยลงมาที่ซอกคอหอม แนบริมฝีปากและปลายลิ้นลงให้เจ้าของร่างนิ่มในอ้อมกอดเปิดเส้นทางให้ชื่นชมได้ถนัด<br /><br /><br /><br /><br />“เป็น...คน...รัก อื้อ!” ปลายนิ้วเรียวเลื้อยเข้าไปในชายเสื้อด้านหลัง ไล่ขึ้นมาตามปุ่มกระดูกอย่างไม่อาจหยุดได้ แต่เมื่อเสียงคัดค้านดังขึ้นปลายนิ้วจึงต้องหยุดลงเมื่อกำลังจะสัมผัสกับความรู้สึกด้านหน้า ปากนิ่มแต้มจูบเอาใจที่สันกรามเมื่อร่างสูงผละออกคล้ายอาการขัดใจ<br /><br /><br /><br />“ขี้หงุดหงิดจัง คนใจดีไปไหนแล้ว?” มือน้อยประคองสองข้างแก้มสากถามหยอกล้อแต่ยังคงยิ้มและสบตาไม่หลบ<br /><br /><br /><br />“หายไปปีละยี่สิบเปอร์เซนต์ นี่ก็หกปีร้อยยี่สิบเปอร์เซนต์ เพราะฉะนั้น...ตอนนี้ฉันใจร้ายที่สุดเลยล่ะ”  คาซึยะหลุดเสียงหัวเราะคิกออกมากับคำตอบนั้นจูบอีกครั้งอย่างเอาใจเบาๆ แล้วผละออก<br /><br /><br /><br /><br />“ไม่เป็นไร ถ้าจินใจร้าย...” มือเล็กไต่ลงไปตามลำแขนกำยำเกี่ยวเอาสร้อยแห่งสัญญามาเกี่ยวตะขอลงบนต้นคอร่างสูง ฟันเล็กขบบีบตะขอให้แน่นเข้าหากันแล้วไม่ลืมจูบสำทับที่ต้นคอให้กระตุกไปทั้งร่างอีกครั้ง <br />“ฉันจะใจดีเอง”  ใบหน้าเล็กผละออกมาต่อตาคมในระยะประชิดสีหน้าสีตาสนุกเสียจนต้องดีดหน้าผากให้หายแค้น  ทำเขาแล้วไม่รับผิดชอบดีนัก<br /><br /><br /><br /><br />“เจ็บ” มือลูบหน้าผากป้อยบ่นอุบอิบหน้ามุ่ยจนคนมองยังต้องหัวเราะ <br /><br /><br /><br /><br />“ทำอย่างกับเด็ก  อายุก็ไม่ใช่น้อยแล้ว” มือใหญ่จับให้ร่างน้อยยืนขึ้นแล้วลุกขึ้นตาม กระชับมือเล็กเข้าหาเพื่อคลายความหนาวเย็นจากอากาศจับจูงไปทางเดินเดิมที่วันนี้ต้องเดินไปเดินกลับอยู่สองรอบ  ไอ้ตูบตัวดีเหมือนกลัวว่าจะถูกลืมจึงเดินลากสายจูงเสียงดังเป็นทางแต่เจ้าของเดิมก็ไม่สนใจโทษฐานที่ทำให้ต้องวิ่งเหนื่อยมาแล้วหมดกำลังใจซ้ำเสียอีก  เป็นผลให้เจ้าของใหม่ต้องยิ้มแล้วรับมาจูงเอง<br /><br /><br /><br /><br />“กลับบ้านกันเถอะ”  ตาคมปรายมองคนที่ยองตัวลองลูบหัวมันให้หายงอน พอมันเห็นเขามองมันทำเป็นเมินหน้าไปทางอื่น ชิชะไอ้หมานี่...ได้ใหม่ลืมเก่าเลยนะ คาซึยะเงยหน้ามองร่างสูงที่ยืนเท้าเอวมองหมาตัวเองอย่างไร้อารมณ์แล้วยิ้ม<br /><br /><br /><br /><br />“กลับบ้านกันเถอะ” <br /><br /><br /><br /><br />“อืม...กลับบ้านเรากันเถอะ” เอวเล็กถูกประคองกอดจากมือใหญ่ อ้อมแขนเล็กสอดเข้ารัดรอบเอวหนา มืออีกข้างจูงสายเจ้าขนสีทองไปตามทางเดินเส้นเดิมในความทรงจำ ความทรงจำที่ยังคงมีรอยยิ้ม  เสียงหัวเราะ แต่ความเหงาและอ้างว้างจะไม่มีโอกาสมากร้ำกรายพื้นที่แห่งนี้อีกต่อไป มือเล็กกระชับแน่นกับมือใหญ่แล้วยิ้มให้เมื่อเจ้าของมือหันมามอง<br /><br /><br /><br /><span style="color:#6633ff">...ดวงหน้าที่สว่างสดใสของคนคนหนึ่งทำให้ฉันชอบฤดูกาลหนึ่งมากขนาดนี้...<br /><br />...ทั้งๆที่อายจะแย่ แต่ก็ไม่มีคำตอบกลับมาเมื่อเอ่ยคำนั้นออกไป...<br /><br />...เรื่องเล่า ตำนาน ความฝัน ขอแค่เพียงได้พูดคุยกัน  แม้ในความฝันก็ยังดี...<br /><br />...จิตใจของคนคนหนึ่งที่กำลังเดินทางสู่อนาคตอันแสนไกล...<br /><br /><br />...ช่วงเวลาแห่งความเจ็บปวดราวกับโดนเข็มนับพันทิ่มแทง...<br /><br />...ไม่มีช่วงเวลาไหนสามารถทดแทนความรู้สึกนั้นได้...<br /><br />...ความรักที่มีเพียงเธอ และคิดถึงเธอเพียงคนเดียว ฉันจะรักเธอตลอดไป...<br /><br />...เพราะไม่สามารถพูดคำคำนั้นออกไปได้  จึงเก็บมันเอาไว้ในพื้นที่แห่งความลับ...<br /><br />...ถนนสีขาวที่ถูกแต่งแต้มไปด้วยสีสันมากมายที่กลายเป็นเพียงเรื่องในความทรงจำ...<br /><br />...สิ่งที่ชั้นได้รับจากเธอเสมอคืออ้อมกอดเพราะความใจดี...<br /><br />...ไม่มีวันลืมเลือนคำตอบที่ได้รับกลับมา...<br /><br /><br />...คนสองคนที่ก้าวเดินไปบนถนนสายที่เต็มไปด้วยซากุระที่ถูดริดออกจากก้านด้วยสายลมเย็น...<br /><br />...สีสันแห่งฤดูใบไม้ผลิที่เข้ามาเยือนไม่ได้เจ็บปวดอย่างที่คิด...<br /><br />...ทุกครั้งยังคงได้รับรอยยิ้มจากเธอ และมีคำพูดที่อยากจะฝากบอก...<br /><br />...ไม่อยากจะเห็นใบหน้ายามเหงาเศร้า  แต่ก็ต้องรับรู้มัน...<br /><br />...ฝากบอกผ่านพวงแก้มของเธอ...<br /><br />...ความรักไม่มีวันถูกทำลาย เพราะยังคงมีแสงสว่างเสมอ...<br /><br />...แต่ฉันก็ยังคงยืนหยัดที่จะปกป้องความรัก  ด้วยการรักเธอตลอดไป...<br /><br />...รอยเท้าของคนสองคนที่เธอเหลือทิ้งไว้เบื้องหลังจะถูกเก็บไว้ในความทรงจำแสนหวาน...<br />...และจะคอยเฝ้ามองดวงดาวจรัสแสงนั้นอยู่เสมอ...<br /><br />...เพียงแค่ตอนนี้เธออาจจะมองไม่เห็นและต้องค้นหาต่อไป...<br /><br />...คำตอบก็ยังคงเป็นการวิ่งไล่ตามฤดูกาลที่เป็นของเธอ...<br /><br /><br />...เพราะยังไม่อยากที่จะลืมความรู้สึกของการไล่ตาม  จึงอยากจะเก็บอ้อมกอดของเธอไว้เป็นของตนเองคนเดียว...<br /><br />...ความเจ็บปวดเมื่อเห็นภาพทิวทัศน์สองข้างทางที่เคยมองดูพร้อมกับเธอ...<br /><br />...ความรักก็เหมือนกับความหวัง  เมื่อถึงเวลาแห่งซากุระผลิบานความรักก็จะเริ่มต้นใหม่อีกครั้ง...<br /><br />...คำตอบของเธอคือความรักที่ไม่เคยเปลี่ยนแปลง...</span><br /><br /><br />.<br /><br /><br /><br />.<br /><br /><br /><br /><br />.<br /><br /><br /><br />“ฉันรักจินนะ  ขอบคุณที่รอและยังรักฉันเสมอมา”  ร่างเล็กเกยคางทับร่างสูงที่นอนเป็นเบาะชั้นดี ผิวเนื้อเย็นเรียบแต่งแต้มร่องรอยประปราย มือใหญ่รั้งผ้าห่มขึ้นคลุมจนมิดไหล่บางแล้วลูบผมนิ่มเล่นเพลินมือ<br /><br /><br /><br />“ก็เพราะรักนาย  ถึงได้รอจนวันนี้ แล้วต่อจากนี้ก็อย่าหวังว่าจะเห็นแก่ตัวได้...เพราะฉันจะเห็นแก่ตัวอย่างถึงที่สุดเหมือนกัน” ร่างสูงยิ้มไปพูดไปทั้งที่หลับตา ไม่ได้มองสีหน้าคนฟังสักนิดว่าจะแดงจนเห่อหรือเป็นลมพิษไปแล้วหรือไม่ แต่ไม่มองก็คงรู้ได้ถึงอุณหภูมิที่แก้มแดงปลั่งจนต้องอุบอิบกับตัวเองว่า ...เห็นแก่ตัวอย่างวันนี้หรือเปล่า...<br /><br /><br /><br />ค่ำคืนที่แสนสั้นเพราะความสุขที่โหยหา ความฝันไม่ได้มากร้ำกรายเพราะความเป็นจริงปรากฏอยู่ตรงหน้า อ้อมกอดของกันและกันความอบอุ่นที่ซุกซบไม่มีช่องว่างให้ความหนาวเหน็บเข้ามาถึงผิวเนื้อได้แม้แต่น้อย<br /><br /><br />.<br /><br /><br /><br />.<br /><br /><br /><br />.<br /><br /><br />Stay...I will loving you<br /><br />ขอบคุณค่ะ ]]>
</content:encoded>
<dc:subject>short fic </dc:subject>
<dc:date>2009-10-05T23:08:01+09:00</dc:date>
<dc:creator>::shunfeng015::</dc:creator>
<dc:publisher>FC2-BLOG</dc:publisher>
</item>
</rdf:RDF>