
My Immortal 09
ตอนหน้าคงจบ...มั้งคะ
๕๕ คราวที่แล้วมีคนรีเควสความคืบหน้าแบบรวดเร็ว...
ไม่ได้อะ ทำไม่ได้ แต่งได้แค่นี้ อ่านเถอะค่ะ pen1_07.gif
แล้วเจอกันเร็วๆนี้ค่ะ แวะไปอ่านเรื่องใหม่กันด้วยเนอะ^^
แล้วก็ลิงค์ Blog จะทยอยเอาไปบวเก็บไว้ที่นี่นะคะ
ขอบคุณที่อ่านมาจนถึงตอน9 ค่ะ
My Immortal 09
==================================
“ผม ว่าผมไปดูพี่ฮิโรกิกับพี่เรียวหน่อยดีกว่าครับ หายไปนานเลย” เด็กตากลมที่นั่งตรงข้ามยามะพีทำสายตากลอกไปกลอกมาจนตาจะกลับแล้วก็หาคำตอบ ให้ตัวเองได้ว่ายูยะควรจะหายตัวไปจากที่ตรงนี้โดยเร็วที่สุด เพื่ออะไรไม่ต้องบอกและยามะก็คงจะรู้ตัวเช่นกันว่าโลกท่ามกลางความเงียบและ เฉยชาของคาเมะกำลังจะทำให้จินใช้สมองอย่างหนัก
แต่ไอ้จินก็เป็นไอ้จินอยู่วันยันค่ำ เมื่อเห็นว่าจินและคาเมะยังเงียบใส่กันยามะพีเลยมีความเห็นว่า
“ชั้น ไปเป็นเพื่อน” ยามาชิตะ โทโมฮิสะที่นั่งอยู่ท่ามกลางสายตาจขอความช่วยเหลือจากคาเมะ และการแสดงอาการเหมือนยามะไม่มีตัวตนของจินด้วยการที่จ้องคนที่นั่งตรงข้าม เหมือนกับจะให้ยามะรู้ตัวว่าโลกนี้ไม่ต้องการยามะแม้แต่น้อย จึงถือโอกาสที่คนรักตัวเล็กของยามะหายเข้าไปตามเรียวและอุจิหายไปจากโลกที่ จินไม่ต้องการด้วยเสียงเรียบๆที่เอ่ยขอตัว
“รู้ใช่มั้ยว่านิชิกิ โดกับฮิโรกิเป็นอะไรกัน” ไม่ทันที่แผ่นหลังของเพื่อนจินจะหายพ้นประตูที่จะเข้าสู่ห้องครัวจินเป็น ฝ่ายที่เริ่มทำลายบรรยากาศน่าอึดอัดเมื่อครู่ลงด้วยคำถามที่ทำให้คาเมะถึง กับกัดปากตัวเองอย่างขัดใจ
ใช่ เพราะคาเมะขัดใจที่จินเหมือนจะรู้ว่าสิ่งที่เคยทำมาทั้งหมดเป็นเพียงเรื่อง โกหก จินเป็นเพื่อนกับฮิโรกิมานาน ทำไมจินถึงจะไม่รู้เรื่องระหว่างเพื่อนตัวเองและคนรัก เพียงแต่จินจะไม่ค่อยได้สนใจเรื่องที่ว่าคนรักของเพื่อนจะเป็นใครก็เท่านั้น เพราะตอนนั้นคนที่จินสนใจก็มีเพียงคาเมะคนเดียว และการพบหน้ากันของทั้งเรียวและฮิโรกิในวันนี้ก็เรียกได้ว่าทำให้คาเมะเห็น ภาพการทลายลงของภาพที่คาเมะพยายามสร้างขึ้นเพื่อลงโทษจินคล้ายกับการล้มโดมิ โน่ที่ราบเป็นหน้ากลอง และจินก็เห็นช่องว่างเพื่อเปิดทางเข้าไปหาพื้นที่ในการมีตัวตนของจินข้างคา เมะจกการใช้สมองอย่างหนักท่ามกลางความเงียบที่เกิดขึ้นเมื่อครู่ นึกขอบคุณเหลือเกินที่สมองของจินไม่ฝ่อไปตั้งแต่ตอนที่คาเมะพยายามปั่นหัว ให้จินคิดว่าไม่รักกันแล้ว และก็ขอบคุณงานวันเกิดของยูยะครั้งนี้เช่นกันที่ทำให้ความจริงตรงหน้าปรากฎ
“ถ้ารู้แล้ว ก็คิดได้แล้วสินะว่าไม่ควรจะใช้นิชิกิโดเป็นกำบังอีกต่อไป” จินพิงร่างไปกับพนักเก้าอี้ สองแขนยกขึ้นกอดอกตัวเอง ด้วยท่าทางเหมือนเป็นต่อคาเมะมากมายทำให้คนมองต้องเชิดหน้าขึ้นเหมือนเด็ก ถูกขัดใจแล้วมองเมินไปทางอื่น
“นายมีสิทธิ์ที่จะแนะนำชั้นด้วยเหรอจิ น?” คำพูดของจินถูกชะงักไว้ที่ปลายลิ้นจนต้องขมวดคิ้วใส่ใบหน้าใส จินไม่คิดว่าคาเมะจะกลายเป็นคนดื้อดึงขนาดนี้ และจะดื้อมากที่สุดโดยเฉพาะอย่างยิ่งกับจิน
“ถ้านายยังคิดว่านิ ชิกิโดพี่ชายที่แสนดีนั่นจะยังคอยให้นายใช้เป็นกำบังอยู่ก็ตามใจเถอะ และถ้านายกำลังคิดว่าจะทำอย่างนี้ต่อไป ชั้นก็คงจะตัดใจจริงๆ เพราะถ้าเป็นอย่างนั้นจริง คาซึยะคนที่ชั้นรักคงไม่มีตัวตนอยู่แล้วจริงๆ คนตรงหน้าชั้นกลายเป็นคนใจร้ายที่ไม่เคยเห็นใจกระทั่งฮิโรกิซึ่งเป็นเพื่อน มัวแต่คิดที่จะปกป้องตัวเองจนไม่เหลือความใจดีให้คนอื่น”
ประโยค กล่าวหาของจินทำหน้าที่ได้เป็นอย่างดี ในเมื่อคาเมะหันมาขมวดคิ้วฉับอย่างเอาเรื่อง สายตาที่มองตรงมาคล้ายจะมีลูกไฟปะทุอยู่ภายในด้วยความโกรธ โกรธที่ไม่คิดว่าจะเป็นจินที่กล่าวหาว่าเค้าไม่มีหัวใจและทรยศเพื่อน ถึงจินจะไม่ได้พูดอย่างนั้น แต่ความหมายของคำพูดคงสื่อไปทางอื่นไมได้อีก
“นาย มีสิทธิ์อะไรมาว่าชั้น?! อคานิชิ?!” คาเมะกัดฟันแน่นไม่ให้ตะเบ็งเสียงออกไป คำพูดนั้นของจินทำให้คาเมะโกรธและโกรธมากด้วยกับคำกล่าวหาที่ว่าคาเมะใจร้าย และเห็นแก่ตัว
“ชั้นขอโทษ...ชั้นลืมไปว่าชั้นไม่มีสิทธิ์อะไร ทั้งนั้น” ร่างสูงนิ่งไปชั่วอึดใจก่อนจะถอนหายใจอกมาอย่างคนหมดแรง ดวงตาคมเข้มที่เคยจ้องกันอยู่เมื่อครู่มองสบตาคู่สวยที่วาววับชั่วพริบตา ก่อนจะหรุบตาลงต่ำมองอยู่แค่ชุดช้อนส้อมตรงหน้า ลมหายใจเฮือกใหญ่คล้ายจะเป็นการเรียกกำลังใจให้ตัวเองถูกสูดเข้าปอดช้าๆ แต่จินรู้สึกคล้ายว่ามันไม่ใช่อากาศแต่มันเป็นลิ่มแหลมที่กรีดในอกจนมันเจ็บ กับคำว่าไม่มีสิทธิ์ของคาเมะอย่างทรมาน
ริมฝีปากสีอ่อนเผยอค้าง เมื่อแสงไฟสลัวรางในร้านที่ส่องกระทบซีกหน้าและดวงตาที่เลื่อนขึ้นมาสบกัน อีกครั้ง ที่ริมฝีปากอิ่มคล้ายจะมีรอยยิ้มแสนเศร้าส่งมาให้ ดวงตาคมคู่นั้นทั้งที่จินกำลังยิ้มแต่ทำไมถึงได้มีหยาดน้ำที่คลอหน่วยขึ้นมา จนคาเมะยังอดใจหายไม่ได้
...เค้าทำจินร้องไห้อย่างนั้นหรือ?...
คิดมาถึงตรงนี้ คำว่าใจร้ายที่จินกล่าวหาคาเมะเมื่อครู่มันผุดขึ้นอย่างไม่รู้ตัว คนตัวเล็กเม้มปากแน่นก่อนจะก้มหน้านิ่ง
.
.
.
เด็ก หนุ่มที่เพิ่งเดินเข้ามาถึงประตูเข้าห้องครัวถึงกับตาค้างเมื่ออยู่ๆ คนที่เดินตามมาด้านหลังก็รั้งเค้าทั้งตัวไปหลบอยู่ข้างประตูพร้อมกับมือใหญ่ ที่ปิดปากสนิทให้ได้ดิ้นขัดขืนเพราะความอึดอัด
“อื้อ!!”
“ชู่ ว์...เบาๆหน่อย” ร่างสูงส่งเสียงกระซิบที่ริมหูบอกให้อีกคนที่ตั้งท่าจะโวยวายเงียบลง จนเมื่อคนตัวเล็กไม่ได้ขัดขืนแล้วยามะพีถึงได้ปล่อยมือที่ปิดปากออกแต่ยังคง โอบรอบเอวบางเอาไว้จากทางด้านหลังพร้อมกับถอนหายใจออกมาอย่างเหนื่อยอ่อน ทำไมวันนี้เค้าทั้งคู่จะต้องมาคอยหลบๆซ่อนๆให้คนอื่นเค้าคืนดีกันด้วยนะ วันเกิดยูยะแท้ๆแทนที่จะได้ฉลองกันสองคน เจ้าตัวเค้าก็อยากได้ของขวัญวันเกิดเป็นพี่สะใภ้คนใหม่ซะนี่ แถมยังอาจจะได้ของขวัญพิเศษเป็นพี่เขยคนใหม่อีกต่างหาก ตอนนี้เลยกลายเป็นว่าจะออกไปที่โต๊ะก็ไม่ได้ จะเข้าไปหาเรียวกับฮิโรกิก็ไม่ได้ เลยต้องมายืนหลบอยู่ข้างประตู ฟังคำสารภาพบาปของเรียวที่มีต่อฮิโรกิเมื่อครั้งอดีตซะนี่
“คำขอ โทษของชั้นมันอาจจะไม่เพียงพอที่จะชดใช้ช่วงเวลาที่นายต้องทรมาน...แต่ชั้น ก็อยากจะขอโทษ ชั้นขอโทษจริงๆ ฮิโรกิ” คนที่ถูกฮิโรกิทำร้ายร่างกายยังคงยืนกอดร่างบางนิ่งพร้อมกับคำขอโทษมากมาย
“ตอน นั้นชั้นยอมรับว่าเราคงยังไม่เข้าใจอะไรหลายๆอย่าง เรื่องรอบตัวพากันกดดันให้เราต้องคิดที่จะหาทางออกกับสิ่งที่สังคมยังคงมอง ว่ามันผิดปกติ และหลังจากนั้นชั้นก็ต้องทรมานกับตัวเองเพียงลำพังซึ่งชั้นก็ไม่คิดว่านายจะ ทรมานน้อยไปกว่ากัน” เรียวกระชับอ้อมแขนแน่นเข้าให้กอดคนในอ้อมแขนได้แนบสนิท กอดให้แน่นสมกับความคิดถึงที่ห่างหายกันมาหลายปี ใบหน้าคมเข้มซบลงที่ซอกคอหอมกลิ่นที่คุ้นเคยแม้จะห่างกันไปนานแค่ไหนเรียวก็ จำได้ขึ้นใจ กลิ่นของคนรักเรียว “ที่นายเคยถามว่าชั้นกลัวการที่จะมีนายเป็นคนรักเหรอ? ถ้าตอนนั้นชั้นไม่โกหกนายไป คำตอบของชั้นคือไม่ใช่ ชีวิตชั้นไม่เคยกลัวที่จะเป็นอะไรแม้ว่ามันจะมีหลุมดำอยู่ตรงหน้า ถ้าหากมีนาย...ชั้นก็พร้อมที่จะเดินต่อไป แต่ตอนนั้นมันไม่ใช่ ครอบครัวของนายพร้อมใจกันมาเพื่อบอกว่าพวกเค้าปกป้องนายและอยากจะให้ชั้นปก ป้องนายด้วยวิธีของพวกเค้า”
“นายก็ทำตามที่เค้าบอกอย่างนั้นสิ...โดยไม่คิดถึงใจชั้นซักคำ” ดวงตากลมช้อนขึ้นมองอย่างไม่พอใจที่ถูกตัดสินใจแทนในอดีต
“ใช่... ตอนนั้นที่บ้านนายบอกว่าจะให้เงินชั้นก้อนนึงเพื่อออกมาจากชีวิตนาย แต่ชั้นไมได้รับไว้และชั้นก็ก้าวออกจากชีวิตนายทันทีในวันรุ่งขึ้น ชั้นเพิ่งรู้ว่ามันทรมานและชั้นก็คิดถึงแต่นายว่านายจะทรมานเหมือนกันมั้ย แต่ชั้นคิดว่านายคงทรมานกว่าชั้นมากทีเดียว ชั้นเคยไปหานายที่บ้าน ที่บ้านนายบอกว่า...นายออกมาแล้ว ชั้นตกใจจนทำอะไรไม่ถูก...”
ใช่ เรียวตกใจจนทำอะไรไม่ถูกที่คิดว่าฮิโรกิจะอยู่ยังไงตัวคนเดียว คนที่ทางบ้านเคยประคบประหงมขนาดนั้นจะอยู่ได้อย่างไรในโลกกว้างที่มีแต่ อันตราย แล้วยิ่งไม่มีเรียวอยู่คอยดูแลฮิโรกิจะทรมานขนาดไหน เรียวก็พยายามที่จะตามหาคนคนนี้มาตลอดแต่มันก้เหมอืนงมเข็มในมหาสมุทรนั่น แหละ คนทั้งญี่ปุ่นไม่ได้มีแค่สิบคน ฮิโรกิอาจจะไปอยู่ที่ไหนก็ได้ในญี่ปุ่น หรืออาจจะเป็นที่ไหนก็ได้ในโลกใบนี้ เรียวก็ได้แต่ภาวนาให้ความหวังของเรียวได้รับการตอบสนอง...และวันนี้ก็มาถึง
“ชั้น...” เสียงทุ้มนั่นแหบเครือจนฮิโรกิยังตกใจ ความร้อนของของเหลวที่นาบลงบนไหล่บางทำให้ฮิโรกิรู้ว่าเรียวกำลังร้องไห้ จริงไม่ได้คิดไปเอง มือบางยกขึ้นอย่างลังเลก่อนจะลูบลงบนกลุ่มผมนุ่มเพื่อช่วยผ่อนคลายความอึด อักทั้งของตัวเองและคนที่กอดเค้าแน่น คนรักกันเมื่อเห็นคนที่รักทรมานก็คงไม่มีใครทนได้ แม้ว่าจะถูกทำให้เจ็บมามากแค่ไหนแต่ก็ไม่มีวันที่จะเลิกรักหรือทำให้คนที่ รักเจ็บ
ปลายนิ้วเรียวกดศีรษะได้รูปของร่างหนาให้ซบลงบนบ่าลูบ เบาๆเป็นการปลอบโยนให้กับความผิดที่เรียวสารภาพออกมาทั้งหมด คำขอโทษที่เรียวพร่ำบอกไม่รู้กี่ครั้งกี่หนทำให้ฮิโรกิตัดสินใจที่จะดันร่าง หนาออกและแตะปลายนิ้วลงบนเรียวปากสวย
“หยุดขอโทษเถอะ...พอแล้ว ที่จริงเราก็ผิดด้วยกันทั้งคู่นั่นแหละ ถ้าตอนนั้นชั้นบอกนายว่าชั้นมั่นใจในตัวนายมากแค่ไหนนายก็คงไม่ทำอย่างนั้น ชั้นขอโทษที่ทำให้นายทรมานไม่ต่างกัน” ดวงตากลมหรุบลงมองที่อกเสื้อคนตรงหน้านิ่ง น้ำเสียงอ่อนเบาที่เอ่ยคำให้อภัยที่ดูเหมือนง่ายดายจากที่โกรธกันมาเป็นปีๆ แต่ฮิโรกิก็แค่คิดว่าในเมื่อคนสองคนยังมีความคิดที่ตรงกันอยู่ เรายังรักกัน เรายังทรมานเมื่อห่างกัน ทำไมเราจะกลับมารักกันเพื่อให้ความน่ารำคาญเหล่านั้นมันหายไปไม่ได้? ใครจะว่ามันง่ายก็ไม่สนหรอก ในเมื่อทำแล้วมีความสุขจะไปทรมานตัวเองอยู่ทำไม
รอย ยิ้มสดใสอย่างที่เรียวเคยได้รับปรากฏขึ้นบนใบหน้าน่ามองจนอดใจไม่ไหวที่จะ แต้มริมฝีปากลงไปที่มุมปากเล็ก แต่ก่อนที่จะแนบกระชับลงไปอีกครั้ง เสียงเคาะประตูเบาๆ ก็ดังขึ้นให้ทั้งสองคนชะงักทั้งที่ยังกอดกันกลม เมื่อหันไปมองทางต้นเสียงนาทีแรกยังไม่ปรากฏผู้กระทำ แต่ยามะพีก็โผล่ออกมาจากข้างกรอบประตูโดยมียูยะที่ติดมือมาเพราะถูกปิดตาไม่ ให้ได้รู้ได้เห็นอะไรที่กำลังเกิดขึ้นในตอนนี้
“ถ้าเคลียร์กัน เสร็จแล้วก็ช่วยรีบหน่อยเถอะ หิวจะแย่...เติลพลังเสร็จพวกนายยังต้องมีเรื่องให้ใช้แรงอีกเยอะนะเพื่อน” คนตาโตทำหน้าตาปรืออย่างเบื่อหน่ายมองมาที่คนทั้งคู่ ทั้งที่อีกมือยังถูกยูยะพยายามแกะออก
เรียวและฮิโรกิผละออกจากกันด้วยสีหน้าที่ดีกว่าตอนที่เจอกันครั้งแรกเยอะก่อนจะเดินตามยูยะและยามะพีออกมาที่โต๊ะพร้อมอาหารในมือ
มื้อ อาหารเริ่มขึ้นด้วยเสียงพูดคุยที่ดูจะมีมากกว่าช่วงแรกอีกซักหน่อยเพราะฮิโร กิและเรียวร่วมด้วยในวงสนทนามากขึ้น ความโล่งใจและกระจ่างใจคงทำให้มื้ออาหารอร่อยขึ้นอีกหลายระดับ และเพราะเหตุนี้ คนที่ยังไม่มีความกระจ่างใจในตัวคนตรงหน้าถึงได้หน้าตึงโดยไม่รู้ตัว คาเมะกลายเป็นคนที่เงียบที่สุดในโต๊ะอาหารไปแทน ทั้งที่จินยังสามารถพูดคุยได้เหมือนเดิมแต่ทำไมคาเมะถึงต้องมานั่งขมวดคิ้ว นิ่วหน้าอย่างตอนนี้ก็ไม่รู้ได้ นี่เป็นสิ่งหนึ่งที่เกิดขึ้นตั้งแต่จินกลับเข้ามาในชีวิตคาเมะอีกครั้ง อารมณ์เสียทุกครั้งที่ถูกทำเหมือนไม่สนใจ ทั้งที่เวลาคาเมะทำเป็นไม่สนใจจินคาเมะจะรู้สึกเหมือนได้เอาคืนและคล้ายว่า จะยิ้มเมื่อเห็นอาการเอาอกเอาใจ หรือว่าคาเมะจะกลายเป็นคนนิสัยไม่ดีอย่างที่จินบอกจริงๆ
“พี่คา เมะ...เป็นอะไรครับ ไม่อร่อยเหรอ? พี่ฮิโรกิอุตส่าห์ทำให้ทานเลยนะเนี่ย ผมได้ข่าวมาว่าพี่ฮิโรกินี่มือหนึ่งทำอาหารตอนที่พวกพี่เรียนด้วยกันเลยไม่ ใช่เหรอครับ?” เสียงยูยะน้องเล็กทักฝ่าความคิดของตัวเองมาแต่ไกลคาเมะกระพริบตาปริบก่อนจะ หันไปสนใจสายตาทุกคู่ที่มองมา...ยกเว้นจิน คิ้วเรียวเลยได้แต่ขมวดเข้าหากันอย่างหาสาเหตุไม่เจอ
“ทำหน้า อย่างนั้นหมายความว่ายังไงน่ะคาเมะ?” ฮิโรกิเอ่ยถามเย้าๆแล้วหันไปยักคิ้วหลิ่วตากับเรียว คาเมะเลยได้แค่คลายปมที่หัวคิ้วออกก่อนจะยิ้มจางๆไปให้ทุกคนบนโต๊ะที่มองมา เป็นตาเดียว สีหน้าของเรียวและฮิโรกิเวลาที่มองกันดูดีขึ้นเยอะ ไม่เยอะล่ะ มันเป็นสีหน้าและแววตาของคนที่มีความสุขมากหลังจากที่ต้องผ่านความทุกข์มา เยอะเลยล่ะ เห็นอย่างนี้คาเมะก็คงจะล้มเลิกความคิดที่จะใช้เรียวเป็นโล่อย่างที่จินว่า จริงๆ ไม่ใช่เพราะว่าจินจะหาว่าคาเมะใจร้ายหรอกนะ
“หาคนป้อนข้าว ป้อนน้ำเหรอ? อคานิชิ ทำหน้าที่หน่อยสิ” ถ้าเกิดคาเมะจะคิดว่าเรียวรอโอกาสที่จะเอาคืนหลังจากที่คาเมะส่งให้เรียวโดน จินประหัดประหารด้วยสายตามาก่อนหน้านี้ สิ่งที่เกิดขึ้นตอนนี้คงคิดได้แค่ว่าคนที่เรียวจะเอาคืนคงไม่ใช่จินแต่เป็น คาเมะเอง ไม่อย่างนั้นเรียวคงไม่พูดคำนั้นออกมา
คนฟังคนนึงกำลัง กัดปากแน่นทำได้แค่คอยลอบมองไปทางคนอื่นที่คล้ายจะล้อมวงเพื่อตี่เต่าอย่าง เค้าให้แบนแต้ดคาที่ อีกคนเค้าก็ยิ่งทำท่าเหมือนจะเหยียบให้คาเมะแบนไปยิ่งกว่าเดิม จินยังเคี้ยวข้าวด้วยความเร็วสม่ำเสมอตาคู่นั้นเหลือบขึ้นมามองทางคาเมะก่อน จะหรุบลงและตักข้าวเข้าปากอีกคำ เคี้ยวจนหมดและยกแก้วน้ำขึ้นดื่มอีกอึก อาการเชื่องช้าเหมือนกับไม่ได้สนใจอะไรกับคำพูดของเรียวทำให้คาเมะลอบสูด หายใจเข้าลึก ปากบางยังถูกเม้มแน่นไม่เลิก คนมองน่ะรู้สึกเหลือเกินว่าทำไมคาเมะชอบทำให้ตัวเองเจ็บอยู่เรื่อย แต่คนทำจะรู้สึกอะไรบ้างรึเปล่านั้นจินไม่รู้หรอก
“นี่ตกลงว่า งานวันเกิดยูยะเป็นอะไรที่แสลงใจพวกนายรึไง ถึงได้เป่าสากให้พวกชั้นฟังอย่างนี้?” ยามะพีเป็นคนที่เอ่ยประโยคลำดับสุดท้ายให้ทั้งคู่ จินเลยวางส้อมในมือลงหลังจากที่เอื้อมไปจิ้มเนื้อย่างเข้าปากไป
“ตกลง ชั้นเลี้ยงเด็กอ่อนหรอ? ถึงต้องป้อนข้าวป้อนน้ำ” ใครไม่ได้ยินแต่เรียวได้ยิน...ชัดด้วย ไอ้เต่ามันจิ๊ปากท่าทางอารมณ์เสียน่าดูแถมยังเมินมองไปอีกทางอย่างไม่สนลมสน ฟ้าที่นั่งมองตาปริบๆ สงสัยว่าตอนที่พวกเค้าสี่คนเข้าไปข้างใน อคานิชิคงจะใช้หัวสมองของวิศวกรรูปงามให้เกิดประโยชน์ด้วยการต้อนคาเมะให้จน มุมด้วยเค้าและฮิโรกิแน่ๆ เรียวเดาได้ไม่ผิด...และก็ถูกต้องจนไม่รู้จะให้คะแนนกี่คะแนนดี
“เอา น่า...นี่ วันเกิดทั้งทีของขวัญจะไม่ให้เจ้าของวันเกิดเลยรึไง?” ฮิโรกิเป็นคนเบี่ยงเบนสถานการณ์ล่อแหลมต่อเหตุวิวาทให้กลายมาเป็นประเด็นที่ น่าจะคุยได้สะดวกใจมากกว่าเดิม คนหน้าสวยเดินเข้าไปด้านหลังร้านอีกครั้งหนึ่งโดยไม่ลืมชวนเรียวให้ตามเข้า ไปด้วยจนยูยะอดจะแซวไม่ได้
“แหม...คืนดีกันแป๊บเดียวขาดกันไม่ ได้เลยนะครับ” ฮิโรกิแก้เขินเพียงแค่ย่นคิ้วให้ยูยะที่ยิ้มจนตายิบจนคนรักตัวโตที่นั่งข้าง กันอดจะเอานิ้วจิ้มไปที่แก้มกลมนั่นแรงๆให้เจ้าตัวร้องโอยตามมาไม่ได้
“ผม เจ็บนะยามะน่ะ” มือน้อยยกขึ้นกุมแก้มตัวเองหน้าม่อยอย่างน่าชัง แต่ท่ามกลางบรรยากาศอ่อนหวานน่ารักของคู่รักสองคู่ คู่หนึ่งที่เพิ่งเดินเข้าไปกับอีกคู่หนึ่งที่นั่งอยู่ตรงหน้าทำให้จินนึก อิจฉาไม่น้อย คิดแล้วก็กลุ้มไม่หายว่าไล่ต้อนคาเมะให้เข้ามุมอย่างที่นิชิกิโดเสนอจะดี หรือจะร้ายจนตายกันไปข้างก็ไม่รู้สิน่า
ลูกแก้วสีน้ำตาลเข้มคอย เพียรแต่จะมองไปทางยูยะและยามะพี เพียงแต่จินก็เพียรแต่จะมองจ้องตรงมาที่คาเมะก็เท่านั้น ความอึดอัดที่กินระยะเวลานานต่อเนื่องมาตั้งแต่ก่อนที่มื้ออาหารจะเริ่มทำ ให้คาเมะรู้สึกอยากจะหลบเลี่ยงหรือมีเวลาผ่อนคลายจากสายตาที่จ้องมาเหมือน โดนจับผิด เสียงครูดเก้าอี้กับพื้นเกิดขึ้นเบาๆ แต่ก็เรียกให้อีกสองคนหันมามองโดยที่มีจินจับจ้องร่างนี้อยู่ก่อนแล้ว
“ขอ ตัว...ไปข้างนอกเดี๋ยวนะ” แล้วจินเองก็ลุกตามไปโดยไม่พูดอะไร แต่แค่ก้าวไปพ้นโต๊ะอาหารไม่เท่าไหร่ไฟทั้งร้านก็ดับลง ระยะห่างระหว่างจินกับคาเมะตอนที่เดินไปคงไม่ไกลกันเท่าไหร่ เพราะเมื่อร่างบางสะดุดเข้ากับขาโต๊ะเพราะมองไม่เห็นทางจินถึงได้รับเอาคา เมะมาไว้กับตัวได้ทันก่อนที่จะมีคนหน้าคะมำไปให้ได้เจ็บตัว แขนเล็กรัดรอบเอวหนาแน่นเข้าด้วยความกลัวจะร่วงลงไปกองกับพื้นเหมือนกับจิ นที่กอดร่างเล็กไว้แนบอก
“เป็นอะไรมั้ย?” เป็นจินที่เริ่มถามก่อนและได้คำตอบที่น่าพอใจพอสมควรเพราะคาเมะไม่ได้เจ็บ ที่ตรงไหน นอกจากจะเจ็บเท้าเพราะสะดุดขาโต๊ะเมื่อครู่เท่านั้นแต่ก็คงไม่มากมายอะไร เจ้าตัวถึงปฏิเสธออกมาโดยไม่ต้องคิด
ยังไม่ทันได้จัดท่าทางให้ ยืนตัวตรงได้เหมือนเดิม แสงไฟจากเทียนเล่มเล็กล้อมเป็นวงกลมบนเค้กวันเกิดปอนด์ใหญ่ เมื่อเค้กวันเกิดที่มีเรียวเป็นคนประคองมาโดยมีฮิโรกิเดิมอมยิ้มตามมาเพราะ ได้ยินเสียงเจ้าของวันเกิดร้องโอ้โหมาแต่ไกลก็ให้ยิ้มไม่หุบ เรียวที่เพิ่งเดินผ่านไปพร้อมฮิโรกิแกล้งทำเป็นไม่เห็นเค้าสองคนที่ยืนกอด กันอยู่กลางร้านไปวางเค้กไว้บนโต๊ะอาหารที่ถูกเคลียร์พื้นที่ไว้ส่วนนึงแล้ว
รอ จนยูยะนั่งนิ่งอยู่กับที่และพร้อมที่จะร้องเพลงวันเกิดสายตาทุกคู่ก็กลับมา จับจองที่คู่ที่ยืนกอดกันอยู่กลางร้านอีกครั้ง แล้วก็ไม่พ้นเรียวที่จะอาสาออกปาลากให้กลับมานั่งร่วมโต๊ะกันอีกรอบ
“อ้าว... จะยืนกอดกันอีกนานมั้ย? ยูยะคุงรออยู่” สองคนหันหน้าไปมองกันก่อนคาเมะจะอ้าปากค้างด้วยสีหน้าตกใจแล้วมือบางก็รี ยผลักใสให้จินออกห่างในทันที คนถูกผลักก็ปล่อยมืออย่างง่ายดายแล้วก้มหน้าลงต่ำลอบยิ้มกับตัวเองอยู่ลำพัง เพราะตัวคาเมะร้อนจนน่าตกใจแต่ไม่ใช่เพราะเป็นห่วงว่าจะไม่สบายหรือเป็นไข้ อะไร เพียงแต่จินจะรู้ว่าคาเมะตัวร้อนเพราะเขินอายเกินระดับปกติเท่านั้น ให้เดาอีกรอบจินก็คงคิดว่าในสมองคาเมะตอนนี้คงมีแต่เรื่องที่อยากจะทำให้ เรียวหายไปจากตรงนี้แทนที่จะอยากให้อยู่เป็นไม้กันจินให้ตลอดรอดฝั่ง แต่ตอนนี้ดูท่าว่าคนที่จะส่งคาเมะเข้าปากจินก็มีแต่เรียวนี่แหละ ที่ยื่นโอกาสให้จินรับได้ไม่รู้กี่รอบต่อกี่รอบ
เพลงวันเกิดจบลง ไปพร้อมกับเสียงปรบมือไม่ดังนัก ของขวัญวันเกิดยูยะของฮิโรกิคือเค้กปอนด์โตเจ้าตัวเล็กยิ้มร่าพร้อมกับตัด เค้กให้ทุกคนโดยมีกล่องของขวัญขนาดแตกต่างกันเป็นสิ่งแลกเปลี่ยน
“ของ ขวัญผมขอกลับไปแกะที่บ้านนะครับ วันนี้ผมมีความสุขมาก...ขอบคุณจริงๆครับ เค้กอร่อยมากเลยฮะพี่ฮิโระ” ร่างจ้อยโผเข้ากอดฮิโรกิแน่นเรียกรอยยิ้มและเสียงหัวเราะให้ดังขึ้นอีกครั้ง
“ไม่เป็นไร ยินดีครับ แค่ตอนที่ยามะมาติดต่อร้านนี้ก็ดีใจจะแย่แล้วที่ได้เจอเพื่อนเก่าบ้าง...”
“แต่ ดีใจมากกว่าที่ได้เจอคนรักเก่าใช่มั้ยครับ?” ฝาแฝดยามะมันเอียงคอยิ้มร่าให้เอ็นดูจนทำร้ายร่างกายไม่ลงเลยได้แต่ชี้หน้า คาดโทษเอาไว้แค่นั้น
“จ้า...ล้อคนอื่นดีนักวันนี้อย่าฉลองดึกนักล่ะ แต่ตอนนี้ก็ดึกแล้วนะ รีบกลับเถอะเดี๋ยวจะขับรถขับราลำบาก” หลังจากที่ฮิโรกิบอกให้ทุกคนที่ช่วยกันเก็บโต๊ะอาหารและนำจานไปวางไว้ในอ่าง ล้างจานโดยไม่ต้องล้างเพราะพรุ่งนี้จะมีเด็กในร้านมาล้างให้ ทั้งหมดจึงมารวมตัวกันอยู่ที่หน้าร้าน
ยามะและยูยะขึ้นรถไปเรียบ ร้อยและโบกมือลาพร้อมคำขอบคุณรอบที่ล้านเห็นจะได้ก่อนจะจากไป ฮิโรกิกันมามองอีกคู่ที่ยังทำท่าปั้นปึ่งใส่กันไม่หายแล้วเลิกคิ้วมองไปทาง เรียวที่ลอยหน้าท้าลมเหมือนไม่สนใจอะไรรอบตัวให้ฮิโรกิต้องเป็นฝ่ายถามเอง บ้าง เพราะถ้าให้เรียวปฏิบัติหน้าที่อีกรอบคาเมะคงแช่งให้เรียวเตี้ยกว่าเดิมอีก ซักห้าเซนเห็นจะได้ แต่พอเถอะสูงแค่นี้ฮิโรกิก็ลำบากจะแย่...จะน้อยลงกว่านี้ก็คงไม่ดีเท่าไหร่
“แล้ว จินจะไปส่งคาเมะใช่มั้ย?” คนถูกถามยังยืนนิ่งล้วงกระเป๋ากางเกงอยู่อย่างนั้นจนคนที่ดูเหมือนจะกลาย เป็นภาระให้คนอื่นอย่างคาเมะหันไปมองหน้าคนหน้านิ่งแล้วรีบเอ่ยขอตัวทั้งที่ มือยังกำแน่น
“เอ่อ...ไม่เป็นไรฮิโรกิ เราไปเองได้ วันนี้อาหารอร่อยมากขอบคุณ แล้วพบกันนะ” ฮิโรกิเดินเข้ามาใกล้ กอดกันให้พออุ่นแล้วคาเมะก็รีบจากมาจากที่ตรงนั้น
“อ้าวเดี๋ยว ...แล้วนั่นจะไปยังไง รถไม่หมดแล้วเหรอป่านนี้ จะเที่ยงคืนอยู่แล้วอันตรายจะตายไป” ตะโกนไล่หลังไปแต่อีกคนก็ไม่มีท่าว่าจะหันกลับมาสนใจอะไรอีกเลย ใบหน้าเรียวสวยเชิดขึ้นปรายหางตาไปหาเพื่อนสนิทสมัยมหาวิทยาลัย
“ไปสิ ยืนบื้อทำซากอะไรล่ะ?” แถวด้วยการพยักเพยิดหน้าไปทางที่คาเมะหายลับไปกับความมืดของเส้นทางยามค่ำคืนอีกด้วย
“เออ ไม่ต้องบอกก็จะไปอยู่แล้ว เชิญไปเคลียร์กันให้หมดเปลือกชุ่มปอดเถอะ” ร่างสูงโยนกุญแจในมือเดาะเล่นสองสามครั้งก่อนจะขึ้นรถตัวเองเลี้ยวไปตามทาง ที่คาดว่าคาเมะจะเดินไป
เรียวและฮิโรกิหันกลับมามองหน้ากันก่อน จะยิ้ม อ้อมแขนทั้งสองเหมือนถวิลหากันมานานหลายปีเอื้อมเข้าสอดรัดร่างของคนทั้งคู่ เข้าหาหัน ท่ามกลางแสงไฟสลัวรางของทางเดินริมถนนเส้นรองที่รถไม่เยอะอย่างตอนกลางวัน ไฟดวงสีส้มสาดอยู่เหนือศีรษะทาทับเงาร่างสองร่างที่พากันเดินเข้าไปในร้าน หลังคำชักชวนของเจ้าของร้านอาหารเล็กๆแห่งนี้
“...วันนี้ค้างที่นี่เถอะ ดึกแล้วอันตราย...”
“ไม่ปฏิเสธตามมารยาทหรือนะถึงแม้นายจะชวนตามมารยาทก็ตาม”
มือ หนาเกี่ยวเอวบางให้เดินเข้าไปพร้อมกัน หลังประตูร้านที่ปิดลงเงาสองร่างที่ทอดทับกลายเป็นหนึ่ง โอบกอดใกล้ชิดให้สมกับระยะเวลาที่เคยห่างหาย ช่วงเวลาแห่งความสุขของทั้งคู่ได้คืนสู่อ้อมกอดของกันและกันแล้วสินะ คิดถึงตัวเองแล้วก็อดคิดถึงเพื่อนตัวดีของฮิโรกิอีกคนไม่ได้ จิน กับคาเมะไม่รู้จะเป็นยังไงต่อไป ผลัดกันโกรธผลัดกันงอนไปมาอย่างนี้ ไม่รู้ตัวเลยหรือไงว่านั่นน่ะมันอาการของคนที่เค้าดีกันอยู่แล้วโกรธกันงอน กัน ไม่ใช่อาการของคนที่โกรธกันอยู่แล้วง้อกันเลยซักนิด
“คืนนี้จินจะเสร็จคาเมะหรือคาเมะจะเสร็จจินน่ะเรียว?”
“ไม่ รู้สิ อาจจะเสร็จกันทั้งคู่ก็ได้มั้ง...อย่าสนเลย เรื่องของเราน่าสนกว่าเยอะ...เล่าให้ชั้นฟังหน่อยดีกว่าว่าหลังจากออกจาก บ้านมาเป็นยังไงบ้าง” ไม่ใช่ว่าเรียวอยากรื้อฟื้นช่วงเวลาแสนทรมานของคนรัก แต่เรียวอยากรู้ว่าระหว่างที่เค้าไม่อยู่นั้นฮิโรกิมีชีวิตความเป็นอยู่ อย่างไร ทุกข์ทรมานแค่ไหน? เพราะเรียวจะทำให้ปัจจุบันของฮิโรกิมีความสุขให้มากกว่าที่เคยเป็นทุกข์มาจน หาค่าทวีคุณไม่เจอเลยล่ะ
ตอนหน้าคิดว่าคงจบค่ะ pen1_08.gif
--------------------
IPB Image
DANGER ZONE 18 BANED
๕๕ คราวที่แล้วมีคนรีเควสความคืบหน้าแบบรวดเร็ว...
ไม่ได้อะ ทำไม่ได้ แต่งได้แค่นี้ อ่านเถอะค่ะ pen1_07.gif
แล้วเจอกันเร็วๆนี้ค่ะ แวะไปอ่านเรื่องใหม่กันด้วยเนอะ^^
แล้วก็ลิงค์ Blog จะทยอยเอาไปบวเก็บไว้ที่นี่นะคะ
ขอบคุณที่อ่านมาจนถึงตอน9 ค่ะ
My Immortal 09
==================================
“ผม ว่าผมไปดูพี่ฮิโรกิกับพี่เรียวหน่อยดีกว่าครับ หายไปนานเลย” เด็กตากลมที่นั่งตรงข้ามยามะพีทำสายตากลอกไปกลอกมาจนตาจะกลับแล้วก็หาคำตอบ ให้ตัวเองได้ว่ายูยะควรจะหายตัวไปจากที่ตรงนี้โดยเร็วที่สุด เพื่ออะไรไม่ต้องบอกและยามะก็คงจะรู้ตัวเช่นกันว่าโลกท่ามกลางความเงียบและ เฉยชาของคาเมะกำลังจะทำให้จินใช้สมองอย่างหนัก
แต่ไอ้จินก็เป็นไอ้จินอยู่วันยันค่ำ เมื่อเห็นว่าจินและคาเมะยังเงียบใส่กันยามะพีเลยมีความเห็นว่า
“ชั้น ไปเป็นเพื่อน” ยามาชิตะ โทโมฮิสะที่นั่งอยู่ท่ามกลางสายตาจขอความช่วยเหลือจากคาเมะ และการแสดงอาการเหมือนยามะไม่มีตัวตนของจินด้วยการที่จ้องคนที่นั่งตรงข้าม เหมือนกับจะให้ยามะรู้ตัวว่าโลกนี้ไม่ต้องการยามะแม้แต่น้อย จึงถือโอกาสที่คนรักตัวเล็กของยามะหายเข้าไปตามเรียวและอุจิหายไปจากโลกที่ จินไม่ต้องการด้วยเสียงเรียบๆที่เอ่ยขอตัว
“รู้ใช่มั้ยว่านิชิกิ โดกับฮิโรกิเป็นอะไรกัน” ไม่ทันที่แผ่นหลังของเพื่อนจินจะหายพ้นประตูที่จะเข้าสู่ห้องครัวจินเป็น ฝ่ายที่เริ่มทำลายบรรยากาศน่าอึดอัดเมื่อครู่ลงด้วยคำถามที่ทำให้คาเมะถึง กับกัดปากตัวเองอย่างขัดใจ
ใช่ เพราะคาเมะขัดใจที่จินเหมือนจะรู้ว่าสิ่งที่เคยทำมาทั้งหมดเป็นเพียงเรื่อง โกหก จินเป็นเพื่อนกับฮิโรกิมานาน ทำไมจินถึงจะไม่รู้เรื่องระหว่างเพื่อนตัวเองและคนรัก เพียงแต่จินจะไม่ค่อยได้สนใจเรื่องที่ว่าคนรักของเพื่อนจะเป็นใครก็เท่านั้น เพราะตอนนั้นคนที่จินสนใจก็มีเพียงคาเมะคนเดียว และการพบหน้ากันของทั้งเรียวและฮิโรกิในวันนี้ก็เรียกได้ว่าทำให้คาเมะเห็น ภาพการทลายลงของภาพที่คาเมะพยายามสร้างขึ้นเพื่อลงโทษจินคล้ายกับการล้มโดมิ โน่ที่ราบเป็นหน้ากลอง และจินก็เห็นช่องว่างเพื่อเปิดทางเข้าไปหาพื้นที่ในการมีตัวตนของจินข้างคา เมะจกการใช้สมองอย่างหนักท่ามกลางความเงียบที่เกิดขึ้นเมื่อครู่ นึกขอบคุณเหลือเกินที่สมองของจินไม่ฝ่อไปตั้งแต่ตอนที่คาเมะพยายามปั่นหัว ให้จินคิดว่าไม่รักกันแล้ว และก็ขอบคุณงานวันเกิดของยูยะครั้งนี้เช่นกันที่ทำให้ความจริงตรงหน้าปรากฎ
“ถ้ารู้แล้ว ก็คิดได้แล้วสินะว่าไม่ควรจะใช้นิชิกิโดเป็นกำบังอีกต่อไป” จินพิงร่างไปกับพนักเก้าอี้ สองแขนยกขึ้นกอดอกตัวเอง ด้วยท่าทางเหมือนเป็นต่อคาเมะมากมายทำให้คนมองต้องเชิดหน้าขึ้นเหมือนเด็ก ถูกขัดใจแล้วมองเมินไปทางอื่น
“นายมีสิทธิ์ที่จะแนะนำชั้นด้วยเหรอจิ น?” คำพูดของจินถูกชะงักไว้ที่ปลายลิ้นจนต้องขมวดคิ้วใส่ใบหน้าใส จินไม่คิดว่าคาเมะจะกลายเป็นคนดื้อดึงขนาดนี้ และจะดื้อมากที่สุดโดยเฉพาะอย่างยิ่งกับจิน
“ถ้านายยังคิดว่านิ ชิกิโดพี่ชายที่แสนดีนั่นจะยังคอยให้นายใช้เป็นกำบังอยู่ก็ตามใจเถอะ และถ้านายกำลังคิดว่าจะทำอย่างนี้ต่อไป ชั้นก็คงจะตัดใจจริงๆ เพราะถ้าเป็นอย่างนั้นจริง คาซึยะคนที่ชั้นรักคงไม่มีตัวตนอยู่แล้วจริงๆ คนตรงหน้าชั้นกลายเป็นคนใจร้ายที่ไม่เคยเห็นใจกระทั่งฮิโรกิซึ่งเป็นเพื่อน มัวแต่คิดที่จะปกป้องตัวเองจนไม่เหลือความใจดีให้คนอื่น”
ประโยค กล่าวหาของจินทำหน้าที่ได้เป็นอย่างดี ในเมื่อคาเมะหันมาขมวดคิ้วฉับอย่างเอาเรื่อง สายตาที่มองตรงมาคล้ายจะมีลูกไฟปะทุอยู่ภายในด้วยความโกรธ โกรธที่ไม่คิดว่าจะเป็นจินที่กล่าวหาว่าเค้าไม่มีหัวใจและทรยศเพื่อน ถึงจินจะไม่ได้พูดอย่างนั้น แต่ความหมายของคำพูดคงสื่อไปทางอื่นไมได้อีก
“นาย มีสิทธิ์อะไรมาว่าชั้น?! อคานิชิ?!” คาเมะกัดฟันแน่นไม่ให้ตะเบ็งเสียงออกไป คำพูดนั้นของจินทำให้คาเมะโกรธและโกรธมากด้วยกับคำกล่าวหาที่ว่าคาเมะใจร้าย และเห็นแก่ตัว
“ชั้นขอโทษ...ชั้นลืมไปว่าชั้นไม่มีสิทธิ์อะไร ทั้งนั้น” ร่างสูงนิ่งไปชั่วอึดใจก่อนจะถอนหายใจอกมาอย่างคนหมดแรง ดวงตาคมเข้มที่เคยจ้องกันอยู่เมื่อครู่มองสบตาคู่สวยที่วาววับชั่วพริบตา ก่อนจะหรุบตาลงต่ำมองอยู่แค่ชุดช้อนส้อมตรงหน้า ลมหายใจเฮือกใหญ่คล้ายจะเป็นการเรียกกำลังใจให้ตัวเองถูกสูดเข้าปอดช้าๆ แต่จินรู้สึกคล้ายว่ามันไม่ใช่อากาศแต่มันเป็นลิ่มแหลมที่กรีดในอกจนมันเจ็บ กับคำว่าไม่มีสิทธิ์ของคาเมะอย่างทรมาน
ริมฝีปากสีอ่อนเผยอค้าง เมื่อแสงไฟสลัวรางในร้านที่ส่องกระทบซีกหน้าและดวงตาที่เลื่อนขึ้นมาสบกัน อีกครั้ง ที่ริมฝีปากอิ่มคล้ายจะมีรอยยิ้มแสนเศร้าส่งมาให้ ดวงตาคมคู่นั้นทั้งที่จินกำลังยิ้มแต่ทำไมถึงได้มีหยาดน้ำที่คลอหน่วยขึ้นมา จนคาเมะยังอดใจหายไม่ได้
...เค้าทำจินร้องไห้อย่างนั้นหรือ?...
คิดมาถึงตรงนี้ คำว่าใจร้ายที่จินกล่าวหาคาเมะเมื่อครู่มันผุดขึ้นอย่างไม่รู้ตัว คนตัวเล็กเม้มปากแน่นก่อนจะก้มหน้านิ่ง
.
.
.
เด็ก หนุ่มที่เพิ่งเดินเข้ามาถึงประตูเข้าห้องครัวถึงกับตาค้างเมื่ออยู่ๆ คนที่เดินตามมาด้านหลังก็รั้งเค้าทั้งตัวไปหลบอยู่ข้างประตูพร้อมกับมือใหญ่ ที่ปิดปากสนิทให้ได้ดิ้นขัดขืนเพราะความอึดอัด
“อื้อ!!”
“ชู่ ว์...เบาๆหน่อย” ร่างสูงส่งเสียงกระซิบที่ริมหูบอกให้อีกคนที่ตั้งท่าจะโวยวายเงียบลง จนเมื่อคนตัวเล็กไม่ได้ขัดขืนแล้วยามะพีถึงได้ปล่อยมือที่ปิดปากออกแต่ยังคง โอบรอบเอวบางเอาไว้จากทางด้านหลังพร้อมกับถอนหายใจออกมาอย่างเหนื่อยอ่อน ทำไมวันนี้เค้าทั้งคู่จะต้องมาคอยหลบๆซ่อนๆให้คนอื่นเค้าคืนดีกันด้วยนะ วันเกิดยูยะแท้ๆแทนที่จะได้ฉลองกันสองคน เจ้าตัวเค้าก็อยากได้ของขวัญวันเกิดเป็นพี่สะใภ้คนใหม่ซะนี่ แถมยังอาจจะได้ของขวัญพิเศษเป็นพี่เขยคนใหม่อีกต่างหาก ตอนนี้เลยกลายเป็นว่าจะออกไปที่โต๊ะก็ไม่ได้ จะเข้าไปหาเรียวกับฮิโรกิก็ไม่ได้ เลยต้องมายืนหลบอยู่ข้างประตู ฟังคำสารภาพบาปของเรียวที่มีต่อฮิโรกิเมื่อครั้งอดีตซะนี่
“คำขอ โทษของชั้นมันอาจจะไม่เพียงพอที่จะชดใช้ช่วงเวลาที่นายต้องทรมาน...แต่ชั้น ก็อยากจะขอโทษ ชั้นขอโทษจริงๆ ฮิโรกิ” คนที่ถูกฮิโรกิทำร้ายร่างกายยังคงยืนกอดร่างบางนิ่งพร้อมกับคำขอโทษมากมาย
“ตอน นั้นชั้นยอมรับว่าเราคงยังไม่เข้าใจอะไรหลายๆอย่าง เรื่องรอบตัวพากันกดดันให้เราต้องคิดที่จะหาทางออกกับสิ่งที่สังคมยังคงมอง ว่ามันผิดปกติ และหลังจากนั้นชั้นก็ต้องทรมานกับตัวเองเพียงลำพังซึ่งชั้นก็ไม่คิดว่านายจะ ทรมานน้อยไปกว่ากัน” เรียวกระชับอ้อมแขนแน่นเข้าให้กอดคนในอ้อมแขนได้แนบสนิท กอดให้แน่นสมกับความคิดถึงที่ห่างหายกันมาหลายปี ใบหน้าคมเข้มซบลงที่ซอกคอหอมกลิ่นที่คุ้นเคยแม้จะห่างกันไปนานแค่ไหนเรียวก็ จำได้ขึ้นใจ กลิ่นของคนรักเรียว “ที่นายเคยถามว่าชั้นกลัวการที่จะมีนายเป็นคนรักเหรอ? ถ้าตอนนั้นชั้นไม่โกหกนายไป คำตอบของชั้นคือไม่ใช่ ชีวิตชั้นไม่เคยกลัวที่จะเป็นอะไรแม้ว่ามันจะมีหลุมดำอยู่ตรงหน้า ถ้าหากมีนาย...ชั้นก็พร้อมที่จะเดินต่อไป แต่ตอนนั้นมันไม่ใช่ ครอบครัวของนายพร้อมใจกันมาเพื่อบอกว่าพวกเค้าปกป้องนายและอยากจะให้ชั้นปก ป้องนายด้วยวิธีของพวกเค้า”
“นายก็ทำตามที่เค้าบอกอย่างนั้นสิ...โดยไม่คิดถึงใจชั้นซักคำ” ดวงตากลมช้อนขึ้นมองอย่างไม่พอใจที่ถูกตัดสินใจแทนในอดีต
“ใช่... ตอนนั้นที่บ้านนายบอกว่าจะให้เงินชั้นก้อนนึงเพื่อออกมาจากชีวิตนาย แต่ชั้นไมได้รับไว้และชั้นก็ก้าวออกจากชีวิตนายทันทีในวันรุ่งขึ้น ชั้นเพิ่งรู้ว่ามันทรมานและชั้นก็คิดถึงแต่นายว่านายจะทรมานเหมือนกันมั้ย แต่ชั้นคิดว่านายคงทรมานกว่าชั้นมากทีเดียว ชั้นเคยไปหานายที่บ้าน ที่บ้านนายบอกว่า...นายออกมาแล้ว ชั้นตกใจจนทำอะไรไม่ถูก...”
ใช่ เรียวตกใจจนทำอะไรไม่ถูกที่คิดว่าฮิโรกิจะอยู่ยังไงตัวคนเดียว คนที่ทางบ้านเคยประคบประหงมขนาดนั้นจะอยู่ได้อย่างไรในโลกกว้างที่มีแต่ อันตราย แล้วยิ่งไม่มีเรียวอยู่คอยดูแลฮิโรกิจะทรมานขนาดไหน เรียวก็พยายามที่จะตามหาคนคนนี้มาตลอดแต่มันก้เหมอืนงมเข็มในมหาสมุทรนั่น แหละ คนทั้งญี่ปุ่นไม่ได้มีแค่สิบคน ฮิโรกิอาจจะไปอยู่ที่ไหนก็ได้ในญี่ปุ่น หรืออาจจะเป็นที่ไหนก็ได้ในโลกใบนี้ เรียวก็ได้แต่ภาวนาให้ความหวังของเรียวได้รับการตอบสนอง...และวันนี้ก็มาถึง
“ชั้น...” เสียงทุ้มนั่นแหบเครือจนฮิโรกิยังตกใจ ความร้อนของของเหลวที่นาบลงบนไหล่บางทำให้ฮิโรกิรู้ว่าเรียวกำลังร้องไห้ จริงไม่ได้คิดไปเอง มือบางยกขึ้นอย่างลังเลก่อนจะลูบลงบนกลุ่มผมนุ่มเพื่อช่วยผ่อนคลายความอึด อักทั้งของตัวเองและคนที่กอดเค้าแน่น คนรักกันเมื่อเห็นคนที่รักทรมานก็คงไม่มีใครทนได้ แม้ว่าจะถูกทำให้เจ็บมามากแค่ไหนแต่ก็ไม่มีวันที่จะเลิกรักหรือทำให้คนที่ รักเจ็บ
ปลายนิ้วเรียวกดศีรษะได้รูปของร่างหนาให้ซบลงบนบ่าลูบ เบาๆเป็นการปลอบโยนให้กับความผิดที่เรียวสารภาพออกมาทั้งหมด คำขอโทษที่เรียวพร่ำบอกไม่รู้กี่ครั้งกี่หนทำให้ฮิโรกิตัดสินใจที่จะดันร่าง หนาออกและแตะปลายนิ้วลงบนเรียวปากสวย
“หยุดขอโทษเถอะ...พอแล้ว ที่จริงเราก็ผิดด้วยกันทั้งคู่นั่นแหละ ถ้าตอนนั้นชั้นบอกนายว่าชั้นมั่นใจในตัวนายมากแค่ไหนนายก็คงไม่ทำอย่างนั้น ชั้นขอโทษที่ทำให้นายทรมานไม่ต่างกัน” ดวงตากลมหรุบลงมองที่อกเสื้อคนตรงหน้านิ่ง น้ำเสียงอ่อนเบาที่เอ่ยคำให้อภัยที่ดูเหมือนง่ายดายจากที่โกรธกันมาเป็นปีๆ แต่ฮิโรกิก็แค่คิดว่าในเมื่อคนสองคนยังมีความคิดที่ตรงกันอยู่ เรายังรักกัน เรายังทรมานเมื่อห่างกัน ทำไมเราจะกลับมารักกันเพื่อให้ความน่ารำคาญเหล่านั้นมันหายไปไม่ได้? ใครจะว่ามันง่ายก็ไม่สนหรอก ในเมื่อทำแล้วมีความสุขจะไปทรมานตัวเองอยู่ทำไม
รอย ยิ้มสดใสอย่างที่เรียวเคยได้รับปรากฏขึ้นบนใบหน้าน่ามองจนอดใจไม่ไหวที่จะ แต้มริมฝีปากลงไปที่มุมปากเล็ก แต่ก่อนที่จะแนบกระชับลงไปอีกครั้ง เสียงเคาะประตูเบาๆ ก็ดังขึ้นให้ทั้งสองคนชะงักทั้งที่ยังกอดกันกลม เมื่อหันไปมองทางต้นเสียงนาทีแรกยังไม่ปรากฏผู้กระทำ แต่ยามะพีก็โผล่ออกมาจากข้างกรอบประตูโดยมียูยะที่ติดมือมาเพราะถูกปิดตาไม่ ให้ได้รู้ได้เห็นอะไรที่กำลังเกิดขึ้นในตอนนี้
“ถ้าเคลียร์กัน เสร็จแล้วก็ช่วยรีบหน่อยเถอะ หิวจะแย่...เติลพลังเสร็จพวกนายยังต้องมีเรื่องให้ใช้แรงอีกเยอะนะเพื่อน” คนตาโตทำหน้าตาปรืออย่างเบื่อหน่ายมองมาที่คนทั้งคู่ ทั้งที่อีกมือยังถูกยูยะพยายามแกะออก
เรียวและฮิโรกิผละออกจากกันด้วยสีหน้าที่ดีกว่าตอนที่เจอกันครั้งแรกเยอะก่อนจะเดินตามยูยะและยามะพีออกมาที่โต๊ะพร้อมอาหารในมือ
มื้อ อาหารเริ่มขึ้นด้วยเสียงพูดคุยที่ดูจะมีมากกว่าช่วงแรกอีกซักหน่อยเพราะฮิโร กิและเรียวร่วมด้วยในวงสนทนามากขึ้น ความโล่งใจและกระจ่างใจคงทำให้มื้ออาหารอร่อยขึ้นอีกหลายระดับ และเพราะเหตุนี้ คนที่ยังไม่มีความกระจ่างใจในตัวคนตรงหน้าถึงได้หน้าตึงโดยไม่รู้ตัว คาเมะกลายเป็นคนที่เงียบที่สุดในโต๊ะอาหารไปแทน ทั้งที่จินยังสามารถพูดคุยได้เหมือนเดิมแต่ทำไมคาเมะถึงต้องมานั่งขมวดคิ้ว นิ่วหน้าอย่างตอนนี้ก็ไม่รู้ได้ นี่เป็นสิ่งหนึ่งที่เกิดขึ้นตั้งแต่จินกลับเข้ามาในชีวิตคาเมะอีกครั้ง อารมณ์เสียทุกครั้งที่ถูกทำเหมือนไม่สนใจ ทั้งที่เวลาคาเมะทำเป็นไม่สนใจจินคาเมะจะรู้สึกเหมือนได้เอาคืนและคล้ายว่า จะยิ้มเมื่อเห็นอาการเอาอกเอาใจ หรือว่าคาเมะจะกลายเป็นคนนิสัยไม่ดีอย่างที่จินบอกจริงๆ
“พี่คา เมะ...เป็นอะไรครับ ไม่อร่อยเหรอ? พี่ฮิโรกิอุตส่าห์ทำให้ทานเลยนะเนี่ย ผมได้ข่าวมาว่าพี่ฮิโรกินี่มือหนึ่งทำอาหารตอนที่พวกพี่เรียนด้วยกันเลยไม่ ใช่เหรอครับ?” เสียงยูยะน้องเล็กทักฝ่าความคิดของตัวเองมาแต่ไกลคาเมะกระพริบตาปริบก่อนจะ หันไปสนใจสายตาทุกคู่ที่มองมา...ยกเว้นจิน คิ้วเรียวเลยได้แต่ขมวดเข้าหากันอย่างหาสาเหตุไม่เจอ
“ทำหน้า อย่างนั้นหมายความว่ายังไงน่ะคาเมะ?” ฮิโรกิเอ่ยถามเย้าๆแล้วหันไปยักคิ้วหลิ่วตากับเรียว คาเมะเลยได้แค่คลายปมที่หัวคิ้วออกก่อนจะยิ้มจางๆไปให้ทุกคนบนโต๊ะที่มองมา เป็นตาเดียว สีหน้าของเรียวและฮิโรกิเวลาที่มองกันดูดีขึ้นเยอะ ไม่เยอะล่ะ มันเป็นสีหน้าและแววตาของคนที่มีความสุขมากหลังจากที่ต้องผ่านความทุกข์มา เยอะเลยล่ะ เห็นอย่างนี้คาเมะก็คงจะล้มเลิกความคิดที่จะใช้เรียวเป็นโล่อย่างที่จินว่า จริงๆ ไม่ใช่เพราะว่าจินจะหาว่าคาเมะใจร้ายหรอกนะ
“หาคนป้อนข้าว ป้อนน้ำเหรอ? อคานิชิ ทำหน้าที่หน่อยสิ” ถ้าเกิดคาเมะจะคิดว่าเรียวรอโอกาสที่จะเอาคืนหลังจากที่คาเมะส่งให้เรียวโดน จินประหัดประหารด้วยสายตามาก่อนหน้านี้ สิ่งที่เกิดขึ้นตอนนี้คงคิดได้แค่ว่าคนที่เรียวจะเอาคืนคงไม่ใช่จินแต่เป็น คาเมะเอง ไม่อย่างนั้นเรียวคงไม่พูดคำนั้นออกมา
คนฟังคนนึงกำลัง กัดปากแน่นทำได้แค่คอยลอบมองไปทางคนอื่นที่คล้ายจะล้อมวงเพื่อตี่เต่าอย่าง เค้าให้แบนแต้ดคาที่ อีกคนเค้าก็ยิ่งทำท่าเหมือนจะเหยียบให้คาเมะแบนไปยิ่งกว่าเดิม จินยังเคี้ยวข้าวด้วยความเร็วสม่ำเสมอตาคู่นั้นเหลือบขึ้นมามองทางคาเมะก่อน จะหรุบลงและตักข้าวเข้าปากอีกคำ เคี้ยวจนหมดและยกแก้วน้ำขึ้นดื่มอีกอึก อาการเชื่องช้าเหมือนกับไม่ได้สนใจอะไรกับคำพูดของเรียวทำให้คาเมะลอบสูด หายใจเข้าลึก ปากบางยังถูกเม้มแน่นไม่เลิก คนมองน่ะรู้สึกเหลือเกินว่าทำไมคาเมะชอบทำให้ตัวเองเจ็บอยู่เรื่อย แต่คนทำจะรู้สึกอะไรบ้างรึเปล่านั้นจินไม่รู้หรอก
“นี่ตกลงว่า งานวันเกิดยูยะเป็นอะไรที่แสลงใจพวกนายรึไง ถึงได้เป่าสากให้พวกชั้นฟังอย่างนี้?” ยามะพีเป็นคนที่เอ่ยประโยคลำดับสุดท้ายให้ทั้งคู่ จินเลยวางส้อมในมือลงหลังจากที่เอื้อมไปจิ้มเนื้อย่างเข้าปากไป
“ตกลง ชั้นเลี้ยงเด็กอ่อนหรอ? ถึงต้องป้อนข้าวป้อนน้ำ” ใครไม่ได้ยินแต่เรียวได้ยิน...ชัดด้วย ไอ้เต่ามันจิ๊ปากท่าทางอารมณ์เสียน่าดูแถมยังเมินมองไปอีกทางอย่างไม่สนลมสน ฟ้าที่นั่งมองตาปริบๆ สงสัยว่าตอนที่พวกเค้าสี่คนเข้าไปข้างใน อคานิชิคงจะใช้หัวสมองของวิศวกรรูปงามให้เกิดประโยชน์ด้วยการต้อนคาเมะให้จน มุมด้วยเค้าและฮิโรกิแน่ๆ เรียวเดาได้ไม่ผิด...และก็ถูกต้องจนไม่รู้จะให้คะแนนกี่คะแนนดี
“เอา น่า...นี่ วันเกิดทั้งทีของขวัญจะไม่ให้เจ้าของวันเกิดเลยรึไง?” ฮิโรกิเป็นคนเบี่ยงเบนสถานการณ์ล่อแหลมต่อเหตุวิวาทให้กลายมาเป็นประเด็นที่ น่าจะคุยได้สะดวกใจมากกว่าเดิม คนหน้าสวยเดินเข้าไปด้านหลังร้านอีกครั้งหนึ่งโดยไม่ลืมชวนเรียวให้ตามเข้า ไปด้วยจนยูยะอดจะแซวไม่ได้
“แหม...คืนดีกันแป๊บเดียวขาดกันไม่ ได้เลยนะครับ” ฮิโรกิแก้เขินเพียงแค่ย่นคิ้วให้ยูยะที่ยิ้มจนตายิบจนคนรักตัวโตที่นั่งข้าง กันอดจะเอานิ้วจิ้มไปที่แก้มกลมนั่นแรงๆให้เจ้าตัวร้องโอยตามมาไม่ได้
“ผม เจ็บนะยามะน่ะ” มือน้อยยกขึ้นกุมแก้มตัวเองหน้าม่อยอย่างน่าชัง แต่ท่ามกลางบรรยากาศอ่อนหวานน่ารักของคู่รักสองคู่ คู่หนึ่งที่เพิ่งเดินเข้าไปกับอีกคู่หนึ่งที่นั่งอยู่ตรงหน้าทำให้จินนึก อิจฉาไม่น้อย คิดแล้วก็กลุ้มไม่หายว่าไล่ต้อนคาเมะให้เข้ามุมอย่างที่นิชิกิโดเสนอจะดี หรือจะร้ายจนตายกันไปข้างก็ไม่รู้สิน่า
ลูกแก้วสีน้ำตาลเข้มคอย เพียรแต่จะมองไปทางยูยะและยามะพี เพียงแต่จินก็เพียรแต่จะมองจ้องตรงมาที่คาเมะก็เท่านั้น ความอึดอัดที่กินระยะเวลานานต่อเนื่องมาตั้งแต่ก่อนที่มื้ออาหารจะเริ่มทำ ให้คาเมะรู้สึกอยากจะหลบเลี่ยงหรือมีเวลาผ่อนคลายจากสายตาที่จ้องมาเหมือน โดนจับผิด เสียงครูดเก้าอี้กับพื้นเกิดขึ้นเบาๆ แต่ก็เรียกให้อีกสองคนหันมามองโดยที่มีจินจับจ้องร่างนี้อยู่ก่อนแล้ว
“ขอ ตัว...ไปข้างนอกเดี๋ยวนะ” แล้วจินเองก็ลุกตามไปโดยไม่พูดอะไร แต่แค่ก้าวไปพ้นโต๊ะอาหารไม่เท่าไหร่ไฟทั้งร้านก็ดับลง ระยะห่างระหว่างจินกับคาเมะตอนที่เดินไปคงไม่ไกลกันเท่าไหร่ เพราะเมื่อร่างบางสะดุดเข้ากับขาโต๊ะเพราะมองไม่เห็นทางจินถึงได้รับเอาคา เมะมาไว้กับตัวได้ทันก่อนที่จะมีคนหน้าคะมำไปให้ได้เจ็บตัว แขนเล็กรัดรอบเอวหนาแน่นเข้าด้วยความกลัวจะร่วงลงไปกองกับพื้นเหมือนกับจิ นที่กอดร่างเล็กไว้แนบอก
“เป็นอะไรมั้ย?” เป็นจินที่เริ่มถามก่อนและได้คำตอบที่น่าพอใจพอสมควรเพราะคาเมะไม่ได้เจ็บ ที่ตรงไหน นอกจากจะเจ็บเท้าเพราะสะดุดขาโต๊ะเมื่อครู่เท่านั้นแต่ก็คงไม่มากมายอะไร เจ้าตัวถึงปฏิเสธออกมาโดยไม่ต้องคิด
ยังไม่ทันได้จัดท่าทางให้ ยืนตัวตรงได้เหมือนเดิม แสงไฟจากเทียนเล่มเล็กล้อมเป็นวงกลมบนเค้กวันเกิดปอนด์ใหญ่ เมื่อเค้กวันเกิดที่มีเรียวเป็นคนประคองมาโดยมีฮิโรกิเดิมอมยิ้มตามมาเพราะ ได้ยินเสียงเจ้าของวันเกิดร้องโอ้โหมาแต่ไกลก็ให้ยิ้มไม่หุบ เรียวที่เพิ่งเดินผ่านไปพร้อมฮิโรกิแกล้งทำเป็นไม่เห็นเค้าสองคนที่ยืนกอด กันอยู่กลางร้านไปวางเค้กไว้บนโต๊ะอาหารที่ถูกเคลียร์พื้นที่ไว้ส่วนนึงแล้ว
รอ จนยูยะนั่งนิ่งอยู่กับที่และพร้อมที่จะร้องเพลงวันเกิดสายตาทุกคู่ก็กลับมา จับจองที่คู่ที่ยืนกอดกันอยู่กลางร้านอีกครั้ง แล้วก็ไม่พ้นเรียวที่จะอาสาออกปาลากให้กลับมานั่งร่วมโต๊ะกันอีกรอบ
“อ้าว... จะยืนกอดกันอีกนานมั้ย? ยูยะคุงรออยู่” สองคนหันหน้าไปมองกันก่อนคาเมะจะอ้าปากค้างด้วยสีหน้าตกใจแล้วมือบางก็รี ยผลักใสให้จินออกห่างในทันที คนถูกผลักก็ปล่อยมืออย่างง่ายดายแล้วก้มหน้าลงต่ำลอบยิ้มกับตัวเองอยู่ลำพัง เพราะตัวคาเมะร้อนจนน่าตกใจแต่ไม่ใช่เพราะเป็นห่วงว่าจะไม่สบายหรือเป็นไข้ อะไร เพียงแต่จินจะรู้ว่าคาเมะตัวร้อนเพราะเขินอายเกินระดับปกติเท่านั้น ให้เดาอีกรอบจินก็คงคิดว่าในสมองคาเมะตอนนี้คงมีแต่เรื่องที่อยากจะทำให้ เรียวหายไปจากตรงนี้แทนที่จะอยากให้อยู่เป็นไม้กันจินให้ตลอดรอดฝั่ง แต่ตอนนี้ดูท่าว่าคนที่จะส่งคาเมะเข้าปากจินก็มีแต่เรียวนี่แหละ ที่ยื่นโอกาสให้จินรับได้ไม่รู้กี่รอบต่อกี่รอบ
เพลงวันเกิดจบลง ไปพร้อมกับเสียงปรบมือไม่ดังนัก ของขวัญวันเกิดยูยะของฮิโรกิคือเค้กปอนด์โตเจ้าตัวเล็กยิ้มร่าพร้อมกับตัด เค้กให้ทุกคนโดยมีกล่องของขวัญขนาดแตกต่างกันเป็นสิ่งแลกเปลี่ยน
“ของ ขวัญผมขอกลับไปแกะที่บ้านนะครับ วันนี้ผมมีความสุขมาก...ขอบคุณจริงๆครับ เค้กอร่อยมากเลยฮะพี่ฮิโระ” ร่างจ้อยโผเข้ากอดฮิโรกิแน่นเรียกรอยยิ้มและเสียงหัวเราะให้ดังขึ้นอีกครั้ง
“ไม่เป็นไร ยินดีครับ แค่ตอนที่ยามะมาติดต่อร้านนี้ก็ดีใจจะแย่แล้วที่ได้เจอเพื่อนเก่าบ้าง...”
“แต่ ดีใจมากกว่าที่ได้เจอคนรักเก่าใช่มั้ยครับ?” ฝาแฝดยามะมันเอียงคอยิ้มร่าให้เอ็นดูจนทำร้ายร่างกายไม่ลงเลยได้แต่ชี้หน้า คาดโทษเอาไว้แค่นั้น
“จ้า...ล้อคนอื่นดีนักวันนี้อย่าฉลองดึกนักล่ะ แต่ตอนนี้ก็ดึกแล้วนะ รีบกลับเถอะเดี๋ยวจะขับรถขับราลำบาก” หลังจากที่ฮิโรกิบอกให้ทุกคนที่ช่วยกันเก็บโต๊ะอาหารและนำจานไปวางไว้ในอ่าง ล้างจานโดยไม่ต้องล้างเพราะพรุ่งนี้จะมีเด็กในร้านมาล้างให้ ทั้งหมดจึงมารวมตัวกันอยู่ที่หน้าร้าน
ยามะและยูยะขึ้นรถไปเรียบ ร้อยและโบกมือลาพร้อมคำขอบคุณรอบที่ล้านเห็นจะได้ก่อนจะจากไป ฮิโรกิกันมามองอีกคู่ที่ยังทำท่าปั้นปึ่งใส่กันไม่หายแล้วเลิกคิ้วมองไปทาง เรียวที่ลอยหน้าท้าลมเหมือนไม่สนใจอะไรรอบตัวให้ฮิโรกิต้องเป็นฝ่ายถามเอง บ้าง เพราะถ้าให้เรียวปฏิบัติหน้าที่อีกรอบคาเมะคงแช่งให้เรียวเตี้ยกว่าเดิมอีก ซักห้าเซนเห็นจะได้ แต่พอเถอะสูงแค่นี้ฮิโรกิก็ลำบากจะแย่...จะน้อยลงกว่านี้ก็คงไม่ดีเท่าไหร่
“แล้ว จินจะไปส่งคาเมะใช่มั้ย?” คนถูกถามยังยืนนิ่งล้วงกระเป๋ากางเกงอยู่อย่างนั้นจนคนที่ดูเหมือนจะกลาย เป็นภาระให้คนอื่นอย่างคาเมะหันไปมองหน้าคนหน้านิ่งแล้วรีบเอ่ยขอตัวทั้งที่ มือยังกำแน่น
“เอ่อ...ไม่เป็นไรฮิโรกิ เราไปเองได้ วันนี้อาหารอร่อยมากขอบคุณ แล้วพบกันนะ” ฮิโรกิเดินเข้ามาใกล้ กอดกันให้พออุ่นแล้วคาเมะก็รีบจากมาจากที่ตรงนั้น
“อ้าวเดี๋ยว ...แล้วนั่นจะไปยังไง รถไม่หมดแล้วเหรอป่านนี้ จะเที่ยงคืนอยู่แล้วอันตรายจะตายไป” ตะโกนไล่หลังไปแต่อีกคนก็ไม่มีท่าว่าจะหันกลับมาสนใจอะไรอีกเลย ใบหน้าเรียวสวยเชิดขึ้นปรายหางตาไปหาเพื่อนสนิทสมัยมหาวิทยาลัย
“ไปสิ ยืนบื้อทำซากอะไรล่ะ?” แถวด้วยการพยักเพยิดหน้าไปทางที่คาเมะหายลับไปกับความมืดของเส้นทางยามค่ำคืนอีกด้วย
“เออ ไม่ต้องบอกก็จะไปอยู่แล้ว เชิญไปเคลียร์กันให้หมดเปลือกชุ่มปอดเถอะ” ร่างสูงโยนกุญแจในมือเดาะเล่นสองสามครั้งก่อนจะขึ้นรถตัวเองเลี้ยวไปตามทาง ที่คาดว่าคาเมะจะเดินไป
เรียวและฮิโรกิหันกลับมามองหน้ากันก่อน จะยิ้ม อ้อมแขนทั้งสองเหมือนถวิลหากันมานานหลายปีเอื้อมเข้าสอดรัดร่างของคนทั้งคู่ เข้าหาหัน ท่ามกลางแสงไฟสลัวรางของทางเดินริมถนนเส้นรองที่รถไม่เยอะอย่างตอนกลางวัน ไฟดวงสีส้มสาดอยู่เหนือศีรษะทาทับเงาร่างสองร่างที่พากันเดินเข้าไปในร้าน หลังคำชักชวนของเจ้าของร้านอาหารเล็กๆแห่งนี้
“...วันนี้ค้างที่นี่เถอะ ดึกแล้วอันตราย...”
“ไม่ปฏิเสธตามมารยาทหรือนะถึงแม้นายจะชวนตามมารยาทก็ตาม”
มือ หนาเกี่ยวเอวบางให้เดินเข้าไปพร้อมกัน หลังประตูร้านที่ปิดลงเงาสองร่างที่ทอดทับกลายเป็นหนึ่ง โอบกอดใกล้ชิดให้สมกับระยะเวลาที่เคยห่างหาย ช่วงเวลาแห่งความสุขของทั้งคู่ได้คืนสู่อ้อมกอดของกันและกันแล้วสินะ คิดถึงตัวเองแล้วก็อดคิดถึงเพื่อนตัวดีของฮิโรกิอีกคนไม่ได้ จิน กับคาเมะไม่รู้จะเป็นยังไงต่อไป ผลัดกันโกรธผลัดกันงอนไปมาอย่างนี้ ไม่รู้ตัวเลยหรือไงว่านั่นน่ะมันอาการของคนที่เค้าดีกันอยู่แล้วโกรธกันงอน กัน ไม่ใช่อาการของคนที่โกรธกันอยู่แล้วง้อกันเลยซักนิด
“คืนนี้จินจะเสร็จคาเมะหรือคาเมะจะเสร็จจินน่ะเรียว?”
“ไม่ รู้สิ อาจจะเสร็จกันทั้งคู่ก็ได้มั้ง...อย่าสนเลย เรื่องของเราน่าสนกว่าเยอะ...เล่าให้ชั้นฟังหน่อยดีกว่าว่าหลังจากออกจาก บ้านมาเป็นยังไงบ้าง” ไม่ใช่ว่าเรียวอยากรื้อฟื้นช่วงเวลาแสนทรมานของคนรัก แต่เรียวอยากรู้ว่าระหว่างที่เค้าไม่อยู่นั้นฮิโรกิมีชีวิตความเป็นอยู่ อย่างไร ทุกข์ทรมานแค่ไหน? เพราะเรียวจะทำให้ปัจจุบันของฮิโรกิมีความสุขให้มากกว่าที่เคยเป็นทุกข์มาจน หาค่าทวีคุณไม่เจอเลยล่ะ
ตอนหน้าคิดว่าคงจบค่ะ pen1_08.gif
--------------------
IPB Image
DANGER ZONE 18 BANED


