
;::Yamashita's Goodboy::;
เหมือนมันจะยาวมาก...แต่ก็ไม่ยาว เอากำลังพอดีๆนี่และ
เพิ่งเอามาลงเรื่องแรก(ฟิคเซ่นสังเวยอีกแล้ว...พี่ต่าย อานซะนะ)
เชิญคนอื่นอ่านได้เลยค่ะดีไม่ดี บอกกันได้
มันออกจะวาบหวิวไปซักหน่อย...แต่ก็คิดว่าไม่มากเกินไป แต่งไปตามที่มันควรจะเป็น(??)ค่ะ 24.gif
.
.
.
เชิญอ่านค่ะ
Yamashita’s Good boy
yamashita X tegoshi
::*::*::*::*::*::*::*::*::*::*::*::*::*::*::*::*::*::
.
.
.
ในห้องชุดหรูบนคอนโดมิเนียมที่อยู่ห่างจากความวุ่นวายของเมืองมาไม่ไกล ไม่ได้อยู่สูงสุดบนยอดตึกเพื่อจะได้ชมวิวของเมืองยามค่ำคืน
แต่เป็นห้องพักที่อยู่ชั้นกลาง ๆ ของตัวอาคารสูงลิบแห่งนี้ จากทั้งหมดสิบห้าชั้น ชั้นที่เก้าด้านในสุดถูกเลือกไว้สำหรับคนสองคน
จะว่าสองคนก็ไม่ถูกนักเพราะในตอนแรกเจ้าของห้องไม่ได้คิดว่าจะต้องมีใครมาอยู่ด้วยเสียหน่อย แต่ที่เลือกห้องพักที่กว้างขวางขนาดอยู่ได้หลายคนสบาย ๆ นั้น
ทั้งหมดก็เพื่อความสบายของตัวเองที่ไม่ชอบอยู่ในที่แออัดคับแคบ มันเลยสบายจนบางครั้งเพื่อนของเขาทั้งขโยงถึงได้มากันมาสุมหัวอยู่ที่นี่อย่างไม่ต้องเกรงใจเจ้าของมันเลย
แต่มาถึงตอนนี้ ห้องพักแห่งนี้จากเดิมที่มีเจ้าของเพียงหนึ่งเดียวกลับกลายเป็นว่ามักจะมีผู้มาเยือนตัวเล็กที่ช่วงแรกก็แค่มาเยือนเท่านั้น
แต่ต่อมา...เทโงชิ ยูยะ ก็เป็นส่วนหนึ่งของห้องไปโดยปริยาย เสื้อผาบางส่วนของยูยะแขวนไว้ที่ตู้เสื้อผ้าด้านหนึ่งเพราะเจ้าของห้องนามยามาชิตะ โทโมฮิสะนั้นเป็นคนเจ้ากี้เจ้าการทั้งหมด
ยูยะเองออกจะแปลกใจซักหน่อยที่เวลาที่เขามาพักที่ห้องของหัวหน้าวงนั้นไม่เคยมีซักครั้งที่จะโดนปาปารัซซี่ถ่ายภาพ เพราะคนไม่คิดหรือเพราะอะไรก็ไม่คิดจะหาสาเหตุ แต่เอาเป็นอย่างนี้แหละดีแล้ว เพราะเขาจะได้ไม่ต้องมาคอยแก้ข่าวให้เปลืองพลังงาน แทนที่จะได้ใช้แรงงานทั้งหมดที่มีในการร้องเพลงและขึ้นคอนเสิร์ตให้แฟนๆได้กรี๊ดกันให้ฉ่ำใจ
แต่ถึงแม้จะอยู่วงเดียวกันแต่ก็ใช่ว่ายูยะกับยามะพีจะได้ทำงานด้วยกันทุกวันเสมอ ยามะพีออกจะมีงานเยอะกว่ายูยะมากพอดูเลยกลายเป็นว่าจากที่แต่ก่อนได้กลับมาที่ห้องนี้พร้อมกัน
ระยะหลังยามะพีเลยให้กุญแจห้องกับยูยะไว้สำรอง เผื่อเวลาเลิกงานไม่ตรงกัน ที่แต่ก่อนยูยะไม่มีกุญแจสำรองไม่ใช่ว่ายามะพีไม่อยากให้ แต่ยูยะไม่อยากรับไว้เองต่างหาก
ก็แค่มาอยู่นี่ก็รบกวนมากเกินพอแล้ว...ใครจะว่าคิดมากก็ตามเถอะ บางคนบอกว่าเป็นแฟนกันแล้วก็ไม่เห็นต้องเกรงใจขนาดนั้น ไปบ้านแฟนก็เป็นเรื่องปกติ รวมไปถึงการที่จะมีกุญแจสำรองห้องแฟนไว้ก็ไม่ผิดบาปเสียหน่อย แต่ก็อย่างว่า...มันเกรงใจจะให้ทำยังไงได้ จนในที่สุดก็ต้องโดนบังคับเอาจนได้สิน่า
.
.
.
วันนี้ยามะพีส่งเมลล์มาบอกว่าจะกลับค่ำ ให้ยูยะทานข้าวแล้วเข้านอนก่อนเลยไม่ต้องรอ ดวงตากลมโตมองจ้องโทรศัพท์ที่ขึ้นข้อความจากคนรักแล้วก็พับเก็บวางไว้บนโต๊ะ หน้าโทรทัศน์แล้วเดินไปเทจานกับข้าวที่วันนี้อุตส่าห์กลับมาทำลงถังขยะไป อย่างเสียดาย ...ของโปรดยามะพี... ไว้รอ แต่ในเมื่อยามะพีไม่ว่าง จะเก็บไว้ก็คงไม่อร่อยหรอก ค่อยทำให้ใหม่พรุ่งนี้ก็ได้... อีกอย่างยามะพีบอกให้นอน...ก็นอนเถอะ
อาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วเดินเข้าไปในห้องนอน เตียงกว้างขวางกับผ้านวมผืนนุ่มที่อุ่นสบายในช่วงเวลาที่เป็นฤดูหนาวเหน็บขนาดที่หิมะตกอย่างตอนนี้ ทำไมมันไม่ได้รู้สึกอุ่นใจเหมือนที่เคยเป็นเมื่อตอนอยู่กับยามะเลยนะ ใจมันหวิวแปลกๆทุกครั้งที่ต้องนอนคนเดียวเพราะยามะยังไม่กลับบ้าน เท้าบางเดินเข้าไปซุกตัวลงกับที่นอนห่มผ้าห่มจนมิดคอแล้วหลับตาลงเข้าสู่เวลาแห่งการพักทั้งร่างกายและจิตใจ
รู้สึกตัวอีกทีคือตอนเช้าที่แสงแดดรอดผ่านม่านหนาสีชมพูอ่อนที่ยูยะเป็นคน เลือก ถึงแม้ว่ายูยะจะไม่ได้โปรดปรานสีชมพูขนาดที่จะเอามาทำเป็นม่านของห้องนอน แต่ที่ยูยะเลือกสีนี้ก็เพราะเห็นยามะยืนจ้องมันอยู่นานก่อนที่จะเดินมาหาเขา ซึ่งยืนเลือกอยู่อีกทางหนึ่งพร้อมกับถามว่าอยากได้สีไหนก็เลือกเถอะ ยูยะจำได้ว่าวันนั้นเขาเดินกลับไปที่เดิมของยามะอีกครั้งแล้วจิ้มนิ้วลงไป ที่ม่านผืนนี้อย่างไม่ลังเล เหตุผลที่ให้ยามะที่ยืนกอดอกมองด้วยสายตาสงสัยมากมายก็คือ --ก็เพราะยามะชอบ ผมเลยเลือก--
เก็บเรื่องม่านไว้ก่อนเถอะ เพราะตอนนี้เจ้าของห้องที่มาซุกตัวอยู่กับยูยะตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้นั่นกำลังจะรัดเขาเข้าไปกลืนอยู่ในอกอยู่แล้ว มือเล็กยันออกเพื่อขอพื้นที่หายใจแต่ยามะพีก็ไม่คิดจะปล่อยระยะทางให้ห่างเกินครึ่งฟุตเลยนี่สิทำให้ยูยะต้องร้องออกมาเบา ๆ
"ปล่อยเถอะครับ...ผมหายใจไม่ออกนะ" เมื่อเสียงเล็กท้วงติง ดวงตากลมโตที่ไม่ต่างกันก็ลืมตาขึ้นมาจ้องให้มันใกล้ยิ่งกว่าเดิม พร้อมกับแรงรัดที่เพิ่มขึ้นจนร่างกายแทบจะแนบไปทุกส่วน
"เอาลมหายใจชั้นไปใช่ก็ได้...ชั้นยินดีแบ่งให้ยูยะเสมอแหละ สนใจมั้ยล่ะ?" เจ้าตัวเล็กส่ายหน้าพรืดพร้อมกันดันตัวออกห่างเป็นพัลวัน
"ไม่เอาหรอก...ปล่อยสิครับ เมื่อคืนกลับมากี่ทุ่มกี่ยามกันครับ นอนต่อเถอะ เดี๋ยวผมไปเตรียมอาหารให้นะ" กลัวจะโดนวกเข้าเรื่องตัวเองอีก น้องน้อยเลยได้ทีเปลี่ยนเรื่องไปไกลจากตัวพอสมควร
อีกคนก็คงเหนื่อยและเพลียจากการทำงานมาพอสมควรเลยหลับตาลงแล้วพยักหน้ารับเบา ๆ อมยิ้มทั้งที่หลับตาหลังจากได้รับสัมผัสอุ่น ๆ ลงบนริมฝีปากจาง ๆ ก่อนที่ลมหายใจจะผ่อนจังหวะช้าเพราะหลับไปอีกรอบเมื่อรู้สึกว่าน้ำหนักของเตียงเด้งขึ้นเพราะยูยะที่ลุกไป
ช่วงสายของวันยามะพีตื่นขึ้นมาอีกครั้งก็มีอาหารฝีมือยูยะวางอยู่ที่โต๊ะอย่างดี โน๊ตแผ่นเล็ก ๆ บอกว่า --ออกไปซื้อของเดี๋ยวเดียวนะครับ...ยูยะ--
มือหนาหยิบขึ้นมาดูแล้วก็ขยี้ผมจนกระเจิงแล้วหาวหวอดใหญ่ ส่ายหน้าอย่างไม่พอใจนิดๆที่เจ้าตัวเล็กนั่นไม่เคยคิดจะปลุกเขาเลยซักนิด
บางทียามะก็แค่คิดว่ามันสมควรจะเลิกเกรงใจกันได้แล้ว...
กินยังไม่ทันอิ่มดีประตูห้องด้านนอกก็เปิดออกเป็นสัญญาณว่าคนรักของเขากลับมาแล้ว ยามะพีวางแก้วกาแฟในมือลงที่โต๊ะกินข้าวตัวเดิมแล้วเดินออกไปหายูยะที่ถือของพะรุงพะรังมาเต็มสองแขน
ช่วยรับมาแล้วก็มายืนกอดอกพิงสะโพกที่เคาเตอร์วางของด้วยสายตาคาดโทษ แต่ดูเหมือนเจ้าตัวจะไม่รู้สึกอะไรถึงได้วุ่นวายอยู่กับการจัดของให้เข้าที่เข้าทางอยู่ตอนนี้ แล้วถึงได้เงยหน้าขึ้นมามองเพราะเสียงกระแอมเบา ๆ แถมยังทำท่าน่ารักตาโตให้อยากเดินเข้าไปฟัดแก้มให้หายน่ารัก
"อะไรเหรอครับ?"
"อะไรล่ะ?" เจออย่างนี้ยูยะก็ทำหน้างงสิครับ ถามว่ากระแอมรื่องอะไร แต่กลับกลายเป็นว่ายามะถามกลับว่าอะไรล่ะ?
"ก็ยามะกระแอมทำไมล่ะครับ?" ยูยะหยุดมือที่กำลังจัดของไว้แล้วเดินมาหยุดตรงหน้ายามะพีงงๆ
"ก็แล้วทำไมออกไปข้างนอกไม่บอกชั้นล่ะ"
"ผมก็แค่...ไม่อยากรบกวนยามะนอนก็เท่านั้นเอง" ไม่รู้ว่ายามะจะทำเสียงดุเกินไปหรือเปล่า แต่ยูยะก็เสียงอ่อยจนเกือบจะไม่ได้ยินให้ยามะเดินเข้าไปโอบเอวบางพาไปนั่งซ้อนอยู่หว่างขา โอบผ่านมาด้านหน้าแล้วกดจูบแก้มนิ่มแรง ๆ
"เป็นอะไร?" อีกครั้งแล้วที่เด็กหนุ่มก้มหน้าลงมากกว่าเดิมหลังจากที่ยามะพีถาม
".............."
"ยูยะ ชั้นถามว่าเป็นอะไร?"
"ก็.........ผม" ถ้าใครไม่ได้ยินจะย้ำให้อีกรอบว่ายูยะพูดว่า "ก็ยามะดุผม" ไอ้ขมุบขมิบที่ว่านั่นน่ะ คือกล่าวหาว่ายามะดุนี่แหละ ไม่รู้ว่ายามะไปดุตอนไหนล่ะ แต่โดนเสียงอ่อยไปอย่างนี้ยามะก็คงได้แต่ง้อเท่านั้นแหละ
"ชั้นดุตรงไหนกัน?"
"ก็เมื่อกี๊...ยามะดุที่ผมไม่ปลุก"
"ยูยะ...ที่ชั้นบอกอย่างนั้น ชั้นก็แค่เห็นว่านายตัวเล็กเท่านี้..." มือใหญ่จับข้อมือเล็กขึ้นมาเขย่าเบา ๆ ให้รู้ถึงความเบา "ชั้นก็แค่อยากให้นายปลุกชั้น แค่ไปช่วยถือก็ยังดี...แล้วดูนายหอบข้าวของมาพะรุงพะรังขนาดนี้ มองทางแทบจะไม่เห็น เกิดอุบัติเหตุไปจะทำยังไง" แวะพักมองดวงตากลมใสนั่นเหมือนจะถามว่าเข้าใจมั้ย? ยูยะก็ก้มหน้าหลบตาไปอีกรอบยามะเลยพูดต่อ "ชั้นไม่อยากให้นายคิดแต่เรื่องเกรงใจ... เราอยู่ด้วยกันมานานเท่าไหร่แล้วยูยะ ชั้นรักนาย ชั้นถึงอยากทำทุกอย่างเพื่อนาย ชั้นไม่อยากให้คำว่าเกรงใจนั่นมันมาค้ำระยะห่างของเราให้เท่าเดิม เก็บมันไว้ใช้กับคนที่ห่างเหินหรือไม่สนิทกันดีกว่ามาใช้กับชั้นนะ...เข้าใจมั้ย?"
คำพูดยืดยาวตบท้ายด้วยคำถามพร้อมกับกดจูบที่ริมฝีปากอิ่มเบาเพียงแผ่วผ่าน แล้วรอฟังคำตอบโดยการเอียงแนบแก้มกับแก้มหวังให้เสียงกระซิบจากปากเล็กนั่น ดังชัดเจนก้องในหูของตนเอง แล้วยามะก็ได้ดั่งใจเมื่อยูยะยอมขยับริมฝีปากตอบรับว่าจะให้คำว่า "เกรงใจ" ของยูยะไปให้ไกลจากความรักของเขาสองคน
ความรู้สึกตอนที่ใบหูสัมผัสกับริมฝีปากนุ่มนั่นมันเหมือนจะทำให้ก้อนเนื้อในอกขยายขนาดขึ้นจนจำขนาดเดิมไม่ได้ มันอึดอัดและโหวงวูบในเวลาเดียวกัน เหมือนตัวของยามะจะร้อนขึ้นมายังไงบอกไม่ถูกเวลาที่ลมหายใจอุ่นๆ มันรินรดที่ใบหู ไม่รู้ทำอีท่าไหนหรอก แต่สภาพปัจจุบันมันกลายเป็นว่ายูยะถูดดันให้แนบแผ่นหลังกับพื้นโซฟากำมะหยี่สีอ่อนแล้วคนรักตัวโตก็ทาบลงมาทั้งตัว
ยามะพีแตะริมฝีปากเบา ๆ ก่อนจะชำแรกสัมผัสชื้นกรุ่นเข้าไปแตะต้องความอ่อนนุ่มภายในของยูยะที่ขยับตอบรับเบา ๆ เหมือนจะเขินอาย จนเมื่อยามะถอนริมฝีปากออกแล้วแตะหน้าผากกับลาดหน้าผากนูนของอีกคน สบตากลมโตของกันและกันเป็นครู่ แล้วแตะจูบเบา ๆ ที่ปากนิ่มอีกครั้ง
"ทีนี้รู้แล้วใช่มั้ยว่าชั้นไมได้ดุ?"
"........ครับ ยามะไม่ดุ" ไม่ดุ...แต่จูบเลย>/////<
"วันนี้ไม่มีงานนี่นา...ไปเที่ยวกันมั้ย?" ลูกแก้วใสแป๋วเหลือบขึ้นมองแทบจะทันทีที่คำว่าไปเที่ยวหลุดออกมาจากปากอิ่มตรงหน้าพร้อมกับแรงพยักหน้าหงึกหงักและสีหน้าตื่นเต้นยินดี
"งั้นยามะไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้านะครับ...ผมขอเก็บของให้เสร็จแป๊บเดียว" ยามะพีพยักหน้ารับแล้วผละถอยออกมาให้เจ้าตัวได้ตะกายลุกขึ้นมานั่งแหมะอยู่ที่โซฟาแล้วรีบเด้งตัวเองไปจัดของต่อทันที เป็นผลให้ยามะพีก็ต้องไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าทันทีเหมือนกัน
...................................
...............
.....
เวลาว่างช่างผ่านไปรวดเร็ว ครึ่งวันที่เหลือของยามะพีและยูยะที่ได้ออกมาเที่ยวอย่างชาวบ้านกับเขาบ้างมันก็ทำให้รู้สึกดีไปอีกแบบ
ซื้อของ ซื้อเสื้อผ้าตามประสา ซื้อของใช้ไปเก็บไว้ที่ห้องสำหรับช่วงเวลาที่จะไม่ว่าไปอีกเป็นเดือน
เสียงหัวเราะเฮฮามันทำให้ยามะพีรู้สึกว่าตัวเองคิดถูกมากที่พายูยะออกมาเที่ยวบ้าง ไม่ใช่แค่วัน ๆ อยู่แต่ในห้องกับเขาสองคน
อย่างน้อยตอนนี้ก็เบี่ยงประเด็นที่เขากำลังเก็บซ่อนไว้อยู่ได้ล่ะนะ
.
.
.
ยามเช้าที่มาเยือน...
ร่างบางงัวเงียขึ้นมานั่งมองถามขึ้น
"วันนี้ทำงานที่ไหนเหรอครับ?"
"ที่โรงแรมXXXน่ะ...ทำไมหรือ?" ร่างเล็กนั่งอยู่บนเตียงด้วยชุดนอนตัวโตที่ยูยะใส่แล้วไหล่ตกไปครึ่งแขนงัวเงียเพราะเพิ่งตื่น ยามะเดินมานั่งลงที่หว่างขาของยูยะพร้อมผ้าขนหนูในมือส่งให้ยูยะรับมาเช็ดเส้นไหมสีดำสนิทนั่นเบา ๆ พร้อมกับไดร์เป่าผมที่ทำหน้าที่ได้ดีสมราคา วิธีตรวจดูว่าผมแห้งสนิทรึยังของยูยะก็เป็นสิ่งที่ยามะชอบพอๆกับตอนเช็ดผม
"แห้งแล้วครับ ยามะ" ยูยะคล้องผ้าที่ใช้เช็ดผมให้ยามะพีกับคอตัวเองแล้ววางไดร์ไว้ข้างตัว ยามะเงยหน้าขึ้นมามองแล้วดึงเอาชายผ้าทั้งสองข้างโน้มตัวยูยะลงมาจูบรับอรุณเสียหน่อย เห็นยูยะเขินแล้วคงอารมณ์ดีแล้วก็คงอยากทำให้เขินบ่อย ๆ ด้วย เพราะได้กำไรดีด้วยล่ะ
"แล้วเมื่อกี้ถามทำไม?"
"อ่อ...พอดีว่าวันนี้งานเลิกเร็ว เผื่อยามะอยากไปกินข้าวนอกบ้านที่ไหน...ผมจะได้ไปหาไม่ต้องให้ยามะมารับไง ครับ" เดินเอาไดร์ไปเก็บเข้าที่แล้วคว้าผ้าเช็ดตัวกำลังจะเดินเข้าห้องน้ำไปแต่ก็ ยังอุตส่าห์หยุดหันมาถามอีกครั้งว่าวันนี้จะไปกินข้าวนอกบ้านที่ไหนรึเปล่า ยามะนิ่งไปจนยูยะสงสัยเลยเคาะประตูห้องน้ำเบา ๆ เรียกให้คนรักหันมาฟังที่พูด ยามะก็สะดุ้งให้เห็นแล้วส่ายหน้า ใบหน้าเล็กพยักรับก่อนจะเดินเข้าห้องน้ำไปพร้อมกับคำว่า "เดินทางไปทำงานดี ๆ นะครับ"
...........................
...............
.....
"เฮ้ย เป็นบ้าอะไร?? กลัวยูยะโกรธขนาดเป็นบ้าไปแล้วหรอวะ??" ไอ้เพื่อนหน้าขาวปากแดง ตีมาได้...ห่านนี่ พ่อไม่โบ้กลับให้กบาลแยกก็บุญละ คนกำลังซีเรียส
"ไอ้พีมันไม่เล่นเว้ยไอจิน...ถ้าเกิดคาเมะรู้บ้างชั้นก็อยากรู้ว่าแกจะมาทำหน้าระรื่นใส่ไอพีมันอย่างนี้มั้ย" ยามะพีแค่ปรายตามองเหมือนจะเอาให้ฆ่าจินให้ได้ แต่เรียวก็เป็นคนขัดขึ้นมาก่อนที่จะเกิดสงครามขึ้น
"ชั้นก็ไมได้เล่น แต่แกจะนั่งมองหน้ามันเงียบๆอย่างนี้เหรอวะเรียว? ได้อะไรบ้างมั้ยล่ะ??" ก็นั่นแหละ ไม่มีอะไรดีขึ้น
"แล้วจะให้ทำยังไงเล่า!!" หัวคิดเรียวขมวดมุ่นอย่างคิดไม่ตก ยามะพีเป็นอย่างนี้มาหลายวันแล้ว หลังจากที่รู้ว่าต้องถ่ายแบบกับนางแบบด้วยคอนเซปต์ที่ค่อนข้างหวือ(มาก)อยู่ซักหน่อย
"แล้วแกทำอะไรได้ไอพี...มีอะไรก็ต้องบอกกันสิวะ น้องมันก็เข้าใจแหละว่างานเป็นงาน...จะคิดอะไรมากมาย" ร่างใหญ่อีกคนทิ้งตัวลงนั่งไม่ไกลไปไหนล้อมวงเป็นสามสหายช่วยกันขบคิดวิธีบอกยูยะเรื่องของยามะพีไม่ตกซักที มือขาวจัดล้วงเข้าไปในกระเป๋ากางเกงแล้วหยิบโทรศัพท์ออกมารับสายบอกให้คาเมะมาหาที่ยามะจะถ่ายแบบวันนี้ที่โรงแรมแล้ววางสายไป ก่อนที่ไม่ห่างกันากนัก เรียวก็คว้าเอาโทรศัพท์บนโต๊ะวางของมารับสายฮิโรกิแล้วบอกให้อยู่กับยูยะไปก่อน ไม่นานคาเมะก็มาถึงแล้วมานั่งจ้องยามะพีร่วมกับจินและเรียวด้วยอีกคน
"ทำไมถึงไม่อยากบอกน้องล่ะยามะ?" หลังจากที่นั่งจ้องอยู่นานจนไม่คิดว่าจะเกิดประโยชน์อะไรไปมากกว่านี้คาเมะถึงได้ตัดสินใจถามขึ้นให้ยามะพีเงยหน้ามามอง
"ชั้นแค่คิดว่ามันไม่ใช่เรื่องสำคัญอะไร..."
"ก็นั่นสิ ไม่สำคัญแล้วจะคิดทำไม??" คาเมะยังคงถามต่อไปทั้งที่นั่งพิงหลังกับตัวจินอยู่อย่างนั้น
"แต่ชั้นก็แค่อยากบอก...ว่ามันไม่มีอะไรมากไกว่างาน"
"แล้วนายคิดว่ายูยะจะแยกไม่ออกเหรอว่างานกับเรื่องส่วนตัวอันไหนเป็นอันไหน?"
"เปล่า..."
"ถ้าอย่างนั้นแกก็บอกไปดิ ว่าแกจะได้ถ่ายนู้ดกับนางแบบผมทอง...ถ้าเป็นชั้นนะ..."
"ถ้าเป็นแกน่ะเหรอไอ้จิน ป่านนี้แกได้ตามง้อคาเมะไปแล้ว อย่ามาทำปากดีอวดเก่งเลย" เสียงจินที่แทรกขึ้นมาระหว่างบาทสนทนาถูกเรียวสวนฉับจนจินต้องตวัดหางตามองอย่างเอาเรื่อง
"พวกนายสองคนจะไม่ทะเลาะกันซักวินาทีนึงได้มั้ย...จิน!! เรียว!! ชั้นคิดว่าฮิโรกิคงไม่ปลื้มถ้าเกิดจะเห็นนายมาเล่นสนุกโดยที่ตัวฮิโรกิเอง ต้องคอยพายูยะแนบติดตัวไปตลอดเวลาอย่างตอนนี้หรอกนะ...ว่ามั้ย??"
ร่างบางลุกขึ้นกอดอกฉับเพราะเสียอารมณ์ที่ถูกขัดแถมคำขู่ทิ้งท้ายให้เห็นว่า ในมือถือโทรศัพท์พร้อมที่จะโทรหาฮิโรกิทุกเมื่อถ้ายังมีใครงี่เง่าให้เห็น อีก แยกกันอยู่ไปเลยจะได้หมดเรื่อง
"มันความซวยของนายเองแหละยามะพีที่มีเพื่อนอย่างนี้...แต่นายก็ลองคิดดูแล้วกันนะว่าระหว่างที่นายไม่บอกแล้วให้เค้ามารู้แล้วคิดไปเอง กับการที่นายบอกเค้าตั้งแต่แรก อันไหนมันดีต่อตัวนายและยูยะมากกว่ากัน ชั้นไปล่ะ...เบื่อ...คิดมากอะไรเป็นจินไปได้ ไร้สมองที่สุดเลย ไอ้ความฉลาดที่เคยมีหายไปไหนหมด..."
"..................................................................................." แล้วก็เงียบไปนานพอดูหลังจากที่โดนด่ายกกองจนยามะพีทำลายคามเงียบขึ้นอีกครั้ง
"ไอ้จิน..."
"อะไร?"
"บอกเมียแกหน่อยก็ดีนะ...ว่าอย่าเอาชั้นไปเปรียบกับแก" ด่าให้สบายใจก่อนไปทำงานเพราะเห็นทีมงานที่เดิมไปเดินมาอยู่หลายครั้งจนในที่สุดถึงได้เดินเข้ามาหากลุ่มเขาอย่างเงียบเชียบ ไม่ต้องพูดอะไรยามะก็นึกรู้...ยกนาฬิกาข้อมือขึ้นดูว่าห้าโมงเย็นแล้ว...ถึงเวลาที่ต้องทำงานแล้วสินะ
หัวคิ้วขมวดมุ่นไปมากกว่าเดิมก่อนจะถอนหายใจแรง ๆ ทิ้งไว้ให้จินและเรียวดูต่างหน้าอีกครั้งแล้วเดินจากไป
............
...................
.............................
นางแบบสาวผมสีบลอนทองที่นั่งอยู่ในห้องแต่งตัวสวมเสื้อคลุมขนหนูสีขาวสะอาดนั่งไขว่ห้างอยู่ที่โซฟาตัวโตด้านในสุดของห้อง ยิ้มให้เมื่อยามะเคาะประตูสองสามครั้งแล้วเดินเข้ามาหน้านิ่ง...คิดไม่ตก...
สำเนียงภาษาต่างประเทศที่พูดคุยกัน ถึงแม้อีกฝ่ายจะไม่ได้ใช้สำเนียงเลิศเลอเหมือนเพื่อนสนิทที่เพิ่งไปเทคครอสก ลับมาจากอเมริกาเพราะคดีความกับทางต้นสังกัด แต่ก็พอที่จะสานต่อเจตนาดีที่เจ้าหล่อนหยิบยื่นไมตรีมาให้บ้างแล้วยามะพีก็ เลือกที่จะเดินเลี่ยงไปเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วนั่งที่มุมหนึ่งของห้องล้วงเอา มือถือในกระเป๋ามากดข้อความส่งไปหาคนที่ไม่ต้องให้จินหรือเรียวเดาคุณก็น่า จะรู้ว่าเขาคือใครนั่นแหละ ไม่นานก็ถูกเรียกตัวออกไปทั้งคู่เพราะอุปกรณ์ทั้งหมดถูกเตรียมไว้เรียบร้อย แล้ว
“รบกวนด้วยนะครับ...” ยามะพีก้มหัวให้กับทีมงานและตากล้องที่ยืนประจำตำแหน่ง นางแบบสาวเดินไปนั่งบนขอบอ่างล้างหน้าในห้องน้ำหรูหราสไตล์โรงแรมระดับห้า ดาวส่วนยามะพีได้รับคำสั่งให้ไปยืนอยู่ตรงหว่างขาของเจ้าหล่อนโดยที่มี ตากล้องคอยทำท่าทางประกอบว่ามือเรียวขอหญิงสาวต้องจับที่ตรงไหนและใบหน้า เรียวสวยนั่นจะวางตรงไหนให้ภาพอกมาดูดีที่สุด ผลสรุปคือเสื้อเชิ้ตสีดำถูกปลดกระดุมออกทั้งหมดเผยกล้ามเนื้อหน้าท้องที่ เรียบตึง สองแขนบอบบางกอดโอบรอบไหล่กว้างจากทางด้านหลัง ริมฝีปากสีสดนั่นแตะอยู่ตรงซอกคอของนายแบบหนุ่ม ท่าทางที่ถูกจัดแต่งไว้ของสาวฝรั่งนั้นเป็นสิ่งที่ตากล้องต้องการ แต่สีหน้าของนายแบบที่เหมือนกำลังอมทุกข์หรือกังวลใจเรื่องอะไรซักอย่างนั่น ทำให้ตากล้องต้องคอยตะโกนบอกให้ยามะพีทำสีหน้าดี ๆ กว่านี้หน่อย แต่ตะโกนเท่าไหร่ก็เหมือนคุณพี่เธอจะไม่ได้ยินจนต้องสั่งพักหลังจากที่ถ่าย แล้วถ่ายเสียไปหลายรอบให้นึกหงุดหงิด
ยามะพีนั่งดื่มกาแฟที่ทีมงานชงมาให้อยู่เงียบ ๆ เค้าไม่เคยที่จะพลาดถ้าเป็นการทำงาน ตัวยามะพีเองพยายามที่จะทำมันให้ดีทีสุดเสมอมา แต่ครั้งนี้เหมือนมันมีอะไรมารบกวนจิตใจเขาได้ตลอดเวลา...ใบหน้าใสกับรอยยิ้มสว่างสดใสนั่นรบกวนให้จิตใจเค้าว้าวุ่นหลายวันมาแล้ว ส่งเมลล์ไปบอกว่ายุ่งและคงกลับไปทานข้าวด้วยไม่ได้ให้อยู่กับอุจิไปก่อน...คงไม่เป็นอะไรหรอกมั้ง ส่ายหน้าหน่ายๆกับตัวเองเบา ๆ ก่อนที่ช่างภาพแห่งนิตยสารเล่มดังของวงการจะเดินมาทรุดตัวลงนั่งตรงข้ามให้ยามะพีเงยหน้ามองเหมือนจะถาม
“ขอคุยด้วยหน่อยนะครับยามาชิตะซัง”
“ครับ...เชิญครับ” ยามะพีก็พอรู้ว่าอะไรที่ทำให้ช่างภาพคนเก่งถึงกับมานั่งจ้องเขาอย่างเคร่ง เครียดขนาดนี้ ถ้าไม่ใช่เพราะตัวเขาก็คงเพราะเมียที่บ้านโทรมาตามให้รีบกลับบ้านด่วนยกเลิก การถ่ายแบบวันนี้ไปเป็นวันอื่น...ถ้าเป็นอย่างหลังยามะพีคงดีใจยิ่งกว่าได้ รางวัลจากผลโหวตหนุ่มเซ็กซี่แห่งปีของนิตยสารเล่มนี้ห้าปีซ้อนเสียอีก ปีเดียวก็จะแย่แล้วล่ะ....
“ยามาชิตะซังมีคนรักมั้ยครับ?” ยามะพีนิ่งไปเป็นช่วงจนได้ยินเสียงกระแอมเบา ๆ ถึงได้หันไปมอง
“โอเค...ผมเข้าใจแล้ว กังวลเรื่องนี้อยู่สินะครับ?” ยามะพีก็แค่พยักหน้ารับ
“ผมก็แค่อยากให้คุณลองนึกว่าเวลาที่คุณมีความสุขกับคนรัก...คุณเป็นยังไง ลองทำสีหน้านั้นให้ผมดูหน่อยได้มั้ย? ผมเข้าใจว่ามันออกจะทำใจลำบากถ้าเกิดต้องมาถึงเนื้อถึงตัวกับคนอื่น...แต่ มันเป็นงานที่คุณต้องรับผิดชอบ แล้วผมก็มีหน้าที่ทำให้คุณแสดงสีหน้าออกมาให้ตรงคอนเซปต์มากที่สุด ถ้าคุณคิดว่าการที่คุณจะต้องอยู่กับนางแบบคนนั้นโดยมีสื่อเผยแพร่ออกไปทั่ว ญี่ปุ่นหรือจะทั่วโลกก็ตามเถอะมันทำให้คุณลำบากใจแล้ว ผมอยากให้คุณรู้ว่าผมลำบากใจกว่าถ้าผมจะต้องเห็นหน้าคุณเหมือนโดนทรมานอยู่ อย่างตอนนี้...ผมเองก็อยากให้งานมันเสร็จเร็ว ๆ แล้วผมก็คิดว่าคุณคงคิดเหมือนกัน ดังนั้นต่อจากนี้ไป ช่วยแสดงสีหน้าเวลาที่คุณอยู่กับคนรักให้ผมดูหน่อยนะครับ” ได้ของแถมมาเป็นอาการก้มหัวจนแทบจะชนเข่าตัวเองของตากล้องยามะพีเลยได้แต่จำ ใจยอมลุกขึ้นอีกครั้งเพื่อกล่าวคำขอโทษแล้วเดินไปเข้าที่ตามบลอคกิ้งที่วาง ไว้เมื่อครู่
สองแขนเรียวกอดเข้าที่รอบไหล่หนาอีกครั้งพร้อมกับริมฝีปากที่แตะแนบลงบนลำคอ สีน้ำผึ้งเสียง ปลายนิ้วเรียวของหญิงสาวเกลี่ยเอาสาบเสื้อด้านหนึ่งของยามะพีให้หลุดลง จากลาดไหล่เผยอกกว้างแล้วเกาะเกี่ยวปลายนิ้วไว้ที่กล้ามอกแน่นตึง อีกมือสอดเข้าประสานกับฝ่ามือใหญ่ที่วางอยู่บนหน้าตัก สายตาคมกริบมองจ้องไปที่กล้องตัวโตไม่หยุด เหมือนจะเป็นอาการเหม่อลอยแต่สายตานั้นกลับสยบคนมองได้อย่างดี ใบหน้าคมเงยขึ้นนิด ๆ ให้นางแบบสาววางคางเกยที่ไหล่ได้ถนัดและเพื่อความสวยงามของภาพที่ตากล้อง สั่งมา เสียงชัตเตอร์และแฟลชวาบขึ้นมาไม่หยุดจนได้ยินเสียงสั่งให้เปลี่ยนฉากอีก ครั้งหนึ่งทีมงานถึงได้เคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วเพื่อความคล่องตัวและระยะเวลา ของงานที่เหลือน้อยลง
ยามะพีก้มตัวหยิบเสื้อที่ถูกปลดลงไปกองที่พื้นขึ้นมาพาดไว้บนบ่าลวก ๆ ไม่คิดจะใส่ เพราะยังไงฉากต่อไปก็ต้องถอดอยู่ดีแต่ให้ตายเถอะ...เขาไม่คิดว่าการที่นึก ถึงยูยะแล้วภาพที่เขาแสดงออกมาทางสายตามันจะร้อนแรงขนาดนั้นเลย เจ้าตัวเล็กนั่นทำให้เขาร้อนได้ขนดานี้เลยหรือไงกัน เวลาที่อยู่ด้วยกันสองคนแทบจะไม่รู้สึกเลยด้วยซ้ำ...ถ้าไม่ได้เดินไปดูภาพ ที่เพิ่งถ่ายออกมานี่ยามะจะไม่มีวันรู้ตัวเลยซักนิด
ฉากต่อมาคือที่ริมหน้าต่างบานสูงซึ่งถูกปิดด้วยผ้าม่านสีขาวสว่างรับแสงอ่อน ๆ จากภายนอกเข้ามาช่วยแต่งภาพให้สวยไปอีกแบบ
“ยามาชิตะซังครับ...ช่วยเลยผมด้านข้างของนางแบบแล้วแตะหน้าผากเข้าหากันนะครับ มืออีกข้างโอบเอวเข้ามาชิดๆ...เข้ามาให้ชิดตัวเลยครับ นั่นแหละครับ ดีครับ” ตอนแรกยามะพีแตะเอวบางนั่นให้เข้ามาหาแต่ก็ยังไม่ชิดจนสนิทแต่เมื่อได้รับคำท้วงติง ถึงได้รั้งเข้ามาจนติดกันขนาดนี้
“ผมขอสายตาที่มองคนรักด้วยได้มั้ยครับ...” เสียงตากล้องยังตะโกนสั่งเรื่อย ๆ นางแบบสาวเหลือบตาลงต่ำโดยที่ยามะพีหลับตาไปพักนึงก่อนจะลืมตาขึ้นมามองใบ หน้าสวยของหญิงสาวที่ในมโนภาพของยามะตอนนี้ก็มีแต่ใบน้าของเด็กหนุ่มรุ่น น้องที่วันนี้ไปซ้อมร้องเพลงที่ค่ายกับเพื่อน ๆ ในวงทาทับไป ใบหน้าร้อนแรงของเจ้าตัวเล็กนั่นยังสะท้อนออกมาเป็นภาพได้ชัดเจนราวกับตัว จริงมายืนอยู่ตรงหน้า นั่นคงเป็นเหตุผลที่ทำให้สายตาของยามะพีอ่อนเชื่อมได้ขนาดนี้
“เลื่อนมือสอดเข้าไปที่ต้นขาด้วยนะครับ...อีกนิดครับ ดีครับ...” ปากสั่งไป มือกดชัตเตอร์ไป
“ซบลงไปที่หน้าอกเลยนะครับไม่ต้องเกร็ง...” ยังคงสั่งต่อไปเรื่อย ๆ ให้ยามะทำตามแล้วสั่งให้นางแบบต่างชาติคนนั้นทำสีหน้าเหมือนกำลังถูกเล้าโลมจากคนรักซึ่งเจ้าหล่อนก็ทำได้ดีทีเดียว เสียงชัตเตอร์ยังดังไม่หยุด สองมือบางสอดขึ้นกดท้ายทอยสวยให้แนบเนื้อกับเนื้อนิ่มของหล่อนจนได้ภาพที่แสนหวือหวาออกมา
ฉากห้องน้ำเป็นอะไรที่ค่อนข้างหนักใจมากที่สุด...อยากจะปฏิเสธแต่ก็ทำได้ยาก เหลือเกิน มาถึงขนาดนี้แล้วถึงลำบากใจแต่สิ่งเดียวที่ช่วยให้เขาทำงานมาได้ตลอดรอดฝั่ง ก็คือการที่คิดว่าเจ้าหล่อนคนที่ยืนอยู่ตรงหน้านี้เป็นเทโงชิ ยูยะของเขา
ยูยะที่กอดเขาแน่นเมื่อวานตอนที่กำลังล้างตัวให้เขาในห้องน้ำด้วยความเขิน
ยูยะที่ยอมให้เขาจูบไซร้ที่ซอกคออ่อนบางในห้องน้ำเมื่อวาน
ยูยะที่ยอมแนบแผ่นหลังกับกระเบื้องเย็นเฉียบของกำแพงห้องน้ำให้เขาได้จูบตามใจ
ยูยะที่ยอมเขาทุกอย่าง
.
.
.
พอได้ยินเสียงตะโกนว่าให้พักเพื่อเตรียมฉากต่อไปยามะก็เดินตามทีมงานไปอีก ห้องหนึ่งเพื่อถ่ายฉากบนเตียง แค่ได้ยินคำว่าเตียงใจมันก็เริ่มฝ่อขึ้นมาอีกครั้งแล้วสิไอ้พีเอ๋ย...ยูยะ ไม่เอาตายถ้าได้เห็นรูปก็ถือว่าชาติที่แล้วทำบุญมาดีแล้วกันวะ ผ้าขนหนูหลุยส์วิกตองถูกนำมาคลุมสองร่างที่นั่งอยู่บนเตียงกว้างขวางหมอนใบ หนึ่งถูกนำมาวางปิดตรงส่วนที่ควรปิดเพราะตอนนี้ทั้งตัวของนายแบบและนางแบบ เหลืออยู่อย่างเดียวคือผ้าคนหนูแบรนด์ดังผืนใหญ่ แต่มันก็ไม่ได้ใหญ่เพียงพอที่จะปกปิดอะไรได้มิดชิดแน่ ๆ
ช่างภาพบอกให้หญิงสาวสอดแขนรอดได้วงแขนกำยำมารั้งที่ไหล่ด้านหน้าพร้อมกับ แตะริมฝีปากที่ปากอิ่มของอีกคนที่เบี่ยงหันเข้าไปหาครั้งแรกยามะพีเผลอเม้ม ปากแน่น...ก็แค่ไม่อยากให้ใครมาทับรอยคนรักก็เท่านั้น
“คนรักคุณอยากจูบคุณนะครับยามาชิตะซัง...ปฏิเสธได้ลงเชียวเหรอ?” ได้ยินแค่นั้นก็นึกอยากด่าตัวเอง แค่คิดว่าตัวเองกำลังจะปฏิเสธเวลาที่ยูยะขอจูบก็ได้แต่กร่นด่าตัวเองอยู่ใน ใจว่าโคตรโง่ที่กล้าปฏิเสธ ริมฝีปากอิ่มถึงได้เผยอขึ้นแตะกับปากบางที่ดวงตาเรียวพริ้มหลับ ดันร่างบอบบางของสาวน้อยลงไปนอนกับพื้นเตียงโดยไม่รู้ตัวก่อนจะแอบสะดุ้ง เมื่อคิดได้ว่าเขากำลังทำงานอยู่ตอนนี้...งานที่เสี่ยงมาเสียด้วย...
มือบางถูกยกขึ้นวางทาบบนแผงอกกว้างยามะพีก็นึกไปถึงเวลาที่ยูยะชอบเกลี่ยแผง อกเขาเล่นก่อนนอนแล้วหลับไปอย่างน่าตี ขยับตัวขึ้นอีกนิดตามที่ช่างภาพสั่งให้แตะปากลงที่ใบหูบางของนางแบบสาวคน นั้นซึ่งยามะพีก็ทำได้ไม่ด้อยกว่าที่ผ่านมาจนกลายเป็นว่าตอนนี้ยามะพีคร่อม ร่างบางนั่นไปให้ช่างภาพได้สิ่งที่ต้องการมาอยู่ในมืออีกหลายภาพ ริมฝีปากสองคู่ที่กำลังจะแตะกันพร้อมกับร่างสูงใหญ่ที่คร่อมอยู่เหนือความ บอบบางทำให้นึกไปถึงเมื่อครั้งที่ยามะพีเองได้ลิ้มลองความอ่อนหวานของน้อง น้อยของวงนิวส์หลายครั้งที่ผ่านมา ปากอิ่มขยับรับกับเขาอย่างขลาดเขินแต่ก็ยังยินดี
“ยามาชิตะซัง...เปลี่ยนมาอยู่ด้านล่างนะครับ” ยามะพีพลิกตัวลงนอนอิงกับหมอนใบนุ่มให้ร่างหญิง
สาวคร่อมทับที่หน้าขา แขนบางเท้ากับกองหมอนด้านหลังยันตัวเองไว้
“รั้งสะโพกลงมาหน่อยครับ...ใช่ครับ ดี...รูปสุดท้ายแล้วครับยามาชิตะซัง เงยหน้าขึ้นเหมือนกำลัง
ถึงสวรรค์ให้คนรักคุณเห็นหน่อยสิครับ...”
เสียงชัตเตอร์สุดท้ายดังขึ้นทำเอายามะพีแทบหมดลมหายใจ เหนื่อยมากกว่าครั้งไหนที่ได้ถ่ายแบบมาตลอดทั้งชีวิตความเป็นคน รีบเปลี่ยนเสื้อผ้าออกไปรับยูยะที่อยู่กับอุจิและเรียวเร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ไม่ได้เปลี่ยนใจจากเดิมว่าจะไม่กินข้าวนอกบ้าน แต่ยามะอยากจะกลับมากินยูยะที่บ้านเสียมากกว่า
.
.
.
กลับมาถึงบ้านวันนี้หลังจากที่ทานข้าวนอกบ้านกันมาแล้ว ถึงแม้ว่ายามะพีจะอยากกินฝีมือยูยะมากแค่ไหน แต่ก็ทำใจลากเเขนเล็กนั่นเข้าร้านอาหารอิตาลีแถวย่านการค้าไปซักร้านนึง เพราะคิดว่ายูยะคงจะเหนื่อยที่ต้องกลับไปทำอาหารอีก เมื่อกลับมาถึงบ้านเขาจึงวางของและลากรุนรุ่นน้องในวงไปเปลี่ยนเสื้อผ้าอาบน้ำทันทีทันใด ด้วยเหตุที่ว่ายูยะชอบเบี้ยวที่จะอาบน้ำนี่แหละทำให้ตอนนี้ทั้งยามะและยูยะต้องมานั่งจ่อมแช่อยู่ในอ่างอาบน้ำเดียวกัน
ขนาดของอ่างมันก็ไมได้เล็กซักเท่าไหร่ แต่ทำไมยามะถึงได้ให้ยูยะมานั่งใกล้ขนาดนี้ด้วยก็ไม่รู้สิน่า...มันเขินนะรู้มั้ย!!!
"ยูยะ..." คำเรียกขานทำให้ร่างน้อยเงยหน้าขึ้นมามองพร้อมคำถามทั้งเสียงและสายตา
"หืมม์?"
"ถ้าเกิดว่า........" เหมือนอะไรบางอย่างมันติดอยู่ทีคอ อยากจะพูด อยากจะถาม แต่ก็ไม่กล้า...ให้มันได้อย่างนี้สิหนอ ยามาชิตะ โทโมฮิสะ กับไอ้จินไอ้เรียวนี่แทบจะเหยียบมันได้ถ้ามันกวน แต่นี่แค่ยูยะมองตาพร้อมกับคำว่าหืมม์แค่นี้ ถึงกับใบ้ไปเลย เซ็งตัวเองจริงๆ
"ครับ?"
"ไม่มีอะไร...ช่างเถอะ" สายตาดำเข้มของยามะพีมองเหม่อไปที่น้ำในอ่างเหมือนกำลังคิดอะไรไม่ตก แต่มือใหญ่ก็รั้งเอาตัวยูยะเข้ามาซบที่อกกว้างแตะจูบที่กลุ่มผมนุ่มหอมที่ยามะเป็นคนสระให้กับมือนิ่งอยู่เป็นนาน ก่อนจะพูดประโยคที่ยามะไม่ได้พูดให้ได้ยินบ่อยนัก แต่ยามะจะทำผ่านการกระทำเสียมากกว่า
"ชั้นรักนายนะ ยูยะ" ยูยะรู้สึกถึงแรงเต้นของก้อนเนื้อหัวใจที่อยู่ไม่ไกลไปจากสายตาของเขา แก้มนิ่มแนบอยู่ตรงเเอ่งชีพจรมันสัมผัสถึงชีพจรของอีกคนได้ไม่ยาก แขนเล็กโอบกระชับแน่นรอบเอวหน้ายิ่งซุกแก้มลงกับซอกคอกรุ่นกลิ่นคนรักเข้าไปอีก พุดให้ยามะพีได้ชื่นใจก่อนนอนอีกรอบ
"ผมก็รักยามะครับ..." การถ่ายทอดความรักของทั้งสองคนเกิดขึ้นเรื่อยมาตั้งแต่ครั้งที่ยามะบอกรักยูยะ และตอนนี้ยามะก็อยากจะบอกให้ยูยะรู้เหลือเกินว่ารักมากแค่ไหน แต่ยามะก็ไม่ใช่คนที่จะมาพูดอะไรให้คนอื่นรับรู้ว่าตัวเองรู้สึกอย่างไร ยามะก็แค่คิดว่าการกระทำนั้นบอกได้ดีกว่าการพูดเป็นไหนๆ
น้ำในอ่างคงอุ่นเกินไป หรือไม่...ยามะก็คงจะร้อนเกินไปถึงได้ทำให้ยูยะร้อนตามไปด้วยอย่างนี้ ร่างบางถูกยกขึ้นคร่อมทับเนื้อตัวกำยำของชายหนุ่มรุ่นพี่วงเดียวกันก่อนจะ ถูกทำให้รู้สึกไปทั้งกายด้วยปลายนิ้วและริมฝีปาก ทุกอย่างของยามะตอนนี้กำลังทำให้ยูยะแทบคลั่ง มือร้อนที่ต้นขาขาวกำลังขยับเรื่อยขึ้นไปช้า ๆ จนแทบทนไม่ไหว ความรุ่มร้อนที่ถูกปรนเปรอให้ ความชื้นนุ่มที่ริมฝีปากได้สัมผัสเร่งเร้าให้เด็กหนุ่มกอดรอบลำคอหนาเเน่น ขึ้นอีก ยามะเลื่อนริมฝีปากมากดแนบนิ่งอยู่ที่แผ่นอกบางเมื่อหนทางใกล้เข้ามามากขึ้น ใบหน้าใสเงยเริดเพราะความรู้สึกที่ทะยานสูงจนวูบโหวงไปทั้งช่องท้อง ท้ายที่สุดคือปลายเล็กสีอ่อนที่จิกแน่นลงบนแผ่นหลังกว้างขวางและกำยำของคน ด้านล่างในยามที่แขนแกร่งรัดเอวบางเข้าหาแน่นขึ้นจนแนบชิดไปทุกส่วน
เสียงผ่อนลมหายใจที่หอบถี่เมื่อครู่เบาลง ใบหน้าเล็กซบนิ่งอยู่ที่ซอกไหล่ของยามะเหมือนเดิมหลับตานิ่งอยู่อย่างนั้นจน เมื่อยูยะขยับยามะถึงได้ปล่อยแรงแขนลงเป็นเกาะไว้ที่สะโพกมนเบา ๆ มือใหญ่เกลี่ยไรผมที่ตกลงมาอยู่ตรงหน้าออกไปให้ได้เห็นดวงหน้าหวานชัด ๆ แตะจูบเบา ๆ อีกครั้งแล้วพาให้คนรักตัวเล็กลุกขึ้นไปล้างตัว ฝักบัวถูกหยิบลงมาจากที่แขวนพร้อมกับฟองน้ำตัวโตที่จัดการทำความสะอาดให้ ทั่วตัวยูยะจนแทบจะไม่ได้ทำอะไรเองเลยด้วยซ้ำ
"ขอบคุณครับ" เสียงขอบคุณแผ่วเบาดังให้ยามะนึกยิ้มจนแก้มกริ่ม เปรยเบา ๆ ให้ลมให้ฟ้าได้ยิน ไมได้กะให้ใครเข้าใจอะไร
"ไม่เป็นไร เพราะไม่มีอะไรที่ไม่มีสิ่วตอบแทนหรอก..." จนเมื่อฟองน้ำตัวโตที่ชื่อยามาชิตะหยุดทำความสะอาดแล้วยื่นฝักบัวใส่มือยูยะ
ออกจะงงอยู่ซักหน่อยทั้งที่รับฝักบัวมาถือไว้ในมือแล้วก็ตามที เลยได้แต่มองหน้ายามะอย่างสงสัยก่อนจะถูกอีกฝ่ายขังไว้ในห้องขังที่ทำขึ้นจากช่วงแขนกำยำของยามะเอง ให้ยูยะต้องแนบแผ่นหลังกับกระเบื้องห้องน้ำเย็นเฉียบด้วยใบหน้าเขินอาย มาถึงตอนนี้เลยได้เข้าใจว่าเพราะอะไรคนรักของเขาถึงพูดอย่างนั้น แก้มร้อนจนเหมือนจะเป็นไข้อยู่รอมร่อ แต่คนตัวเล็กก็ยังเปิดน้ำล้างตัวให้ยามะ
ให้ตายเถอะยามะอยากจะตายลงตรงนี้เลยด้วยซ้ำ...ที่ยูยะทำน่ะมันไม่ได้เรียกว่ายั่วอย่างนั้นเหรอ??? ปลายนิ้วเล็กแตะไล่ฟองสบู่ที่ติดอยู่ตามตัวเขาออกไปเบา ๆ เหมือนจะกลัวว่าผิวยามะจะช้ำ ไหนจะลูกแก้วกลมโตที่คอยแต่จะเหลือบมองมาที่เขาอีกล่ะ แทบจะเข้าไปฟัดให้หายบ้าเลยด้วยซ้ำ คิดยังไม่ทันหลุดจากสมองดีนักปากมันก็ไปเร็วกว่าใจเสียอีกถึงได้ก้มลงไปจูบลึกซึ้งให้มือเล็กปล่อยมือจากฝักบัวแล้วรีบเกาะไหล่เขาทันที เสียงครึมครางตอนแรกกันแรงต้านหมดไปในไม่ช้า กลายเป็นการตอบรับที่ทำให้โลกของยามะน่าอยู่ขึ้นอีกซักสามชาติได้
"อึ้ม...อือ ยามะ...พะ...พอก่อน...นะ" พยายามจะเบี่ยงใบหน้าหนีแต่อีกคนก็ตามติด แรงเม้มที่ซอกคอทำให้ร่างน้อยถึงกับผงะจากไหล่หนามากุมซอกคอตัวเองด้วยความตกใจ
"อ๊ะ!!!...ยามะ!!! อ๊ะ...อย่าครับ พอแล้ว...นะ..." เสียงใสสั่นเครือจนความพยายามที่จะห้ามกลายเป็นยุยงไปเสียฉิบ ดวงตากลมโตพราวระยับไปด้วยหยาดน้ำ ปลายผมเปียกชื้นความเขินอายตีตื้นขึ้นมาอีกครั้ง แต่ก็ถูกกลบทิ้งไปด้วยอาการออดอ้อนของอีกคน แค่คำที่วอนขอคำเดียวกับเสียงอ้อนๆอย่างนั้นก็ทำให้ยูยะเขินจนลืมทุกสิ่งทุกอย่างไปได้แล้ว...ก็แค่อยากตามใจยามะพี
จูบราตรีสวัสดิ์ที่เตียงนุ่มก่อนที่จะตื่นขึ้นมารับอรุณที่ต้องไปทำงานเหมือนวันเดิม ๆ
.
.
.
หลาย วันผ่านไปโดยที่ยังไม่มีอะไรแพร่งพรายไปให้คนรักของยามะพีระแคะระคาย เช้าวันนี้ยามะพีเลยมาทำงานด้วยสีหน้าที่สดใสกว่าทุกวันคนตัวเล็กเดินนำหน้า เข้ามาในห้องซ้อมของวงแต่ออกจะแปลกใจอยู่ซักหน่อยที่เห็นจินนั่งอยู่หน้า ห้องด้วย
“จิน...ทำไมไม่เข้าไปในห้องล่ะครับ?” ตากลมเหลือบไปอีกทางเห็นว่าเรียวกำลังเดินเข้ามาหาแล้วลากคอยามะพีออกไป พร้อมกับจินได้ยินเสียงยามะตะโกนกลับมาว่าให้เข้าไปซ้อมก่อนแล้วจะตามเข้าไป ก็พยักหน้ารับแล้วเข้าห้องไปงง ๆ
“อรุณสวัสดิ์ครับทุกคน”
“อ้าวอรุณสวัสดิ์ยูยะ...เห็นรูปที่คุณพีถะ...อื้อ!!!” มัสสึดะหันกลับมาทักทายเพื่อนด้วยรอยยิ้มเต็มแก้มในมือมีนิตยสารเล่มนึงที่ ถูกพับครึ่งกำลังจะเอามาให้เขาดูแต่...ฮิโรกิก็ดูเหมือนจะไวกว่าเจ้าอ้วนกลม เพื่อนยูยะมากอยู่ถึงได้เอื้อมมือมาปิดปากย้อยๆนั่นได้ทันก่อนที่จะหลุดคำ สำคัญอะไรออกไปพร้อมกับคว้าเอานิตยสารในมือมัสสิดะเข้าไปเก็บไว้ด้านหลัง อย่างมิดชิดแล้วหันมายิ้มหวานให้ยูยะที่หน้ามึนไปครู่
“อรุณสวัสดิ์ยูยะ...เมื่อคืนคงมีเรื่องดี ๆ สินะ?” คนหน้าหวานยังคงแซวด้วยรอยยิ้มแต่ทำให้ยูยะหน้าเก้อหนักไปกว่าเดิมถึงได้รีบ ตะปบเข้าที่ต้นคอเพราะนึกได้ว่าเมื่อคืนยามะทำรอยไว้จนขึ้นเป็นรอยแดง
เด็กหนุ่มรีบหันหน้ากลับหลังเดินไปที่ห้องเปลี่ยนเสื้อผ้าทันเห็นแค่ปรายสายตาว่าฮิโรกิพูดอะไรซักอย่างกับมัสสึดะแล้วรุนเอาคอสั้น ๆ นั่นกลับไปนั่งที่เดิมโดยไม่พูดอะไรอีกแถมยังทำท่าเอาสองมือปิดปากส่ายหน้าพรืดๆอีกด้วย
ฮิโรกิก็แค่พูดว่า...ถ้านายพูดอะไรออกไป นายได้กลายเป็นหมูที่ไม่มีวันหุ่นเฟิร์มเหมือนพีแน่ล่ะทาคาฮิสะคุง... ก็แค่นี้จริง ๆ ที่ปิดปากเอาไว้ได้กริบขนาดนี้
ระหว่างวันเป็นการซ้อมที่ไม่มีอะไรมาก ก็แค่ซ้อมเอาไว้สำหรับการไปออกไลฟ์วันพรุ่งนี้แล้วก็แยกย้ายกันกลับไปพัก ผ่อนหลังจากที่ช่วงปีใหม่โหมงานหนักจนแทบไม่มีเวลานอนกันเลยด้วยซ้ำ ทุกคนแยกย้ายกันไปตามทางของตัวเองยูยะมีฮิโรกิที่เสนอตัวมาพร้อมแพคเกจคู่ อย่างเรียวจังว่าจะไปดูหนังและกินข้าวเย็นกัน ในตอนแรกยูยะก็ปฏิเสธ แต่ดูท่าทางว่าถ้ายูยะไม่ยอมไปด้วยวันนี้เรียวจังได้เลิกกับฮิโรกิเพื่อยูยะ แน่ ๆ ล่ะ เพราะยังไงฮิโรกิก็จะขออยู่เป็นเพื่อนยูยะจนกว่ายามะพีจะเลิกงานทำให้เรียว ต้องปวดหัวจี๊ด คนตัวเล็กเอียงคอมองสองฝ่ายงงๆ ที่วันนี้ดูเหมือนฮิโรกิจะคอยปกป้องยูยะตลอดเวลา ตั้งแต่ตอนเช้าที่มัสสึดะเข้ามาคุยด้วยแล้ว ตอนนี้ยังไม่ยอมไปกับเรียวจังอีก เหมือนจะไม่ยอมให้ยูยะอยู่คนเดียวเลยนะ...
“มีอะไรรึเปล่าครับ?”
“เปล่า...ไม่มีเลยยูยะ ไปด้วยกันเถอะนะ ถ้านายไม่ไปชั้นคงได้โดนบอกเลิกต่อหน้านายนี่แหละ” และดูท่าทางคงจะไม่ใช่เล่น ๆ ฮิโรกิทำทุกอย่างได้เพื่อน้องคนนี้เสมอนี่นา
“ก็ได้ครับ..แต่จะไปไหนกันล่ะครับ?”
“ไปก่อนเถอะแล้วค่อยว่ากัน” แขนเรียวสอดคล้องเข้ากับแขนของยูยะทิ้งให้เรียวเดินตามหลังไปอย่างเซ็งๆเกาหัวแกรกๆอย่างไม่รู้จะช่วยเพื่อนยังไงดี ถ้าฮิโรกิปล่อยยูยะไปคนเดียวตามที่เจ้าตัวต้องการ รับรองว่าไอ้พีไม่ได้ตายดีอย่างหน้าตาหล่อแบบนี้แน่นอน
แต่จนแล้วจนรอดฮิโรกิก็ไม่สามารถจะรั้งยูยะไว้ได้ตลอดเมื่อเจ้าตัวบอกว่า อยากไปเดินดูหนังสือที่เพิ่งเข้าใหม่วันนี้และอยากได้หนังสือทำรายงานด้วย ...ให้ตายเถอะ เป็นไปไม่ได้เลยที่จะไม่มีหนังสือเล่มนั้นของยามะพีวางจำหน่ายอยู่บนชั้น และรับรองด้วยหัวของนิชิกิโดแห่งคันไซเลยว่าหนังสือเล่มนั้นต้องขึ้นชั้น หน้าร้านเพราะเป็นหนังสือขายดีแน่ ๆ ก็ออกจะ...ซะขนาดนั้น ถูกโหวตให้ให้เป็นหนุ่มเซ็กซี่แห่งปี ไม่ได้รูปอย่างนั้นมาก็คงจะเสียชื่อน่าดู เพราะรุ่นพี่ในค่ายปีก่อน ๆ ก็ทำซะหวือหวาไว้ขนาดนั้น
“ไม่ต้องตามมาหรอกครับ...ผมโตแล้วนะฮิโรกิ...” เจ้าตัวเล็กบอกไว้อย่างนั้นเป็นประโยคสุดท้ายติดจะหัวเราะเพราะขำที่ฮิโรกิตามแจตลอดทั้งวัน เรียวได้แต่ถอนหายใจโทรไปหายามะพีที่ติดงานอยู่อีกที่นึงอย่างจนใจ...ก็ช่วยได้แค่นี้ล่ะวะ... ต่อจากนี้มันต้องตัวใครตัวมันแล้วล่ะ
..........................
................
.......
ร่างเล็กเดินเขาไปในร้านขายหนังสือที่ผู้คนเยอะแยะมากมายกำลังเข้าแถวรอจ่าย เงินกับเล่มนิตยสารในมือ ทั้งหมดทั้งมวลมองไปก็เป็นผู้หญิงทั้งนั้น มองดูอีกทีว่าหนังสืออะไรทำไมคนถึงได้นิยมชมชอบขนาดนั้นแล้วก็เดินไปที่ชั้น นิตยสารมาเปิดดูบ้าง...หนังสือเล่มเดียวกันกับในมือของผู้หญิงหลายคนที่ต่อ แถวเพื่อซื้อมันถูกเปิดออก แทบจะไม่ต้องเดาว่าเพราอะไรที่ทำให้หนังสือเล่มนี้ออกไปอยู่ในมือสาวๆมากมาย ก็เพราะคนที่ถ่ายแบบลงนิตยสารในครั้งนี้คือ...ยามาชิตะ โทโมฮิสะ คนนี้นี่แหละ
อยากจะชื่นชมจากหัวใจว่าคนที่มีทั้งรูปทรัพย์ สติปัญญา รวมทั้งน้ำใจของยามะไม่ได้น้อยหน้าไปกว่ากันมันเป็นสิ่งดึงดูดผู้คนรอบข้าง ให้เข้าหาและยามะก็กลายเป็นจุดสนใจ แต่ถึงจะทำใจมานานแล้วว่าเขาทนได้ถ้าเกิดว่าซักวันยามะจะบอกเลิกกับเขาเพื่อ ที่จะมีแฟนเป็นผู้หญิงอย่างคนทั่วไป...ไม่ใช่เด็กผู้ชายอย่างเขา...
แต่พอเอาเข้าจริง...กับอีแค่รูปในนิตยสารเล่มนี้มันก็ทำเอแขนขาแทบจะไม่มี แรง เปลือกตาบางกระพริบปริบสองสามครั้งก่อนจะพลิกหน้าถัดไปแต่ละรูปมันเข้าสู่ โสตประสาทการมองเห็นที่แทบจะไม่ต้องมองซ้ำก็จำไปยันตายได้เลยทีเดียว
ยามะที่มีผู้หญิงเอื้อมกอดมาจากด้านหลัง…จะเหมือนกับที่เขาเคยกอดยามะหรือไม่?
เสื้อเชิ้ตสีดำที่ถูกปลดออกจากไหล่กว้างด้วยปลายนิ้วเรียวนั้น...จะเหมือน กับเวลาที่เขาเป็นคน
ปลดมันออกจากเรือนกายแข็งแกร่งนั่นรึเปล่า?
หรือเวลาที่ยามะเลื่อนฝ่ามือสอดเข้าไปในชุดกระโปรงพลิ้วนั่น...จะใช่ความรู้สึกเดียวกับที่เขาได้รับสัมผัสจากยามะมั้ย? ผู้หญิงคนนั้นจะรู้สึกหลงใหลไปกับการสัมผัสของยามะรึเลป่า??...
ทุกสิ่งอย่างประดังประเดเข้ามาในสมอง แม้จะไม่เคยคิดเปรียบเทียบตัวเองกับใครเพราะไม่ได้คิดว่าตัวเองมีดีอะไร แต่ตอนนี้ทำไม...ยูยะถึงได้มองรูปในหนังสือเล่มนี้แล้วคิดเปรียบเทียบ ทุกอย่างของผู้หญิงคนนี้เป็นตัวเองกัน??...ทั้งที่ไม่เคยเลยซักครั้งที่จะ คิดเหนี่ยวรั้งยามะพีเอาไว้ แต่ตอนนี้มันกลับหวง...ความรู้สึกแรกที่ยอมรับกับใจตัวเองคืออาการหวงที่ ร่างกายของคนอื่นจะมาแตะต้องยามะ หรือการที่ยามะจะไปแตะต้องคนอื่นใกล้ชิดขนาดนั้น...ทั้งทีมือนั้นเคยสัมผัส เพียงเขาคนเดียว แย่ล่ะสิ...ทำไมอยู่ ๆ มันถึงได้มึนขึ้นมาอย่างนี้ล่ะยูยะ สับสนในตัวเองจนคิดอะไรไม่ออกเลยล่ะได้แต่รีบวางหนังสือลงที่ชั้นเดิมแล้ว เดินออกมาไม่สนใจอะไรทั้งสิ้น
ยูยะไม่รู้จะไปไหน...แค่ยูยะไม่อยากกลับบ้าน
ไม่รู้จะทำอะไร...แต่ตอนนี้แค่ไม่อยากเจอหน้ายามะเพราะกลัวจะทำตัวงี่เง่าให้ยามะเห็นกับเรื่องไม่เป็นเรื่อง...มันก็แค่งาน...
แต่มันก็เจ็บและมึนจนไม่รู้จะทำอะไร...เพราะความรู้สึกหวงที่มันกลบเอาทุกสิ่ง ทั้งเหตุผลและความจริงทุกอย่าง...ให้ตายเถอะ นายเป็นเด็กไม่ดีอย่างนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่นะยูยะ!!?
พาตัวเองมาหยุดที่สวนสาธารณะที่ไกลจากห้องพักไปหลายสถานีแต่มันก็แค่อยาก อยู่สงบๆเพื่อสงบจิตตัวเองให้อยู่กับที่ไม่ให้มันกระเจิงไปไกลก่อนที่จะกู่ ไม่กลับ ...ยูยะจะเป็นเด็กดีของยามะ และไม่ทำให้ยามะกังวล... คิดไว้ตลอดว่าจะเป็นอย่างนี้ แต่ตอนนี้ยูยะกำลังจะเป็นเด็กไม่ดีทีทำให้ยามะมีเรื่อวงต้องกังวลเสียแล้ว หรือนี่??...ไม่ยูยะ นายต้องเป็นเด็กดีนะ... บอกตัวเองว่าอย่างนั้นจนโทรศัพท์ในกระเป๋าสั่นขึ้นทำให้หนุ่มน้อยต้องถอน สะอื้นแรง ๆ ไม่รู้ว่าร้องไห้ตอนไหนเหมือนกัน...แต่น้ำตามันเปรอะไปทั้งแก้มแล้ว แต่ก็กดรับโทรศัพท์ที่ขึ้นชื่อและรูปว่า “พีจัง” ที่เจ้าของชื่อเมมเองกับมือ...ตอนนั้นยังแซวว่าชื่อเหมือนหมาเลยพีจัง แต่ยังไงยามะก็ยังจะเอาชื่อนี้เมมไว้อยู่ดี ที่กดรับเพราะ...กลัวยามะเป็นห่วง... ยูยะไม่อยากให้ยามะต้องคิดอะไรเกี่ยวกับตัวเขามากไปกว่านี้อีกแล้ว เพราะทุกวันนี้ที่ยามะมีให้มันก็มากจนใจของยูยะจะไม่มีที่เก็บความห่วงใย เอาใจใส่และการดูแลของยามาชิตะ โทโมฮิสะ คนรักของยูยะคนนี้
“ครับยามะ...”
--อยู่ไหน? ทำไมยังไม่กลับอีกล่ะยูยะ---
“เอ่อ...พอดีผม นั่งเล่นเพลินไปหน่อยน่ะครับ...เดี๋ยวกลับแล้วครับยามะทานอะไรรึยังครับ?” มือน้อยปาดแก้มตัวเองให้คราบน้ำตามันหมดไปกลั้นเสีงสะอื้นไม่ให้หลุดออกมาให้อีกฝ่ายได้ยิน ถามกลับไปด้วยความเป็นห่วงคนรักเมื่อยกนาฬิกาข้อมือขึ้นมอง นี่เลยเวลาอาหารเย็นมานานพอสมควรเลยล่ะ นั่งอยู่จนมืดค่ำลืมว่ายามะจะกลับถึงบ้านแล้วรอกินกับขาวฝีมือยูยะไปเลย
--อยู่ไหน? เดี๋ยวชั้นไปรับ—
“ไม่ต้องหรอกครับ แป๊บเดียวก็ถึง”
--ชั้นถามว่าอยู่ที่ไหน...เทโงชิ—
น้ำเสียงที่เข้มขึ้นทำให้ยูยะยอมบอกที่อยู่ ณ ปัจจุบันของตนเองไปด้วยอาการลังเลเพราะอยากจะดื้อให้ถึงที่สุด แต่ก็รู้ว่าคงขัดอะไรคนรักไม่ได้ รออยู่ไม่เกินครึ่งชั่วโมงยามะก็จอดรถเทียบที่ฟุตบาทตรงหน้าเก้าอีกที่ยูยะนั่งรออยู่ลดกระจกลงให้เห็นคนที่นั่งรออยู่
“ขอโทษครับ...ที่จริงไม่ต้องมารับก็ได้”
“ชั้นอยากมารับ มันแย่มากนักหรอ?” ใบหน้าใสส่ายไปมาแรง ๆ จนผมเผ้ากระเจิงไปคนละทาง ยามะพีเอื้อมมือมาหวังจะปัดผมเส้นเล็กนั้นให้เข้าที่เข้าทาง...แต่ยูยะก็ กระถดหนีอย่างไม่รู้ตัวทำให้มือใหญ่ที่ยูยะเคยรับรู้ถึงความอบอุ่นนั้นถูก เจ้าของมันชักกลับทั้งที่ยังมองหน้าเด็กหนุ่มคนรักไม่ละไปอย่างสงสัย แต่ก็ไม่ได้อยากจะให้มันเป็นเรื่องอะไรเลยไม่คิดจะถามออกไป ว่าเพราอะไร...ถึงได้หนีสัมผัสจากเขาอย่างนั้น
“ขอโทษครับ...ผมแค่...”
“ช่างเถอะ กินอะไรรึยัง?” ได้รับการส่ายหน้าเป็นคำตอบอีกครั้งก็ให้ถอนหายใจออกมาแรง ๆ ทำไมไม่ห่วงตัวเองบ้างเลย ชั้นเป็นห่วงนายขนาดไหนยูยะ ทั้งห่วงทั้งหวงกลัวว่าจะไม่ได้ได้กินอะไร ไอ้จินโทรไปบอกตั้งแต่ยังไม่เลิกงานว่าเห็นยูยะนั่งอยู่ที่สวนนี้ เพราะว่าขับรถเพื่อจะไปทำงานแล้วผ่านมาเห็นพอดี แต่ก็ไม่ใช่จังหวะที่จะแวะรับได้ แต่ตอนนี้เลยเวลามานานแล้วก็ยังอยู่ที่เดิม ไม่กินข้าวกินปลา นายทรมานตัวเองก็เท่ากับทรมานชั้นไปด้วยนี่แหละยูยะ
มือใหญ่หักพวงมาลัยออกรถไปถึงห้องพักของเขาสองคนโดยไม่แวะทีไหน กลิ่นหอมของการทำอาหารที่ได้กลิ่นตั้งแต่เข้าห้องมานั้นทำให้ยูยะรู้ว่ายามะ คงเข้ามาทำอาหารไว้ก่อนที่จะออกไปรับเขา...แค่นี้มันก็รู้สึกผิดจนอยากจะขอ โทษ แต่ตอนนี้แม้แต่หน้าเขายามะยังไม่ยอมมองเลยด้วยซ้ำ กำลังจะอ้าปากถามแต่เจ้าของมื้อเย็นที่น่าทานนี้ก็ขัดขึ้นเสียก่อน
“ทานข้าวเถอะ...ไม่ได้กินอะไรเลยไม่ใช่เหรอ?” เดินไปนั่งลงที่ประจำตรงข้ามกับยูยะที่เดินลากเท้าไปนั่งตรงข้ามเงียบ ๆ ก่อนจะราช้อนแล้วบอกว่าอิ่มทั้งที่กินไปยังไม่ถึงครึ่งจานดีด้วยซ้ำ ตากลมโตของคนที่นั่งตรงข้ามเหลือบขึ้นมองแล้วก็รวบช้อนซ้อมเข้าด้วยกัน เอื้อมหยิบแก้วน้ำมาดื่มแล้วนั่งเงียบอยู่อย่างนั้น
“ไปอาบน้ำเถอะ...เดี๋ยวชั้นขอพักก่อน เสร็จแล้วเรียกด้วยนะ” อีกครั้งที่ยามะพีไม่ยอมรอหรือฟังคำตอบของยูยะ มันทำให้คนตัวเล็กอึดอัดได้มากพอดูแต่ก็ไม้กล้าที่จะถามไม่กล้าที่จะบอกว่า ที่รู้สึกแย่มาทั้งวันนี้มันเกิดจากการที่ยูยะงี่เง่าหลังจากที่เห็นหนังสือ เล่มนั้น ก็เพราะกลัวว่ายามะจะคิดมาก...ไม่ต้องห่วงเลยว่าถ้ายูยะพูดไปครั้งหน้าถ้ามี ถ่ายแบบยามะคงค้านหัวชนฝาว่าจะไม่ถ่ายอีกเด็ด ๆ แม้ว่าคุณจอนนีจะขอร้องก็ตามทีเถอะ
น้ำอุ่นในอ่างอาบน้ำกว้างขวางที่ขนาดนั่งสองคนยังเคยมาแล้ว แต่ตอนนี้ยูยะกลับต้องนั่งอยู่คนเดียวมันทั้งกว้างและโล่งแต่ยูยะกลับอึดอัดบอกไม่ถูก จะพูดยังไง จะบอกยังไงว่ายูยะไมได้โกรธและอยากจะขอโทษที่ทำกิริยาอย่างนั้นออกไป แท้จริงแล้วมันไม่มีอะไรเลยจริง ๆ แค่ตอนนั้นเขายังตั้งสติตัวเองไม่ได้ แต่ถ้าจะให้พูดว่ายังไม่พร้อมที่จะเจอยามะตอนนั้นก็คงจะทำให้อะไรๆแย่ลงกว่าเก่า แต่การที่ยูยะนั่งเงียบอย่างนี้ก็ทำให้ยามะเครียดได้ไม่น้อยไปกว่ากัน
*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*
ร่างสูงใหญ่นอนแผ่อยู่ที่โซฟาหน้าโทรทัศน์ ตอนนี้เขาต้องการเวลาเงียบ ๆ ซักพักเพื่อไตร่ตรองตัวเองว่าอะไรคือสิ่งที่เขาทำผิด หรืออะไรคือสิ่งที่ทำให้ยูยะถึงกับต้องหลีกหนีสัมผัสจากมือเขาขนาดนั้น ไม่ใช่อาการหวาดกลัว...แต่มันเป็นอาการของการรังเกียจ ความรู้สึกที่ยามะไม่เคยคิดว่ายูยะจะมีกับเขา แต่ตอนนี้มันเกิดขึ้นแล้ว...แล้วมันก็ทำให้ยามะไม่กล้าแม้แต่จะมองหน้ายูยะด้วยซ้ำไป ถ้าเป็นปกติป่านนี้เขาคงจะได้นั่งแช่น้ำอุ่นอยู่ในอ่างเดียวกับคนรัก หรือไม่ก็คงจะกำลังผลัดกันถูหลัง...สระผม...ล้างฟองสบู่ออกจากตัวให้กันและกันอยู่ นึกไปถึงตอนที่ต้องถ่ายแบบลงนิตยสาร...กว่าจะทำใจให้ถ่ายออกมาได้อย่างนั้น ให้ตายเถอะตอนนั้นก็คิดว่ามันดีที่สุดแล้ว แต่พอออกมามันกลับกลายเป็นหน้าตาและแววตาที่เย็นชายิ่งกว่าน้ำแข็งขั้วโลกซะอีก ช่างภาพ ตากล้องก็คงพอใจที่จะให้เป็นอย่างนั้นถึงไมได้ท้วงติงเรื่องสายตาและแววตาที่มองมา ถึงจะให้คิดว่าเป็นคนรัก แต่ถ้าไม่ใช่คนรัก...ใครจะทำได้
คิดจนปวดหัว เครียดมาทั้งวัน ตั้งแต่เช้าที่ไอ้จินและเรียวมันลากเขาไปซะไกล เพื่อจะถามว่าบอกยูยะรึยังเรื่องนี้...แต่เข้าก็ไม่กล้าพอที่จะบอกอยู่ดี จนต้องให้ฮิโรกิเข้ามาช่วยด้วยอีกคน แต่ก็ยังไม่สำเร็จอยู่ดี...ยูยะไมได้โง่ที่จะตามใครต่อไปได้ตลอดทั้งวัน พอเรียวโทรมาหาตอนที่แยกกับยูยะยามะก็เตรียมใจที่จะรับอะไรมากมายเอาไว้เหมือนกัน...แต่ไม่คิดว่าแค่นี้แล้วเขากลับจะแพ้เอาดื้อ ๆ ยอมรับเลยว่าแพ้ เพราะถ้าตอนนี้ยูยะอยากจะชกหน้าเค้าเค้าก็ยอม
ทั้งเพลียและเหนื่อยจนหลับไปในที่สุดเด็กหนุ่มเดินออกจากห้องน้ำมาด้วยสีหน้าที่ไมได้ดีไปกว่าตอนเข้าไป แต่ก็คิดได้ว่าสมควรจะเป็นฝ่ายขอโทษยามะเองถ้ายังคิดว่าจะเป็นเด็กดีของยามะต่อไป...แต่ยามะหลับอยู่...
เท้าเล็กสืบเข้าหาร่างที่นอนหลับผึ่งอยู่ที่โซฟาแล้วทรุดตัวลงนั่งข้าง ๆ มือเล็กยกขึ้นวางทาบที่ข้างแก้มของคนหลับก่อนจะสูดลมหายใจลึกเรียกกำลังใจให้ตัวเองอีกครั้งแล้วเรียกเบา ๆ
“ยามะ...ยามะครับ ตื่นเถอะ...” ร่างสูงเพียงแค่ขยับพลิกตัวให้หลังพิงกับพนักให้นอนสบายขึ้น ยูยะเลยตบเบา ๆ ที่แก้มสีน้ำผึ้งนั่นให้รู้สึกตัว
“ตื่นเถอะครับ...อาบน้ำก่อนนะ แล้วค่อยนอน” ดวงตากลมโตไม่แพ้ยูยะกระพริบสองสามทีแล้วยื่นมือออกมาหมายจะสัมผัสแก้มนิ่มของคนตรงหน้าแล้วรั้งเขามากอดและหอมให้ได้อย่างใจ แต่เมื่อนึกถึงเรื่องเมื่อเย็นมันก็ชะงักมือเขาได้ทันทีทันใดเหมือนกัน ยามะยันตัวขึ้นนั่งแล้วพยักหน้าให้ยูยะรู้ว่าเขากำลังจะไปอาบน้ำอีกไม่นานนี้
“นอนก่อนเถอะ...” ผ้าขนหนูผืนใหญ่เนื้อนุ่มถูกเจ้าของมันดึงออกจากราวแขวนเดินเข้าห้องน้ำไปทิ้งให้อีกคนนั่งนิ่งอยู่ที่เดิมทำอะไรไม่ถูก หัวคิ้วเรียวขมวดแน่นขึ้นกว่าเก่าแต่ก็ยอมลุกเดินเข้าห้องนอนไปอย่างว่าง่าย....เพราะยูยะจะเป็นเด็กดีของยามะ....
..................................
......................
...........
เท้าใหญ่จรดลงบนพื้นเบา ๆ เพราะกลัวจะกวนคนที่นอนหลับอยู่แต่คนตัวเล็กก็พลิกกลับมาหาก่อนที่ยามะจะเดินถึงเตียงซะอีก
“ยังไม่หลับอีกเหรอ?” แขนเล็กเท้าไปด้านหลังยันตัวเองขึ้นนั่งพิงหัวเตียง ดวงตากลมใสจดจ้องที่ตากลมโตของอีกคนที่สะท้อนแสงไฟหัวเตียงจนมันวิบวับอย่างน่ามอง
“ยังครับ...รอยามะ...” ยามะพยักหน้ารับก่อนจะสอดตัวเข้าไปซุกในผ้าห่มผืนเดียวกันให้อีกคนเลื่อนตัวลงนอนอีกครั้งแล้วจ้องตาอยู่อย่างนั้น...ใครจะหลับลง!!!
“ยามะอยากจะพูดอะไรกับผมรึเปล่าครับ?” คนตัวโตนึกแล้วก็ถอนหายใจ มาถามเสียงอ้อนอย่างนี้...ใครจะไปอดใจไหว เอาวะ..จะได้จบๆ
“ยูยะ...โกรธอะไรชั้นรึเปล่า?” ใบหน้าเล็กส่ายไปมากับหมอนนุ่มแล้วขยับีอกทีเพื่อให้นอนได้สบายขึ้น มาถึงตอนนี้ก็พอมีลุ้นอยู่บ้างที่เขาจะหลุดพ้นข้อกล่าวหาได้
“เปล่าครับ...ผมไม่โกรธ แต่ผมไม่เข้าใจ”
“แล้วยูยะมีอะไรจะพูดกับชั้นรึเปล่า?” เด็กหนุ่มพยักหน้ารับอีกครั้ง ตอนนี้ยูยะขยับขึ้นมานอนเกยอกยามะพีได้ยังไงกันนะ? แถมยังเกลี่ยปลายนิ้วเล่นที่หัวไหล่มนให้เพลินอีกด้วย
“อะไรล่ะ?”
“เรื่องหนังสือเล่มนั้น...”
“ชั้นขอโทษ...คราวหลังจะบอกนะ ขอโทษจริง ๆ “ ในเมื่ออีกคนกล้าที่จะบอก ตัวยามะก็กล้าที่จะรับ บอกตรงๆว่าตอนแรกเขากลัวว่ายูยะจะโกรธมากกว่านี้ด้วยซ้ำ ถึงจะไม่เคยแสดงฤทธิ์เดชอะไรให้เห็นแต่ก็ใช่ว่าจะไม่กลัวโกรธกัน ยูยะเวลาโกรธไม่ได้น่ากลัว แต่ยูยะเวลาโกรธนี่น่าเป็นห่วงมากกว่า...เพราะยูยะอยากเป็นเด็กดีของยามะ...
มือเล็กเย็นเฉียบเลื่อนขึ้นวางบนอกกว้างขยับศีรษะนิด ๆ ให้หนุนสบาย ยามะกดจูบลงที่กลุ่มผมนุ่มสูดเอาความหอมที่วันนี้แทบจะทั้งวันเขาไมได้กลิ่น แล้วถ้าเกิดไม่ได้ใกล้ชิดเกินหนึ่งวัน พรุ่งนี้เรียวกับจินคงได้มาตามเก็บศพเพื่อนเนื่องจากขาดอากาศบริสุทธิ์ตายอยู่ที่บ้านนี่แหละ
แขนแกร่งเลื่อนไปโอบเอวบางเข้ามาจนชิดทั้งที่ใบหน้าใสยังก้มงุดอยู่จนคางชิดอก แต่ปลายนิ้วเล็กกลับลงแรงบนแผงอกของยามะให้สะดุ้งเล่นเมื่อเงยหน้าขึ้นมองสบตาถึงได้รับรู้ความปรารถนาของคนรักได้เต็มที่ ปากอิ่มโน้มลงมาแตะที่แก้มนิ่มและริมฝีปากที่อิ่มตึงไม่แพ้กันเนิ่นนาน ถูกชักจูงและล่อหลอกได้ว่ายดายนักสำหรับเด็กหนุ่มอย่างยูยะ แขนเล็กโอบรอบคอหนาให้กระชับสัมผัสแน่นขึ้นก่อนจะผละออกช้า ๆ
“ตอนที่ผู้หญิงคนนั้นกอด...รู้สึกเหมือนตอนที่ผมกอดยามะมั้ยครับ?” ปากอิ่มของยามะพีเลื่อนเข้าใกล้อีกครั้งตอบติดริมปากสีอ่อนว่าไม่เลยซักนิดแล้วมอบจูบหวาน ๆ ให้อีกครั้ง มือคร้ามเลื่อนลงไปที่สะโพกบางดึงรั้งเอวเล็กให้คร่อมทับบนตัวเขา จูบแรง ๆ ที่รอบเดิมของเมื่อวานให้มันชัดขึ้นไปอีก ต้นขาเรียวถูกไล้ขึ้นเรื่อยจนปลายเท้าเล็กจิกเกร็งลงบนที่นอนนุ่ม
“อื้อ...แล้วตอนที่ทำอย่างนี้กับผู้หญิงคนนั้น ยามะต้องการให้เค้ารู้สึกอย่างผมรึเปล่าครับ...” กระดุมเสื้อนอนสีอ่อนของยูยะถูกปลดออกจากรังดุมจนหมดทุกเม็ดในเวลาไม่นาน ปากอุ่นตอบว่าไม่มีวันจะทำอย่างนั้นก็ตอนที่แนบจูบลงกลางแผ่นอกเล็กนั่น มือเล็กอาศัยเกาะเกี่ยวไหล่กว้างเป็นที่พยุงตัวเองให้มั่นคงเวลาที่ถูกสัมผัส ในหัวยูยะก็นึกไปถึงทุกอย่างที่ยามะทำในการถ่ายแบบนั้น เหมือนทุกการกระทำ...จะต่างก็แค่สายตาที่มองมา มันไมได้เย็นชาและถือดีอย่างในนิตยสารที่ได้เห็น...ตอนนี้เค้าเห็นความต้องการที่มากล้นจากยามะที่มีต่อตัวเค้า แค่นี้ก็รู้แล้วว่าที่ทำไปทั้งหมดไม่ใช่เพราะคิดว่าผู้หญิงคนนั้นเป็นยูยะ...เพราะยามะเคยบอกว่าสำหรับยูยะนั้น...ไม่มีใครมาแทนทีได้
ตอนที่ถ่ายแบบยามะไม่ได้คิดว่านางแบบคนนั้นเป็นยูยะ แต่นางแบบคนนั้นคือนางแบบ...เพราะถ้าเป็นยูยะ สายตาที่มองไม่มีทางที่จะมองด้วยความเย็นชาอย่างนั้นแน่ สายตาที่มองมาที่ยูยะจะต้องเป็นอย่างที่ยามะกำลังมองเขาในตอนนี้ มือเล็กเลื่อนขึ้นสัมผัสใบหน้าคมหวานแผ่วเบาแล้วปากสีอ่อนก็โน้มลงมอบจูบหวาน ๆ ให้ยามะอีกครั้ง
“ยามะเป็นเด็กดีของผมนะ...” ดวงตาหวานเชื่อมปริบปรือแม้จะเพิ่งผ่านความรักของยามะมาแต่ยูยะก็ยังมีใจที่จะถามให้อีกคนพยักหน้าตอบอย่างไม่ลังเล
“แล้วยูยะจะเป็นเด็กดีของชั้นเหมือนเดิมรึเปล่าล่ะ?”
“ครับ...ผมจะเป็นเด็กดีของยามะเหมือนเดิม ผมรักยามะนะ” ซุกเข้าหาอกกว้างอีกครั้งพร้อมคำตอบรับที่ถูกต้องที่สุดสำหรับยามะพี
“เป็นเด็กดี...ก็ต้องตามใจชั้น เชื่อฟังชั้น สัญญานะว่ามีอะไรสงสัยแล้วจะถาม...ไม่ใช่ปล่อยให้ชั้นหาให้ทั่วอย่างนี้ หนีไปคิดอะไรคนเดียวอย่างนั้นชั้นทรมานนะจะบอกให้”
“ขอโทษครับ...แต่ยามะก็แอบคิดคนเดียวเหมือนกันแหละน่า”
“ก็ทำท่าทางอย่างนั้น...ใครจะไม่คิดได้กัน จะว่าไป...ที่ถ่ายแบบนั่นชั้นนึกถึงนายตลอดเลยนะยูยะ...”
“ไม่จริงน่ะ!!!”
“อะไรไม่จริง?”
“ก็ถ้านึกถึงผมแล้วทำสายตาอย่างนั้นผมยอมเลิกเป็นเด็กดีให้ยามะเดี๋ยวนี้เลยล่ะ” ทำท่าว่าจะผละออกจากอกกว่าจริงจังแต่วงแขนแข็งแรงก็รั้งไว้จนชิดตัว
“ไมได้หมายความว่านึกว่ากำลังทำกับนาย...แต่นึกถึงสีหน้านายเวลาที่ชั้นทำให้นายมีความสุข...อืม มันก็ยังไม่ครบเลยนี่นะ??”
“พอ!! พอแล้วครับ พรุ่งนี้ทำงานแต่เช้านะ...นอนเถอะครับ” แอบชิ่งเขาหน้าตาเฉยมากเลยเจ้าฝาแฝดยามะพี ดันตัวออกจากอกเขาไม่ได้ก็รีบซุกมันลงไปในแน่นยิ่งกว่าเดิมพร้อมกับดึงผ้าห่มคลุมจนมิดหัวให้ยามะหัวเราะใส่แล้วขยับให้นอนดี ๆ หลีกหนีความรับผิดชอบที่ทำให้เค้าค้างในคืนนี้ไปได้อย่างแนบเนียน
เอาเถอะ...ไม่ใช่ว่าจะได้อยู่ด้วยกันแค่วันนี้ซะที่ไหน...
วันหลังยังมี ยามาชิตะ โทโมฮิสะ
.
.
.
END”^________________________^
.
.
.
“เฮ้ยเรียว...แกว่าไอ้พีมันจะโดนยูยะจังทำโทษยังไงวะ?”
“ไม่รู้เว้ย...เอาให้มันดีๆกันซักทีเถอะ ฮิโรกิเป็นห่วงน้องนุชจะตายแล้วเนี่ย...คนที่โดนทำโทษไม่ใช่ไอ้พีหรอกน่ะ ชั้นนี่แหละวะ-*-“
“อ่าว...ซวยนะเรียวจัง ฮ่าๆๆๆๆ”
“แล้วแกล่ะ...ทำไมยังมาหน้าสลอนโทรหาชั้นตอนนี้ล่ะวะ...ไม่ใช่เพราะคาเมะจังไล่ออกมาให้ช่วยหาหนทางให้น้องมันเข้าใจไอ้พีหรอวะ??!!”
สรุปแล้วทั้งคู่ซวยพอกัน*- -
ลับหลังคืนวันอันแสนหวานหลังการง้องอนแฟนของยามะพี จินและเรียวก็ได้โทรศัพท์ปรึกษาปัญหาเพื่อนโดยที่ไม่รู้เลยว่าคืนนั้นยามะพีหลับฝันดีไปเรียบร้อย
---------------------------------------
จากananเล่มเดียวเลยค่ะ ทำเอาตายได้ งานเยอะค่ะ...ไปละค่ะ ทำรีเสิร์ชต่อแล้วค่ะ 26.gif (ยังอุตส่าห์ว่างมาแต่งฟิคเนอะคนเรา*- -)
ขอบคุณโนยะค่ะที่อุตส่าห์ช่วยคิดชื่อ ถึงมันจะไม่ค่อยเกี่ยวกับที่โนยะช่วยคิดเท่ไาหร่อะนะ...แต่เราก็ได้ชื่อนี้ออกมานี่แหละ
คิดว่ามันคงจะพ้องกับเรื่องบ้าง(ซักนิดก็ยังดี)5555555555
ไปละค่ะ
เจอกันโอกาสหน้า(หลังกลับจากขุดและทำรายงานขุดเสร็จ...อีกสองเดือน0.0)5555555
อิโจ้
ryuta deshita Bai_Bai


