コンテントヘッダー

[OT] Notice Fiction

แวะมาบอกให้รู้กันนิดหน่อย
ว่าไม่รู้ว่าจะมาต่อฟิคได้ต่อเนื่องแค่ไหนล่ะนะคะ
เพราะว่างานมันมาได้เรื่อยๆ จริงๆ
ตอนนี้ทำงานบูรณะกำแพงเมืองเชียงแสนอยู่ที่จังหวัดเชียงราย
เวลาว่างพอมี แต่บางทีมันก็มีในจังหวะที่ไม่สามารถคิดอะไรออกได้
พอคิดออก ก็ไม่่ใช่โอกาสที่จะแต่งต่อเสียอีก
ทำให้ค่อนข้างประสบปัญหาขัดใจตัวเองหลายรอบแล้วค่ะ
ฮ่าๆ เคยคิดจะโต้รุ่งเขียนฟิคเหมือนตอนเป็นเด็ก...แต่ก็นะ สังขารมันไม่เที่ยงน่ะค่ะ
แต่ก็แวะมาบอกไว้ก่อน อาจจะช้าหรือไร้วี่แววไปซักหน่อย
แต่ก็จะพยายามให้ทุกเรื่องจบลงตามความตั้งใจแหละนะคะ
สัญญาไม่ได้ว่ามันจะมาลงได้อีกทีเมื่อไหร่ แต่ถ้าเอาแน่ๆเลยคือหลังสอบวัดระดับค่ะ
อาจจะฟังดูเนิ่นนานเนาะ แต่อีกสามอาทิตย์เองน๊า
แต่่ถ้ามีโอกาสก่อนหน้านั้นก็จะพยายามค่ะ
คนอ่านไม่เยอะในบลอคเรา เพราะงั้นเราก็อยากตามใจแหละนะ^^
บางเรื่อง บางคนตามมาจากหลายบอร์ดเพราะบลอคเรามีฟิคหลายคู่
ยังไงก็อ่านแล้วลงชื่อทิ้งไว้บ้างก็ไ้ด้นะคะ ทิ้งข้อความคุยกันเล่นๆก็ได้ค่ะ
ยินดี แต่ตอนนี้ขอโทษจริงๆ ทั้งที่อยกาแต่งฟิคให้อ่านจะแย่แต่ไม่สามารถทำได้
ตอนนี้อยู่กรุง รุ่งนี้ต้องกลับไปทำงานต่อแล้ว ค่อนข้างเหนื่อยพอสมควร
ทุกคนก็ตั้งใจทำในสิ่งที่ตัวเองต้องรัยผิดชอบกันแล้วกันนะคะ^^

ขอบคุณที่ติดตามค่ะ
コンテントヘッダー

[sale] Fiction Novelมือสองค่ะ

เพื่อนฝากประกาศขายฟิคชันและโนเวล
เนื่องจากเพื่อนมีความจำเป็นต้องย้ายบ้านค่ะ...เลยต้องทะยอยลำเลียงของออกจากคลัง
ขออภัยนักเขียนทุกท่านด้วยนะคะ
หนังสือทุกเล่มอยู่ในสภาพสมบูรณ์มากค่ะ
ฟิคชั่นทุกเล่มเคลือบปกสติ๊กเกอร์ด้านนะคะทุกเรื่องเป็นคู่จิน-คาเมะ นะคะ^^
แต่จำไม่ได้แล้วว่าเล่มไหนที่มีปกพลาสติกห่อด้วย

so_blue.jpg
So Blue ของ Tatsuyaki ราคา250 บาทค่ะ จองแล้วค่ะ


feel.jpg
เรื่อง Feel ราคา 200 บาทค่ะ จองแล้วค่ะ

kizuna.jpg
Kizuna 200 บาทค่ะ

lovehonesty.jpg
Love And Honesty 200 บาทค่ะ

reflection.jpg
Reflectionของ Suchan 200 บาทค่ะ

servant.jpg
Arrogant Servant of dragon 120 บาทค่ะ
จองแล้วค่ะ

sexy_bodyguard.jpg
Sexy Bodyguard 200 บาทค่ะจองแล้วค่ะ

eror in my hazy
Eror In My Hazy ของHabuค่ะ 250 บาท(มีปกสองชั้น...เจ้าของมันบ้าค่ะ) จองแล้วค่ะ

รักนี้หวานกว่าคาปูชิโน่
โนเวล "รักนี้หวานกว่าคาปูชิโน่" 100บาทค่ะ เรื่องนี้สนุกแต่...เพราะสนุกนี่แหละค่ะเลยโทรมไปหน่อย"- - จองแล้วค่ะ

maid darring
Maid Darling ราคา200บาทค่ะ สีสันสวยงามดังรูปเลยค่ะ

สนใจทิ้งที่อยู่ อีเมลล์ เบอร์โทรศัพท์ไว้ในคอมเม้นได้เลยค่ะ^^
มีแมกกาซีนทั้งเมียวโจ้ โปเตโต้ ดูเอ็ท และก็วิงค์อัพค่ะ
แล้วจะมาอัพรูปให้ถ้ามีเวลานะคะ
ใครมาก่อนได้ก่อนนะคะ ไม่มีมาหลังแต่ให้ราคาแพงแล้วได้ไป แฟร์ๆค่ะ
コンテントヘッダー

--My Immortal--01--

My Immortal--01--
...........................
ชายหนุ่มร่างเล็กบางนั่งอยู่ที่เตียงผ้าใบที่ชายหาด ลมเย็นสบายของทะเลพัดแรงให้ผมเส้นเล็กที่ตัดได้ทรงปลิวพลิ้วไปด้านหลัง
เจ้าตัวคงรำคาญเลยล้วงมือลงไปในกระเป๋าเอายางรัดผมเส้นเล็กขึ้นมามัดจุกน้ำพุที่ปอยข้างหน้าและเหน็บผมไว้ที่หลังใบหู

แหงน หน้ามองดวงดาาวที่พากันทอแสงระยับบนม่านฟ้าสีดำสนิทแล้วยิ้มอย่างอารมณ์ดี ก่อยจะชูมือขึ้นกางนิ้วในอากาศ ทำท่าเหมือนจะคว้าดวงดาวเหล่านั้นมาไว้ในกำมือ

...ฝัน...ว่าอยากได้ดวงดาวนั้นมาครอง
...ฝัน...ที่ไม่มีวันเป็นจริง

..................................
...........................................

ความฝันแสนหวานที่ได้ผ่านมาในชีวิต ความฝันที่ดีที่สุดในชีวิตครั้งหนึ่งที่เคยฝันถึง และหวังว่ามันจะเป็นนิรันดร์

....แค่อยู่ข้างกันตลอดไป....

ผม ก็แค่ฝันไว้อย่างนั้น ชีวิตของผมจากที่เคยอยู่คนเดียวลำพังมาตลอด กลายเป็นมีอีกคนเข้ามาเกี่ยวข้องในทุกเรื่องก็เมื่อผมเรียนมหาวิทยาลัยปี2

ตอนนั้นผมย้ายออกมาอยู่คนเดียวได้ประมาณหนึ่งปีแล้ว ผมเป็นคนเพื่อนน้อยไม่ค่อยมีเวลาได้เที่ยวเตร่มากนัก เพราะต้องหารายได้ให้ตัวเอง
การทำงานพิเศษไม่ใช่เรื่องที่ลำบากลำบนสำหรับผมเลย เพราะผมก็ทำงานของผมมาเรื่อย ๆ ตั้งแต่ขึ้นม.ปลาย

แต่ พอมาสมัครงานที่ใหม่ ที่ร้านเบเกอรี่เเห่งหนึ่ง ผมก็ได้เพื่อนเพิ่มขึ้นมาจากที่แต่เดิมแทบจะไม่มี ทุกคนที่นี่ใจดีและเป็นกันเอง ถ้าผมไม่มีเรียน เวลาส่วนมากที่นอกจากการอ่านหนังสืออยู่ที่ห้องพักแล้วผมก็จะมาขลุกอยู่ที่ นี่ทุกวันแหละครับ

นึกย้อนไปถึงตอนนั้น...สี่ปีแล้วสินะเนี่ย ยังนั่งขำตัวเองอยู่ตลอดเวลา ว่าตอนนั้นชีวิตมันออกจะมีความสุข...แต่มันกลายเป็นความทุกข์ที่ทำให้ผมแทบ จะทนไม่ได้ไปตั้งแต่ตอนไหนกันนะ

...............................
........................................

" สวัสดีครับ...ขอโทษที่มาช้าครับ" ร่างเล็กกระหืดกระหอบเข้ามาที่ร้านเบเกอรี่ประตูหน้าร้านปิดลงพร้อมกับ เสียงกระดิ่งเบาที่เจ้าของร้านติดไว้เพื่อให้รู้ว่ามีลูกค้าเข้ามาแล้ว

วันนี้ เป็นวันเเรกที่ได้เข้ามาทำงานพิเศษในร้านนี้ เมื่อวานเขาเพิ่งมาสมัครงานไว้ตามที่เห็นป้ายประกาศรับสมัครคนทำเบเกอรี่ ก็แค่อยากทำ...แต่ทำไม่เป็นหรอก แต่คาเมะอยากเรียนรู้และสนใจเจ้าขนมหวานหน้าตาน่ากินมานานแล้วแต่ไม่มีโอกาส ในเมื่อตอนนี้มีโอกาสก็ฉวยเอาไว้ไม่เสียหายนี่นา

"อ่อสวัสดีคาเมะ จัง...ไม่ต้องรีบหรอกนะ ยังไม่มีใครมาหรอก" คุณเจ้าของร้านผู้หญิงสวยหน้าตาใจดียิ้มรับหลังจากที่เงยหน้ามามองเจ้าของ เสียงที่ทักออกมา

"ครับ...มินามิซังทำอะไรอยู่หรือครับ??" เดินเข้าไปดูด้วยความสงสัย และเผื่อจะได้ช่วยเหลืออะไรได้บ้าง

"กำลังจะทำบลูเบอรี่ชีสพายจ้ะ" หล่อนยิ้มรับก่อนที่จะเดินเข้าไปหยิบของที่อีกฟากหนึ่งของเคาท์เตอร์

"มีอะไรให้ผมเรียนบ้างมั้ยครับ?" ท้าวแขนกับเคาท์เตอร์ โยกตัวไปมามองของที่อยู่ในมือเจ้าของร้านหรือนายจ้างอย่างสนใจ

" อืม...งั้นพี่จะให้คาเมะจังเรียนทำชีสพายนี่แหละเนอะ คราวหน้าจะได้ทำได้ ดีมั้ยจ๊ะ" พอเห็นลูกจ้างใหม่ของร้านพยักหน้าคอแทบหลุดก็หัวเราะขำกับท่าทางอย่างเด็ก สนใจของเล่น

ในขณะที่มือเล็กกำลังอัดแป้งพายลงในพิมพ์พ์ขนาดพอดีมือ เสียงหญิงเจ้าของร้านดังขึ้นให้เดินไปหยิบอุปกรณ์เตรียมทำเค้กช็อคโกแลต คาเมะจึงผละจากพิมพ์พ์ใส่พายชิ้นสุดท้ายที่อัดแป้งพายเสร็จ

คนตัว เล็กเดินเข้าไปในห้องเก็บอุปกรณ์ก่อนจะออกมาพร้อมกับพิมพ์พ์ใส่เค้กขนาดสอง ปอนด์ที่สูงท่วมหัวแทบมองทางไม่เห็น ก่อนจะ...โครม...!!!

เสียงอลูมิ เนียมของพิมพ์หล่นร่วงจากมือเล็ก ๆ ทั้งสองกระจายลงบนพื้นพร้อมกับร่างคนที่พาพวกมันมานอนเล่นอยู่ที่พื้นร้าน นั่งก้นระบมอยู่ที่พื้นร้านไม่ต่างกัน แล้วก็เงยหน้าขึ้นมองสาเหตุทีทำให้ทั้งคาเมะและเจ้าพิมพ์ขนมเค้กต้องมานั่ง เล่นบนพื้นอย่างช่วยไม่ได้


จากที่ตอนแรกคาดว่าน่าจะเป็นโต๊ะหรือ เก้าอี้ที่วางไม่เป็นระเบียบ แต่กลับเป็นร่างสูงขาว ผมที่กัดสีจนสว่างตาทำให้ตาพร่าไปเลยทีเดียว ปากแดงฉ่ำนั่นคงทำให้เพ้อได้ง่ายๆเลยทีเดียว ริมฝีปากบางเผยอค้างเหมือนต้องการจะขอโทษ ซึ่งอีกฝ่ายก็ไม่ได้มีท่าทีโกรธเคืองอะไรก่อนจะเข้ามาคว้าเอาพิมพ์ขนมเค้ก เก็บขึ้นมาวางบนโต๊ะแล้วก้มลงมาคว้าเอาแขนคาเมะให้ลุกขึ้นยืนอีกครังหนึ่ง

"จะนั่งอีกนานมั้ยนั่น...เจ๊ให้มาเอาพิมพ์พ์ขนมเค้กไม่ใช่หรอ?" อีกฝ่ายทักขึ้นก่อนที่คาเมะจะขอโทษออกไปอีกคำหนึ่ง

"เอ่อ...ขอโทษครับ พอดีผมไม่ทันระวัง"

"เอาเถอะน่า...เป็นอะไรรึเปล่า??" ถามพลางจับร่างเล็กๆหมุนดูจนทั่วตัวแล้วจับให้ยืนนิ่งๆเหมือนเดิม

"มะ...ไม่เป็นไร โอเคครับ...เอ่อคุณ..."

"อาคานิชิ จิน" คาเมะอ้าปากค้าง อาคานิชิ งั้นเจ๊ที่ว่าก็เป็นพี่สาวของผู้ชายที่หน้าตาดีโคตรคนนี้งั้นสิ?? หวาย...คาเมะ!!!

" อ๊ะ..ขอโทษครับอาคานิชิซัง พอดีผมไม่ทันมอง...โอ๊ย!!" คาเมะยกมือขึ้นคลำหน้าผากป้อยเพราะโดนอีกฝ่ายดีดไปเต็มจัง จนต้องหยุดพล่ามอะไรมากมายที่แสดงว่าเป็นการขอโทษที่ค่อนข้างมโหฬารพอสมควร

" กะอีแค่ชนแค่นี้จะขอโทษไปยันตายเลยรึไง" ก่อนที่จินจะคว้าข้อมือให้เดินตามกันมาบริเวณที่ใช้ทำขนมที่พี่สาวของเค้า ยืนทำขนมอยู่ ในมือมีพิมพ์พ์ใส่ขนมเค้กคนละตั้ง

"อะไรกันตาจิน...ทำอะไรให้เบา ๆ หน่อยสิ่ โครมครามไปเดี๋ยวใครเค้าก็นึกว่าร้านพี่เป็นร้านขายอาวุธสงครามแทนร้านเบเกอรี่หรอก
จินทำหน้าเบื่อก่อนจะถอนหายใจพรืด แล้วเดินไปลากเก้าอี้มานั่งข้างโต๊ะสแตนเลสที่ใช้ทำขนม ท้าวศอกไว้หันหลังให้โต๊ะ

"โทษจินตลอดนะเจ๊...คนอุตส่าห์เข้าไปช่วยแท้ ๆเลย โดนว่าแทนซะได้" เสียงทุ้มบ่นกระปอดกระแปดจนคนเป็นพี่สาวหลุดขำออกมาใหญ่โต

" อ่ะ...พอดีผมเดินไม่ระวังเองแหละครับ เลยไปชนอาคานิชิคุงเข้า ขอโทษด้วยนะครับที่ทำเสียงดัง" คาเมะแทรกขอโทษขึ้นมากลางทาง เรียกสายตาของพี่น้องสองคนให้มองมาที่ตัวเองได้ในคราวเดียว

" อ่อ...คาเมะจังเองหรอเนี่ย ถ้ารู้ว่าเป้นคาเมะจังน่ะ จะไม่ว่าซักคำ ถ้าเป็นจินล่ะก็ จะบ่นให้หูชาไปเลย" พี่สาวพูดมาอย่างนี้ก็เรียกเสียงอ้าวใหญ่ ๆ จากจินมาได้ทันที

"พอเลยเจ๊...พูดมากน่ะ ทำไปขนมน่ะ ฝอยมากน้ำลายลงไปหมดแล้ว" พูดจบคนตัวโตก็เดินปึงปังขึ้นไปด้านบนของร้านที่เป็นส่วนของที่พัก

" สนิทกันไว้นะจ๊ะ...คาเมะจัง จินน่ะไม่มีอะไรหรอก บ้าไปวัน ๆ แต่เรียนเก่งนะไม่น่าเชื่อเลย...ความบ้ากับความเป็นอัจฉริยะนี่มันต่างกัน แค่เส้นแบ่งเดียวจริง ๆ" พูดกับคาเมะเสร็จ ก็บ่นกับตัวเอง แล้วก็ขำคนเดียวเสร็จ
ทำให้คาเมะเริ่มเดินไปช่วยตีเนยกับน้ำตาลให้ขึ้นและคุณเจ้าของร้านก็มีเรื่องชวนคุยโดยมีหัวข้อสนทนาเป็นน้องชายคนเดียว

ต่อ จากนั้นมาคาเมะและจินสนิทสนมกันมากขึ้น ไม่ใช่แค่จิน ที่ร้านนี้คาเมะยังได้เพื่อนร่วมงานที่น่ารักและคอยช่วยเหลืออยู่ตลอดเวลา ทำให้ชีวิตช่วงวัยรุ่นตอนปลายดูจะมีสีสันและชีวิตชีวามากขึ้นกว่าเดิมหลาย เท่า

จากที่อยู่ตัวคนเดียว คาเมะรู้จักที่จะไปเที่ยวเปิดหูเปิดตาบ้าง นั่นก็เพราะจินทั้งชวนทั้งคะยั้นคะยอให้ไปด้วยกันในวันที่ทั้งร้านตกลงใจกัน จะไปฉลองเงินเดือนออก

"คาเมะ...ไปด้วยกันมั้ย??" เสียงคนในร้านคนหนึ่งดังขึ้นถามในขณะที่คาเมะกำลังง่วนอยู่กับการทาเนยขาว ที่พิมพ์พ์เพื่อเตรียมใส่แป้งเค้กที่ตีเสร็จแล้ว

"...คงไม่ล่ะ การบ้านยังไม่เสร็จเลย เดี๋ยวทำไม่ทัน" ตอบปฏิเสธพร้อมรอยยิ้ม และในทันทีที่เสียงปฏิเสธจบลง เสียง...ว้า...ก็ดังขึ้นมาพร้อมกันและตามด้วยเสียงบ่นงึมงำว่า

...ชวนกี่ที่ก็ไม่เคยไปเลย...

...ชีวิตเหี่ยวเฉาแย่คาเมะน่ะ ทำไมไม่ไปเที่ยวด้วยกันบ้างล่ะ...

...ทีจินนะไม่เคยชวนซักงาน แต่ไปทุกงานเลยสิน่า...

เสียง แซวดังขึ้นทำให้พ่อครัวหนุ่มที่กำลังยืนอยู่หน้าเตาอบ มีผ้าโพกผมแบบที่ไม่ใช่พ่อครัวใส่กัน ผ้าขนหนูผืนเล็กสีขาวถูกจินนำมาใช้งานแทนหมวกคลุมผมสำหรับทำครัว ผ้ากันเปื้อนลายดราก้อนบอลล์ โงกุนกำลังปล่อยพลังใส่ปิศาจถูกสวมอยู่บนตัวใหญ่ๆนั่น เรียกร้อยยิ้มจากคาเมะได้ทุกทีที่มองเห็น จินยกถาดขนมออกมาวางถาดดังโครมใหญ่ให้ทุกคนสะดุ้ง รวมไปถึงคาเมะด้วยนั่นแหละ

"เดี๋ยวเถอะ...อุจจี้ จะนินทาก็อย่านินทาต่อหน้าสิวะ...คาเมะ ไปเลยวันนี้ นายต้องไป!!" อ้าว มาเกี่ยวอะไรกับคาเมะด้วยล่ะเนี่ย อยู่ๆก็หันมาสั่งให้คาเมะไปฉลองเงินเดือนออกกับคนอื่นซะงั้นน่ะ


นิ้วเล็กยกขึ้นชี้เข้าใส่ปลายจมูกตัวเองเป็นคำถาม ...ชั้นหรอ??...

" ใช่นายนั่นแหละ...ไปด้วยกันเลย ไอ้พวกนี้มันจะได้เลิกกระแนะกระแหนชั้นซักที" พูดไปก็ร่อนพิมพ์พ์ใส่เค้กลงไปในถังน้ำที่เอาไว้สำหรับใส่พิมพ์เค้กที่ใช้ แล้วเพื่อจะได้ล่างง่าย ๆ

"ไปสิคาเมะ...ชั้นชวนนายไปนะ" เสียงอุจจี้ดังขึ้นอีกรอบ พาลให้จินเอื้อมมือมาหวังจะมะเหงกเจ้าเพื่อนตัวดีให้ได้ แต่อีกฝ่ายก็เอาคาเมะเป็นกำลังได้เหมือนกัน กลายเป็นว่าชุลมุนกันอยู่พักนึงก่อนที่จะหยุดลงและแยกย้ายกันไปทำงานของตัว เองเพราะหลังจากที่ส่งเสียง...เย้...!!!ทุกคนเพราะคาเมะตกลงที่จะไปด้วย

ผ่าน ไปเกือบชั่วโมงหลังจากที่เตรียมเค้กสำหรับวันรุ่งขึ้นเสร็จแล้วทุกคนแยกย้าย กันไปอาบน้ำแต่งตัวและนัดพบกันอีกทีที่หน้าร้าน บ้านทุกคนไมได้ไกลไปจากร้านมากนัก แต่หอคาเมะไม่ได้รวมอยู่ในจำนวนส่วนมากเหล่านั้น

ร้านนี้เป็นทาง ผ่านเวลาที่คาเมะไปมหาวิทยาลัยเท่านั้น มินามิเสนอให้คาเมะอาบน้ำที่นี่แล้วใส่เสื้อผ้าของจินเมื่อตอนยังตัวเล็ก ๆ และคำว่าตัวเล็กๆนั้นเรียกเสียงโวยได้จากร่างสูงใหญ่ตอนนี้อยู่โข
ก่อนจะเดินนำเพื่อนตัวเล็กขึ้นไปด้านบนที่เป้นห้องของตัวเอง

"นายจะอาบก่อนมั้ย??" จินหันมาถามคาเมะที่เดินเข้ามาในห้องอย่างงง ๆ ส่ายหน้าตอบเบา ๆ


" จินอาบก่อนเถอะ...ชั้นอาบน้ำเร็วน่ะ" จินพยักหน้ารับก่อนจะคว้าผ้าเช็ดตัวลายอุลตร้าแมนเดินตัวปลิวเข้าห้องน้ำไป คาเมะนั่งลงที่ปลายเตียงนุ่ม กว้าง แต่ถ้าจินนอนคงเต็มเตียงแน่ ๆ เลย นึกแล้วก็ขำกับตัวเอง นี่คาเมะติดนิสัยไม่ดีของอุจจี้และมินามิซังมารึไงนะ...ถึงได้มานั่งแขวะจิ นในใจแบบนี้ แต่คงไม่หรอก ถ้าติดมาจริง คาเมะคงพูดต่อหน้าเสียเลยมากกว่า
มอง ไปรอบ ๆ ห้องก็ให้นึกสงสัย ผู้ชายท่าทางดูดีจัดอย่างจิน ไม่น่าจะมีอะไรที่เป็นเด็กหรือจะมายอมให้คนอื่นแซวเล่นได้เลยจริง ๆ ไม่ว่าจะเป็นการเรียนที่เลิศเลอ หรือรูปลักษณ์ที่ดีพร้อม


ถ้าอยู่ ที่มหาวิทยาลัย...จินคงจะเป็นคนที่เป็นที่รู้จักของคนทั่วไปแน่ ๆ เลย แต่คนที่ดูดีขนาดนั้น แต่งห้องตัวเองด้วยหุ่นยนต์ประกอบกันดั้มทั้ง5ตัวครบเซ็ท หนังสือการ์ตูนดราก้อนบอลทุกภาคที่พิมพ์ออกขาย รถแข่งใส่ถ่านที่เจ้าตัวคงรักน่าดู ก็เล่นวางไว้ซะหัวนอนใส่กล่องใสอย่างดี มองไปเพลิน ๆ ฟังเสียงน้ำที่ไหลกระทบผิวกายและหล่นลงกระทบพื้นเพลิน ๆ ทำให้เปลือกตาพริ้มหลับลง ในใจก็คิดแค่ว่า...แค่หลับตาน่า แป๊บเดียว รอจินอาบน้ำ
แต่พอทำไปทำมา...กลับหลับสนิทไปซะอย่างนั้น

จินเดิน ออกมาจากห้องน้ำแล้วก็เจอว่าเจ้าเพื่อนตัวเล็กหลับตาพริ้มนอนเอาแขนหนุน ศีรษะ ตะแคงข้างท่าทางเพลียจัดก็เดินไปสะกิด...ยังไม่ตื่น สองสามรอบแล้วก็ยังไม่ตื่น จินเลยจับไหล่บางทั้งสองข้างรั้งให้คาเมะลุกมานั่ง ท่าทางงัวเงีย

" เอ้า...ไหวมั้ยเนี่ย??" มือเล้กยกขึ้นขยี้ตาเบา ๆ ปากบางยู่เล้กน้อย จินเลยเอามือป้ายเข้าไปแรง ๆ ให้คาเมะร้องฮื้อออกมาให้จินได้หัวเราะอย่างสบายใจ

"ผ้าเช็ดตัว...เอาไปแล้วก็เสื้อผ้า..." จินโยนผ้าเช็ดตัวให้คาเมะก่อนจะพูดถึงเสื้อผ้าแล้วเดินไปที่ตู้เสื้อผ้า

" ใส่อันนี้โอเคมั้ย??" จินหยิบชุดที่คาเมะมองแล้วก็ไม่ใช่ว่าจะล้าสมัยตรงไหนออกมาชูให้ดู แต่ขนาดตัวไม่น่าจะใช่ของจินเลยนี่สิทำให้อดจะขมวดคิ้วไม่ได้ ก่อนที่จะได้พูดอะไรออกไปจินก็ไล่ย้ำให้ไปอาบน้ำอีกครั้งหนึ่ง

ในอีก ครึ่งชั่วโมงต่อมา...จินและคาเมะก็พร้อมกันอยู่ที่หน้าร้านที่นัดหมาย รออุจจี้กับเพื่อนอีกไม่กี่คนที่ทะยอยกันมาแล้วออกเดินทางไป

ผับ กลางคืนคนค่อนข้างเยอะ เสียงดังกระหึ่มที่คาเมะไม่ค่อยปรารถนามันซักเท่าไหร่ เมื่อเดินเข้าไปใกล้ลำโพงตัวใหญ่หน้าเรียวสวยจึงเหยไปและยกนิ้วขึ้นอุดเข้า ไปในรูหูเพื่อกั้นเสียงกระหึ่มนั่น

เลือกที่นั่งกันได้อุจจี้จึง ได้เริ่มทำหน้าที่บริการเครื่องดื่มให้กับเพื่อน ๆ ทุกคนเพราะเคยทำบาร์เทนเดอร์มาก่อน อาชีพเก่าที่ใคร ๆ ในหมู่เพื่อนฝูงก็รู้ว่าเหล้าฝีมืออุจจี้นี่แหละ เจ๋งสุดๆ

แก้ว เหล้าเลื่อนมาตรงหน้าคาเมะโดยผ่านจินมาก่อน คาเมะมองอย่างง ๆ เพราะไม่เคยดื่มมาก่อนและส่ายหน้าปฏิเสธเบา ๆ จนมือเครื่องดื่มเทวดาที่เพ่อนๆเรียกกันให้คาเมะได้ยินร้องออกมาเบา ๆ ก่อนจะลุกขึ้นมากระแซะนั่งข้างคาเมะและดันจินให้ออกไปไกล ๆเพื่อตัวเองจะได้นั่งสะดวก


มือบางยกแก้วขึ้นจ่อริมฝีปากบางคาเมะ เม้มปากแน่นด้วยสัญชาตญาณ เอามือจับมืออุจจี้ให้ออกห่างอีกนิด หน้าตาเหรอหรา แทบจะทนโดนเรียกร้องให้ดื่มไม่ไหว แล้วจินก็คว้าเอาแก้วในมืออุจจี้ไปดื่มรวดเดียวจนหายไปครึ่งให้อุจจี้ได้ โว้ยออกมา พร้อมกับอาการจิ๊จ๊ะไม่สบอารมณ์ ลุกพรวดขึ้นกลับไปนั่งที่ตัวเองให้จินได้นั่งสบายๆ กับคาเมะสองคนตามเดิม

" ไอ้จิน...ชั้นไมได้ชงให้แกกินนะเว้ย ชั้นชงให้คาเมะ!!" พอนั่งที่ตัวเองได้เสร็จก็โวยขึ้นมาให้ได้ยินกันทั่วโต๊ะ เสียงเพื่อนร่วมงานพิเศษทั้งที่ปลอบอุจจี้และกัดจิกจินก็ดังขึ้นอีกครั้ง


จินเลยยกแก้วขึ้นอีกครั้ง จ่อไปที่ปากคาเมะพยักหน้าให้คาเมะดื่มเครื่องดื่มแก้วกิตติมศักดิ์

" ได้...แค่จิบเดียวเท่านั้นนะ" จินคงรู้ว่าคาเมะไม่เคยดื่มถึงได้ไม่อยากให้ดื่มมาก อุจจี้พยักหน้ารับด้วยอาการดี๊ด๊ากว่าเดิมเมื่อเห็นคาเมะรับแก้วไปดื่มอึก นึง หน้าสวยแหยทันทีที่รสเฝื่อนแตะถูกลิ้น คิ้วเรียวย่นจนแทบชิด มือบางส่งแก้วคืนจินที่เหลือบมามอง

มือหนารับแก้วคืนมาแล้วเอื้อม มือไปจับคางเล็กให้อยู่นิ่งก่อนจะใช้นิ้วโป้งปาดเบา ๆ เอาหยดแอลกอฮอล์ที่เกาะอยู่บนริมฝีปากให้ติดปลายนิ้วมา แตะเข้าที่ลิ้นตัวเองให้คาเมะได้หน้าร้อน ดีที่ในนี้มืด มองอะไรไม่ค่อยเห็น แต่คงไม่ช่วยอะไรมากนักหรอก เพราะทุกคนในโต๊ะฮือฮากันจนคาเมะไม่คิดว่าทุกคนไม่รู้ว่าตัวเองอาย ก้มหน้างุดอย่างไม่รู้จะทำยังไงกับชีวิตและความร้อนบนหน้า


คืน นั้นจินไปส่งคาเมะที่ห้องทั้งที่ตัวเองตาเยิ้มขนาดไหนคงไม่รู้ตัว คนตัวเล็กเลยเสนอให้ขึ้นไปล้างหน้าล้างตาก่อนกลับแล้วไปๆมาๆ จินก็หลับไปโดยไม่ได้กลับบ้านในคืนนนั้น พี่สาวโทรมาตามจินก็ปัดจนโทรศัพท์แทบตก

..........................................
..................................................

และจากที่ทำงานที่ร้านนี้ คาเมะมีเพื่อนที่มหาวิทยาลัยมากขึ้น

.........................................
..................................................

วันนี้ คาเมะมีเรียนตอนเช้า แต่กว่าจะตื่นก็เกือบเจ็ดโมงแล้ว ข้าวปลายังไม่ทันกิน ก็รีบกระหืดกระหอบ ในมือถือหนังสือเล่มโตสองสามเล่มสำหรับเรียนในวิชาเช้าและบ่าย

วิ่ง ไปถึงหน้าประตูห้องเรียนพร้อมกับเพื่อนร่วมชะตากรรมที่ไม่ทันมองว่าเป็นใคร แต่ที่แน่ ๆ โดนอาจารย์เอ็ดทั้งคู่แน่ ๆล่ะงานนี้ เอื้อมมือเข้าไปจับลูกบิดพร้อมกันจนทำให้ต้องเงยหน้าขึ้นมอง

"อ้าว...จิน!!" โลกช่างกลมอะไรอย่างนี้ นี่เค้าเรียนที่เดียวกับจินหรอกเหรอเนี่ย

" เรียนที่นี่หรอ??" ถามไปงง ๆ ก็เรียนมาตั้งปีกว่า เพิ่งจะมาเจอกันเอาวันนี้ รู้จักกันมาก็ตั้งนานแล้วนะไม่ใช่แป๊บเดียว นี่คาเมะไม่สนใจคนรอบข้างขนาดนั้นเลยหรอเนี่ย?? คนดังขนาดจินคาเมะยังไม่รู้ว่าเรียนที่เดียวกันได้นี่...สงสารตัวเองจังเลย แฮะ

"หวัดดี...สายเหมือนกันหรอ" ใบหน้าหล่อนั้นพราวเหงื่อ เสื้อชุ่มไปด้วยเหงื่อ สงสัยจะรีบมากไปล่ะมั้ง คาเมะพยักหน้าให้ก่อนจะผลักประตูเข้าไป พูดขออนุญาตเบา ๆ และก็เป็นดังคาดว่าโดนอาจารย์บ่นยืดยาวเรื่องที่เขาสองคนมาสายก่อนจะเข้าสู่ บทเรียนอีกครั้งหนึ่ง

"ทำไมมาสายล่ะจิน?" คาเมะสนิทกับจินมากพอที่จะเรียกชื่อได้อย่างสนิทปากดังที่เจ้าของชื่อต้องการ

" แฮงค์ไปหน่อย เมื่อคืน...ยัยป้านั่นดันให้ดื่มอยู่ได้" ยัยป้าไหนคาเมะไม่รู้หรอก รู้แต่ว่าคงดื่มหนักน่าดูเพราะจินไม่น่าจะแฮงค์ได้ง่ายดายนัก

"ไป ทำอีท่าไหนให้เค้ามอมได้ล่ะเนี่ย" ตามองสไลด์มือจดเล็คเชอร์แต่ปากก็ถามไปเบา ๆ เพื่อให้ไม่รบกวนคนอื่น หันมาอีกที จินก็ไถลตัวลงไปซบอยู่กับแขนที่พาดไปบนโต๊ะเรียบร้อยแล้วบ่นงึมงำๆว่า

" ก็ดันไปเล่นพนันกับพี่สาวคนจ๋วยน่ะสิ่...ว่าน้ำหอมที่เจ๊แกใช้น่ะยี่ห้ออะไร ...หนอย โดนหลอก เชอะ...แตะสองที่คนละกลิ่นกันอ่ะเดะให้ตายเถอะ เวียนหัวชะมัด" คาเมะหันมายิ้มให้ก่อนจะล้วงมือลงไปในกระเป๋ากางเกงยีนส์ตัวที่ใส่ประจำได้ หมากฝรั่งรสมินต์ติดมือมา ยื่นไปให้คนข้าง ๆ ที่ยังซบหน้าไม่เงย เลยต้องสะกิดให้


"เคี้ยวนี่หน่อยก็ดีนะ...ช่วยได้เยอะ" จินเงยหน้ามาอ้าปากค้างให้จนคาเมะยังต้องส่ายหน้าเบา ๆ นี่จะกินยังต้องป้อนอีกเหรอเนี่ย

" โอเคมั้ย??" มือบางยัดห่อหมากฝรั่งใส่มือขาวของจินก่อนจะถามอย่างเป็นห่วง เห็นพยกหน้าหงึกหงักให้ก็หันมาจดเล็คเชอร์ต่อปล่อยให้จินหลับไป

เที่ยง...คาเมะกำลังจะเดินไปหาข้าวกินคนเดียวเหมือนเคย แต่เสียงทุ้มก็เรียกไว้ทันใจ

" ไปไหนน่ะ??" จินเดินล้วงกระเป๋าเข้ามาหาทั้งตัวมีสมุดเล่มเล็กเล่มเดียวกับปากกาอีกหนึ่ง แท่งที่วันนี้คาเมะยังไม่เห็นจินได้ใช้มันทำประโยชน์อะไรนอกจากควงเล่นแก้ เบื่อ

"ไปกินข้าวน่ะสิ่ เรียนต่อตอนบ่ายสองน่ะ"

"ไป ด้วยกันสิ...ไป" ว่าแล้วก็คว้าแขนเล็กให้เดินตามไปหากลุ่มเพื่อนของตัวเองที่นั่งเฮฮารออยู่ ที่โต๊ะม้าหินอ่อนประจำกลุ่ม จิน แอนด์ เดอะ แกงค์

"เฮ้ย...ไอจิน ไปลากหนูน้อยน่ารักที่ไหนมาวะเนี่ย..." เสียงคนหนึ่งในโต๊ะดังขึ้น

"ปากมากนักนะไอคิ...เดี๋ยวจะตบปากให้หมาในปากไม่ได้ออกมาให้มึงรักษาอีกเลย"

" เว้ย...ทำดุ เดี๋ยวจะให้ไอ้อึ้นมันเอาเหล็กสามหุนยัดปากวิศวกรอย่างมึงเหมือนกันนั่นแหละ " ด่ากันไปแขวะกันมาจนในที่สุดก็มีเสียงห้ามทัพดังขึ้น

"เห่ากัน อยู่นั่นน่ะพวกมึง...จะไปกินข้าวได้รึยัง คุณคนสวยเค้ารออยู่นานละ" คนนี้คาเมะรู้จัก เป็นกรรมการกิจการนักศึกษาของคณะเดียวกับคาเมะนี่นา ยามาชิตะ โทโมฮิสะ

...ไม่น่าเชื่อว่าจะมาอยู่กับจินได้...

จากกลุ่ม คนที่จินอยู่ด้วยเป็นคนเด่นคนดัง คนที่แซวคาเมะครั้งแรกที่เดินมาถึงโต๊ะนั้นเป็นว่าที่คุณสัตวแพทย์ที่คงจะ เป็นหมอหมาที่รวยที่สุดในโลกก็เป็นได้ ทายาทเศรษฐีที่ดินตระกูลดังทานากะ

ส่วน คนอื่นที่นั่งอยู่ด้วยกันก็มีคุณชายของเจ้าพ่อตลาดหุ้นนากามารุที่ทุกคนใน กลุ่มเรียกกันว่า "อึ้น" อันนี้คาเมะก็ไม่รู้ด้วยสิว่ามาได้ยังไง?? แล้วก็ไม่เคยถามจินด้วยเหมือนกัน

ว่าที่คุณหมอก็นั่งอยู่ด้วย ณ ที่นั้นเอง ทากุจิ

แล้ว ก็ยามาชิตะ...คณะเดียวกับคาเมะ สุดท้ายที่ถึงแม้ทางบ้านจะไม่ได้เงินทองล้นฟ้าเหมือนกับเพื่อนคนอื่น แต่จินก็เป็นตัวเองได้ท่ามกลางคนเหล่านั้น และดูท่าจะดังกว่าคนอื่นในกลุ่มด้วยซ้ำไป

คนเหล่านี้เพื่อนเยอะ มากจนคาเมะยังทึ่งว่าทำความรู้จักกับคนมากขนาดนั้น จำหมดได้ด้วยเหรอ??...เพราะถ้าเป็นคาเมะ แค่แนะนำตัวครั้งแรกถ้าไม่ได้ติดต่อกันอีกเลยคาเมะคงจำไม่ได้หรอก

เวลา คาเมะเดินไปไหนมาไหนคนเดียวแล้วผ่านกลุ่มเพื่อนฝูงของจิน หรือกลุ่มของเพื่อนจินที่อยู่กับเพื่อนคนอื่นๆที่ไม่ใช่เพื่อนในกลุ่ม คาเมะก็จะถูกทักทายไม่เว้นวาง นั่นก็คงเป็นสิ่งที่ทำให้คาเมะมีสีสันในชีวิตเพิ่มขึ้นมาอีกอย่างหนึ่ง เหมือนกัน

............................................
............................................................

ความฝันแสนหวาน...ความฝันที่อยากได้ช่วงเวลาเหล่านั้นกลับคืน แต่...ไม่มีวัน

..........................................
..........................................................

มอง ฝ่าออกไปในความมืดสลัวที่มีเพียงแสงจันทร์ของคืนวันเพ็ญทอลอดกลุ่มเมฆลงมา ที่พื้นน้ำ คลื่นกำลังซัดเข้าฝั่ง ม้วนตัวเป็นเกลียว ตีฟองสีขาว ลมเริ่มแรงขึ้นตามเวลาที่ดึกขึ้นเรื่อย ๆ

ม่านน้ำฝนในทะเลที่ กำลังตกอยู่ อีกไม่นานลมคงจะพัดเมฆฝนก้อนนั้นเข้าฝั่ง คนตัวเล็กยืนขึ้นสูดลมหายใจลึกเพื่อผ่อนคลายตัวเองจากความคิดที่ไม่เคยจาง หายไป ช่วงเวลาที่แสนจะมีความสุข

เวลาที่คาเมะคิดว่ามีความสุขมาก ที่สุดในชีวิตก็ว่าได้...เวลาที่ได้อยู่กับจิน ได้รู้จักจิน ได้มีชีวิตร่วมกับจิน...แค่ช่วงเวลานี้ที่อยากจดจำ

...จำ...ว่าเคยสนุกสนาน
...จำ...ว่าเคยหัวเราะ
...จำ...ว่าเคยมีความสุข
...จำ...ว่าเคยทุกข์
...จำ...ว่าเคยร้องไห้
...จำ...ว่าเคยรัก
...จำ...ว่าไม่มีวันเกลียดจินได้อย่างที่นึกอยากให้เป็นเลยซักครั้ง
...จำ...ทุกอย่างที่เกี่ยวกับจินให้จารลึกลงไปในห้วงความคิด ไม่คิดที่จะลืม

ถึง แม้ว่าความเจ็บปวดที่จินฝากทิ้งไว้ให้เป็นรอยแผลมันจะไม่ได้จางหายไปง่าย ๆ กาลเวลาเป็นสิ่งที่ไม่สามารถลบออกไปได้ ดังนั้น คาเมะก็จะจำมันไปจนวันตายอย่างนี้นี่แหละ

รัก...จิน

+++++2 b c+++++02

จบไปอีก1ตอน ได้ตอนนี้มาจากการที่ไปทำงานที่ระยองเลยนะเนี่ย บรรยากาศตอนนั้นมันเย็นมากๆเลยล่ะ^^ ลมพายุชัดๆเลยที่พัดเข้าฝั่ง

นั่งคุยโทรศัพท์ไปแล้วก็นึกพลอทฟิคไป เดินเข้าบ้านไปอีกที...เดินออกมาหาขนมกิน อ้าว!!!ฝนตกหนักทะเลเชี่ยวกราดเชียว0.0

เป็นยังไงติชมกันได้จากใจจริงเราจะได้เอาไปพัฒนาตัวเองเนอะ...ขอบคุณมากค่ะ
Profile

Author:::shunfeng015::
Welcome to FC2

Latest Entries
Latest Comments
Latest Trackbacks
Monthly Archive
Category
Search Form
RSS
Link
Powered By FC2 BLOG

Let's start blogging!!

Powered by FC2BLOG

Add Friend Form

Add this person to blog friend